พอกลอน
ซาเสียง ถาม
พอกลอน
ซาเสียง ตอบ
3 2 1
ทำไมหายไปหลายวัน
ไปโรงพยาบาลคามิลเลียนมาฮะ
ป่วยหนัก
เปล่าไปให้หมอตรวจ ตรวจเสร็จแล้วก็กลับฮะ
ป่วยเป็นอะไร
ความจริงก็คือกินข้าวไม่ตรงเวลา
แล้วกรดในกระเพาะก็เลยไหลออกมามั่วไปหมด
โรคกระเพาะใช่ไหม
อืม ใช่
หายหรือยัง
หายแล้ว แต่พอหายปุ๊บก็กลับมากินข้าวไม่ตรงเวลาอีกทันที(ยิ้มอยู่คนเดียว)
เซ็งตัวเองไหม
ในระดับหนึ่ง แต่มั่นใจว่าเรื่องง่ายๆ
แบบนี้จะไม่แพ้แน่ๆ เพราะปกติไม่เคยเป็นเลย
เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่ได้อัพบล็อก
เปล่า ไม่เกี่ยวกัน
หมายความว่าไม่มีเรื่องจะเขียน
ประมาณนั้น แต่จริงๆ ก็ไม่ใช่หรอก ก็แค่เขียนมานานเกินไปแล้ว
ควรจะเขียนน้อยลงบ้าง
นานนี่นานแค่ไหน
ประมาณ 4 ปี
ทำไมถึงต้องเขียนน้อยลง
เผื่อจะได้มีเวลาคิดมากขึ้นไง
แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่หรอก เพราะตั้งใจเอาเวลาไปทำอย่างอื่นมากกว่า
ทำอะไร
อะไรสักอย่างที่อยากทำ(มากๆ)
บอกได้ไหมว่าคืออะไร
อยากบอกเหมือนกัน
แต่ภาพมันยังไม่ชัดเท่าไร คงต้องให้มันชัดกว่านี้
หมายความว่าจะไม่อัพบล็อกแล้ว
เปล่าก็ยังคงอัพอยู่
แต่อาจจะไม่เยอะจำนวนและไม่มั่วประเด็นเหมือนเดิมแล้ว ก็คงทิ้งช่วงมากขึ้น เพราะ
บล็อกที่ดีควรมีประเด็นชัดๆ ให้คนอ่านยึดเหนี่ยว ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าจะทำดีหรือเปล่า และตอนนี้สนุกกับการอ่านของคนอื่นมากกว่า
แล้วอย่างนั้นบล็อกขอบคุณควรใช้เรื่องอะไรเป็นหลักให้คนยึดมากที่สุด
เท่าที่เขียนมาก็คงจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับหนังสือแล้วก็ค่อยแตกประเด็นออกไป
คิดว่าคนที่อ่านจะไม่สับสนที่สุด
แล้วทำไมไม่ทำ
รู้สึกว่าการที่จะต้องเป็นคนที่มีมิติชัดเจนแบบบล็อกเกอร์ที่ดีนั้นมันใช้พลังงานมาก
ความจริงผมเป็นพวกสนใจหลายอย่าง หรือจับจดนั้นเอง
ทำให้ตรรกะในชีวิตมั่วไปหมด
คือตัวผมเองไม่มั่วหรอก เพราะรู้ในสิ่งที่คิดและสนใจอยู่
แต่คนที่มารับสารต่อจากผมน่าจะมึนไปหลายวัน
อธิบายให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นได้ไหม
(นิ่งคิด) มันก็แบบว่า
ผมเป็นคนที่ชอบหนังอาร์ตจากคานส์พอๆ
กับชอบซีรี่ย์เกาหลี
ผมเป็นคนที่ชอบวงอย่างเรดิโอเฮด
