คุณเคยรักใครถึง 40 ปีไหมครับ?
posted on 27 Oct 2009 17:13 by porglon in Books
40 ปีชีวิตในขวัญเรือน
"ไม่ว่าจะเป็นช่วงเริ่มต้น ช่วงกลาง หรือว่า ณ ปัจจุบัน ทุกช่องมีทั้งยากและง่าย จะแตกต่างกันก็เพียงแค่ยากมากหรือยากน้อย"
"เราทุกคนมีจังหวะชีวิตของตัวเอง จังหวะชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน"
"นโยบายการทำหนังสือขายสมัยก่อนนั้น การตลาดเป็นไปอย่างเรียบง่ายตามธรรมชาติบนพื้นฐานของสามัญสำนึกและประหยัด"
"หนังสือช่วยเติมช่องว่าชีวิตให้เต็มได้ ช่วยเปิดปัญญาให้เราได้รู้ทุกอย่างที่อยากรู้ และหนังสือยังช่วยเปิดหูเปิดตาให้เห็นโลกกว้างภายนอกได้ทุกซอกทุกมุม"
"คนเราหากคิดจะทำอาชีพอะไรก็แล้วแต่ ถ้ามีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง มีความขยัน อดทน และพร้อมเสมอที่จะเรียนรู้งานนั้นๆ อย่างจริงจังไม่ท้อถอย โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน"
"คนจีนอพยพยุคนั้นเขาจะประหยัดกันมากเลยค่ะ เงินทุกบาททุกสตางค์มีค่ามหาศาลสำหรับเขา จะไม่ค่อยซื้ออะไรกิน ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นอย่างเดียว เขาประหยัดกันสุดตัวเพื่อสร้างฐานะให้กับตนเองและครอบครัว พร้อมกับสร้างชื่อเสียงขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ"
"เมื่อผู้ใหญ่ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี ลูกๆ หลานๆ ก็จะได้เห็นแบบอย่างนั้นและซึมซับเข้าเป็นนิสัยไปโดยธรรมชาติ"
"พ่อเป็นคนเข้มงวดในเรื่องดูแลการเงินที่รับผิดชอบมาก แม้แต่สตางค์แดงเดียวก็ไม่มีปล่อยหลุดจากบัญชี ทุกบาททุกสตางค์ที่ขายได้ลูกๆ จะหยิบฉวยไปใช้โดยไม่บอกกล่าวนั้นไม่มีทางเลย"
"การทำธุรกิจต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่าเร่งร้อนขยายงานด้วยการกู้เงินธนาคาร กำไรเท่าไหร่ ดอกเบี้ยจะกินหมด ให้เรายืนอยู่ได้ด้วยตัวเองดีที่สุด"
"เมื่อมีกำลังใจการจะก้าวไปข้างหน้าหรือทำสิ่งต่างๆ ก็ย่อมง่ายขึ้น"
"ผู้อ่านคือลมหายใจของหนังสือ ถ้าไม่มีผู้อ่านหนังสือเล่มนั้นๆ ก็ไม่มีทางอยู่รอดได้"
"คนสมัยก่อนเขาซื้อขายกันด้วยเงินสดอย่างเดียวค่ะ"
"แม่จะสอนลูกๆ อยู่เสมอว่าให้รู้จักขยันทำมาหากินและต้องรู้จักเก็บออมเงินที่หามาได้ไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน"
"งานอะไรก็แล้วแต่ถ้าทำด้วยความสนุกเนื้องานก็จะฉายอารมณ์สนุกออกมาด้วย"
"ความจริงใจเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะยึดเหนี่ยวมิตรภาพให้ยืนยาว"
