สุกัญญา

posted on 23 Dec 2006 21:30 by porglon in Life

ลมหนาวพัดมาเป็นระลอก ใครต่อใครโหยหาไออุ่น ความหนาวเย็นโอบรอบทุกสรรพสิ่ง จองจำความเหงา ความอ้างว้าง และความโดดเดี่ยวไว้เคียงข้าง เสียงโทรศัพท์มือถือดังถี่ขึ้นกว่าทุกครั้งประหนึ่งลมหนาวกระตุ้นผู้คนให้คิดถึงกันมากขึ้น ทุกเวลา ทุกนาที และทุกวินาที ยอดจำหน่ายเสื้อกันหนาวคราวนี้ขยับตัวสูงขึ้นกลายเป็นสถิติใหม่ รอยยิ้มของพ่อค้าแม้ขายไม่ต่างจากรอยยิ้มของเด็กๆที่ได้รับของขวัญวันปีใหม่ ทุกคนต่างต้องการเก็บกักไออุ่นที่มีเพียงน้อยนิดเอาไว้ อย่างน้อยเวลานี้ก็ขอความอบอุ่นทางกายเอาไว้ก่อน แล้วในวันหลังค่อยออกตามหาความอบอุ่นทางใจ ไออุ่นในตำนานที่เป็นดั่งสมบัติชิ้นสำคัญที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้มหาสมุทรจิตใจคนเรา ในทุกๆฤดูหนาวเช่นนี้ผมจะนึกถึงหญิงสาวคนหนึ่ง ผู้มีเอกลักษณ์ประจำตัวพิเศษแปลกประหลาด จุดเด่นสำคัญของเธอคือการอดทนต่อความหนาวเย็นได้เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะหนาวเย็นเพียงไร ในช่วงเวลาหลายปีที่ได้พบปะ เธอก็จะไม่ใส่เสื้อกันหนาวเลยสักครั้ง ผมจดจำเธอได้แม่นยำเพราะจะมีเพียงเราสองคนที่ถูกปล่อยทิ้งท่ามกลางผู้คนและสีสันของเสื้อกันหนาวมากมาย มีแนวคิดอันไร้แก่นสารเป็นเพื่อน

หนาวเนอะ สุกัญญาพูดกับผม ถูมือทั้งสองข้างเสียดสีไปมา

อืม หนาวสุดๆเลย ผมตอบ มือทั้งสองล่วงกระเป๋ากางเกง เราทั้งคู่ยืนหลบเลี่ยงเส้นทางผ่านของลมเหนือมาพูดคุยกัน

คิดว่าคงจะไม่หนาวไปกว่านี้แล้วนะ หญิงสาวภาวนา ยืนนิ่งประหนึ่งผนึกลมปราณกระจายทั่วร่างบอบบาง

หวังให้เป็นเช่นนั้น ผมยืนมองดูผู้คนเดินผ่านไปมา เสื้อกันหนาวหลากหลายสีสันขยับเขยื้อน ดูช่างน่าแอบขโมยลอบส่งไปให้คนที่อยู่บริเวณเหนือสุด

อาบน้ำตอนเช้าหรือเปล่า เธอซักขึ้น

แน่นอนที่สุด ผมหันไปมองเธอ แล้วสาหละ

อืม หญิงสาวพยักหน้า ทำหน้าเหมือนโดนน้ำเย็นราด หากไม่อาบมา ตอนนี้อาจแข็งตายไปแล้ว

ถูกต้องที่สุด ผมขานรับ การอาบน้ำเป็นภูมิคุ้มกันชั้นเยี่ยม

แต่หวังว่าจะไม่หนาวมากกว่านี้นะ เธอถูมืออีกครั้ง ความอดทนของมนุษย์มีขีดจำกัด

อืม ผมก็เหมือนกัน ผมชำเลืองเห็นหญิงสาวยกนาฬิกาขึ้นมอง

สาต้องไปแล้วหละ ไว้พบกันใหม่ หญิงสาวยกมือลา เดินจากไปอีกทางแบบปัจจุบันทันด่วน ปล่อยผมทิ้งไว้กับความโดดเดี่ยว

แล้วพบกันอีก ผมตะโกนมีความอ้างว้างอยู่เคียงข้าง พยายามงัดแกะสลัดมันออก เท่าที่ทราบเวลาสูญเปล่าไปวันแล้ววันเล่า แต่ยังไงก็ไม่ขอล้มเลิกความคิด

ผมจำไม่ได้หรอกว่าทำไมช่วงเวลาเหล่านั้นเราสองคนไม่ยอมใส่เสื้อกันหนาว จำได้แต่เพียงว่าเหตุผลของเราไม่แหมือนกัน ของผมเป็นอย่างหนึ่ง ของเธอเป็นอย่างหนึ่ง แต่บังเอิญมาร่วมอุดมการณ์เดียวกัน เป็นความหนาวเย็นเหลือทนของชีวิตอย่างหนึ่ง อาจไม่เฉียดใกล้ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต ของนักเขียนชาวเชคโกสโลวาเกียผู้ต้องลี้ภัยไปอยู่ในฝรั่งเศสนาม มิลาน คุนเดอรา อาจไม่มีคุณค่าอาจไม่มีความหมายแอบแฝง เป็นเพียงความไร้สาระส่วนตัวลึกๆที่ตั้งคำถามถึงการดำรงอยู่ของบางสิ่ง พาดพิงถึงความแตกต่างของชีวิตคนเรา ควบกล้ำว่าทำไมคนเราไม่เหมือนกันถึงเพียงนี้ คำถามเบาหวิวไม่มีแก่นสารและไร้สาระ แต่สิ่งเดียวที่ดำรงอยู่ซึ่งผมรำลึกอยู่ทุกขณะคือ

อีกไม่นานความเหน็บหนาวก็จะผ่านไปอีกครั้งทว่าความโดดเดี่ยวและอ้างว้างจะคงอยู่ตลอดกาล

Comment

Comment:

Tweet

โดดเดี่ยวก็เท่านั้น อ้างว้างก็เท่านั้น

ยิ้มสิ จะได้ไม่โดดเดี่ยว

#5 By หนังสืออย่างฉัน (124.157.168.122) on 2006-12-27 17:54

บรื๋อออออ...หนาววว

#4 By tula on 2006-12-27 14:52

อาบน้ำแปลว่าอะไรเหรอ
ปล.หนาวจริงๆด้วยเนอะ

#3 By walk my own way ^^ on 2006-12-25 18:56

ถูกต้องพันเปอร์เซนเลยครับผมกับบรรทัดสุดท้าย
มันน่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไปถึงจะดี555
ปอลอ อาบน้ำตอบเช้าแล้วจะไม่หนาวรึ
ตั้งแต่ลมหนาวเข้ามาข้าพเจ้ายังไม่ได้อาบน้ำตอนเช้าเลย 555

#2 By omega on 2006-12-25 09:24

ที่จริงอากาศอย่างนี้ก็ดีเหมือนกันนะคะ...ลมเย็นโชยปะทะหน้าที่เชิดขึ้นเตรียมพร้อมเพื่อจะสูดลมหายใจสู้กับความเหงาค่ะ

#1 By Nu on 2006-12-24 12:09