แต่พยายามจะเต้นเพลง sorrysorry
ของซูปเปอร์จูเนียร์ให้ได้(ตอนนี้กำลังฝึกอยู่)
ผมอ่านหนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว
แต่นิยายโรแมนติกที่เอามาทำเป็นละครช่อง 7 ก็อ่าน
ผมชอบเรื่องวิทยาศาสตร์ล้ำๆ พอๆ
กับการหุงข้าวด้วยฝืน
(อยากบอกว่าผมหุงข้าวแบบเช็ดน้ำได้ดีที่สุดในทุกค่ายที่ไปมา)
ผมชอบเรื่องธุรกิจพอๆ กับปรัชญาเซน
ซึ่งเรื่อง
2 สไตล์นี้มันควรอยู่ตรงข้ามกันมากกว่า
ใช่ ถ้าพูดกันตามจริงเป็นแบบนั้น
แฟนคลับของตัวอย่างที่ผมยกมาเนี่ยอยู่คนละฝั่งกันชัดเจน (เรียกว่าเกลียดกันก็ได้)
แล้วคุณว่าไงล่ะ
ผมไม่รู้เหมือนกัน คนอื่นมาเห็นก็คงบอกว่าผมมันเป็นพวกไม่มีจุดยืน
แต่ผมว่าผมมีจุดยืนนะ คือผมโลภไง
โลภที่จะรับสิ่งที่ดีที่สุดของ
2 อย่างที่ต่างกันมา
ใช่โลภแบบนั้น
แล้วมันจะกลับมากลางเอง(อันนี้คิดเอาเองนะ)
ฟังดูแปลกนะ
อืมแปลกแหละ
แต่แปลกแล้วไม่เกิดประโยชน์ก็อย่าเอาเยี่ยงอย่างเลย
แล้วคุณคิดว่าบล็อกของคุณเนี่ยเป็นอย่างไง
ถ้าเป็นธุรกิจ ผมว่าเติบโตพอประมาณ
แต่ในเชิงการแข่งขันถือว่าล้มเหลว
ควรต้องปรับปรุง
ถ้าเป็นธุรกิจจริงๆ ก็ต้องเปลี่ยนแปลง
ไม่งั้นก็ปิด แล้วไปลงทุนในธุรกิจอื่น
เช่น?
เอาเวลาที่นั่งเขียนบล็อกไปขายกิฟฟารีนประมาณนั้น
(อืมอันนี้ล้อเล่นนะ)
พูดเรื่องนี้ขึ้นมา
แล้วคุณล่ะเคยไปฟังธุรกิจขายตรงไหม
จะเหลือเรอะ แต่ครั้งนั้นบังเอิญมากกว่า เพราะญาติผู้ใหญ่บังคับให้ไปไง
วันนั้นกลับมาผมทำอย่างที่พวกหัวหน้ากลุ่มสาธิตโชว์ได้เลยนะ เอากระดาษมากาง
วาดกราฟ นำเสนอว่าถ้าคุณเป็นสมาชิกใหม่
จะทำเงินได้ยังไง กลุ่ม
a กลุ่ม b กลุ่ม c แล้วต้องเอาอะไรมาจูงใจสมาชิกใหม่บ้าง
คุณจำมาหมด
แน่นอนเพราะมันก็คือการทำเงินรูปแบบหนึ่งที่ต้องเรียนรู้
ผมก็เลยเอามานั่งวิเคราะห์เล่น
แล้วยิ้มอยู่คนเดียว
แล้วสรุปว่าเขาหลอกลวงไหม
ธุรกิจตัวนี้ไม่หลอกนะ เพราะว่ามันมีสินค้าจริง
แต่เขาเน้นการหาสมาชิกใช้สินค้าเพิ่ม และเน้นการขายด้วย ขายมากได้มาก แต่ว่าถ้าเราไม่ได้เชื่อในสินค้าจะไปขายทำไมละครับ
ครั้งเดียวที่คุณไปฟัง
ใช่ครั้งเดียว
แต่ครั้งต่อมาพวกเขามาถึงที่เลยครับ หิ้วโน๊ตบุ๊กแมคฯ มาเลย แต่งตัวหล่อมากจนตกใจ แต่คนละเจ้ากัน
(เพื่อนของเพื่อน) ความฮาคือ วิธีนำเสนอเนื้อหาแม่งเหมือนกันเลย