"ถ้าเราไม่วิ่ง ก็จะถูกทิ้งระยะห่างออกไปเรื่อยๆ ที่สุดเราก็นำใครไม่ได้ตามใครไม่ทัน"
"ความหมายของคำว่าแฟชั่นคือการก้าวล้ำไปข้างหน้า"
"ถึงแม้จะตั้งกรอบกลุ่มเป้าหมายไว้ แต่บางครั้งต้องหลุดออกจากกรอบบ้าง มิฉะนั้นจะเกิดความซ้ำซาก เหมือนไม่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ทำให้หนังสือล้าสมัยไม่น่าหยิบจับอ่าน"
"งานอะไรก็แล้วแต่ถ้าเราทำแบบย่ำอยู่กับที่และไม่คิดพัฒนาตัวเอง เราจะไปไม่ถึงไหน"
"ความไม่หยุดนิ่งและไม่ย่ำอยู่กับที่ทำนองนี่แหละที่ทำให้ขวัญเรือนยืนยาวมาได้ถึง 40 ปี"
"การทำงานอะไรก็ตาม ควรทำอย่างมุ่งมั่น ตั้งใจจริง และอย่ามองว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นไม่สำคัญ หรือเป็นเพียงแค่ส่วนประกอบเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้หาคุณค่าความหมายอะไรไม่ได้ เพราะวันหนึ่งข้างหน้า สิ่งที่คิดว่าเล็กๆ น้อยๆ นั้นอาจจะแตกกิ่งก้านสาขาสร้างประโยชน์และคุณค่าให้กับชีวิตทำงานได้"
"เราจะทำอะไรก็แล้วแต่ ถ้ามีศรัทธา สิ่งที่ทำก็จะเกิดผลดีตามมาอย่างแน่นอน"
"คำว่า ศรัทธา สามารถสร้างได้ แต่กว่าผลจะมาเต็มๆ ใช่ว่าจะสร้างกันด้วยเวลาเพียงสั้นๆ ปีสองปี ต้องสั่งสมด้วยวิริยะอุตส่าหะเนิ่นนาน สม่ำเสมอ อาจจะเป็น 10 ปี 20 ปี 30 ปี"
"ยิ่งระยะเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ถ้าเราสามารถรักษาศรัทธานั้นไว้ให้คงที่ได้ สิ่งที่เราสั่งสมมาก็จะยิ่งมีคุณค่าและมีความหมายมากขึ้น"
"คนเราอยู่กับความจริงในชีวิตประจำวันอย่างเดียวไม่ได้หรอกค่ะ เราต้องมีฝัน มีจินตนาการ เพื่อปรับสมดุลการใช้ชีวิตด้วยสมองทั้ง 2 ซีกที่ธรรมชาติให้มา"
"ถ้าคนเราไม่มีฝัน ไม่มีจินตนาการ คงเหมือนมนุษย์ที่มีชีวิตแต่ไร้ชีวาเป็นหุ่นยนต์เคลื่อนไหวตามระบบอย่างเดียว"
"ผู้หญิงทุกคนฝันอยากเป็นนางเอกทั้งนั้นแหละค่ะ ทุกคนมีฝันที่สวยงามและอยากสมหวัง ไม่มีใครอยากเป็นนางร้ายผิดหวัง"
"ศิลปะกับวิทยาศาสตร์สองศาสตร์นี้อยู่คู่กัน มีโลกแห่งความจริงก็ต้องมีโลกแห่งความฝันด้วยจึงจะสมดุล"
"การทำงานไม่ว่าจะเป็นงานใหญ่ยักษ์หรืองานเล็กๆ ทุกงานมีความยากง่ายอยู่ในตัวของงานเอง"
...........................................................................................................................
หมายเหตุ -เรื่องโดย พนิดา ชอบวณิชชา / เรียบเรียงโดย ชุติมา ศรีทอง / สำนักพิมพ์ a book
-คำนิยมโดย พนมเทียน, กฤษณา อโศกสิน และทมยันตี
-และนี่คือ 1 ใน 10 หน้งสือดีเด่นประจำปี 2552 โหวตโดย พอกลอน ซาเสียง ครับ