ตอนนั้นได้แต่นึกในใจว่า พวกคุณครับช่วยคิดมุกใหม่ๆ หน่อยได้ใหม่
พล็อตแบบนี้มันซ้ำแล้วนะ แล้วที่ฮาสุดคือทุกคนที่ทำแล้วประสบผลสำเร็จต้องถ่ายรูปคู่กับเบนซ์แล้วก็บ้านจัดสรรราคา
10-20 ล้านไง
คุณก็เลยคล้อยตาม
จะบ้าเรอะ ผมยิ่งสงสัยว่า ถ้ารวยจริง ยิ่งทำยิ่งรวย
ทำไมไม่มีสักคนถ่ายรูปคู่กับ เฟอรารี่ คันละ 17 ล้าน ไม่งั้นก็เครื่องบินเจ็ท
แล้วก็ซื้อบ้านที่ออกแบบโดยสถาปนิกดังๆ สักคน
ซึ่งถ้าในรูปเป็น
เฟอรารี่ จริงล่ะ
มันก็จะไม่ประสบผลสำเร็จไง
เพราะในสมองคนไทยส่วนใหญ่(ที่เขาอยากได้มาเป็นสมาชิก)(โดยเฉพาะคนต่างจังหวัด)ถูกฝังไว้แล้วว่า
คนรวยขับเบนซ์เท่านั้น ถ้าขับเฟอรารี่เนี่ยคงรวยไม่มากหรอก รถไรว้า รูปร่างแปลกๆ
ไม่รู้จักเลยสักนิด
งั้นแล้วถ้าในรูปบ้านเป็นดีไซน์แปลกๆ
ล่ะ ราคาแพงหูฉี่ล่ะ
คนส่วนใหญ่ก็คิดว่าไม่รวยหรอก เพราะมันไม่เหมือนในละครหลังข่าวไง
จะราคา 100 ล้านออกแบบโดยสถาปนิกระดับโลกก็เถอะ ก็มันไม่เห็นเหมือนที่เคยเห็นมาไง เขาจะไม่เข้าใจ
ต้องนั่งอธิบายเพิ่ม แล้วแทนที่จะทำยอดขายสมาชิกเพิ่มได้ก็กลายเป็นว่า
นั่งคุยเรื่องบ้านไปแทน ว่าอืมบ้านแบบนี้ดีนะรับลม ไม่ร้อน ไรเงี่ย
แล้วคุณว่าคนที่ทำรวยจริงไหม
รวยจริงสิ
เพราะโมเดลธุรกิจมันคิดมาดีมาก ผมว่ามันก็โอเคนะ เพราะถ้าเชื่อในสินค้า
ขยันหาสมาชิก ขยันขาย ขยันสร้างทีม โมเดลธุรกิจมันเอื้อยู่แล้ว แต่ถ้าไปทำเล่นๆ
แล้วเป็นฐานให้เขาขึ้นไป มันก็ไม่ได้อะไรหรอก อย่างน้อยมันก็ยืนยันทฤษฎีที่ว่าถ้าคุณตั้งใจทำอะไรจริงมันก็มีทางสำเร็จ
อ้าวแล้วสมาชิกใหม่มันจะหาได้เรื่อยๆ
หรือ มันไม่ตันอย่างนั้นหรือ เพราะรูปแบบมันเป็นแบบปิรามิดนิ
ไม่ต้องห่วง เพราะมีนักศึกษาจบใหม่ทุกปีไง
วัยใสปิ๊งเกิดขึ้นมากมายให้ชักชวน ปีๆ หนึ่งมนุษย์รุ่นใหม่ก็เกิดตลอดนิ เรื่องตันมันยากอยู่แล้ว
อืมกำลังคุยสนุกทีเดียว
แต่เวลาและพื้นที่หมดแล้ว คงต้องไว้โอกาสหน้า
เหรอครับ น่าเสียดายมาก
งั้นลาแล้วครับ
สวัสดีครับ
สวัสดีเหมือนกันครับ
............................................................................................................................................................................................