หนังสือของมูราคามิ

posted on 22 Jan 2007 17:19 by porglon in Books

หนังสือของมูราคามิ

"Hear the Wind Sing"(สดับลมขับขาน)

"Pinball 1973"(พินบอล 1973 )

"A Wild Sheep Chase"(แกะรอยแกะดาว)

"Norwegian Wood" (ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย)

"The Elephant Vanishes"(ยังไม่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย)

"Dance Dance Dance"(เริงระบำแดนสนธยา)

"The Wind-Up Bird Chronicle" (บันทึกนกไขลาน)

"South of the Border West of the Sun"(การปรากฎตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก)

"Sputnik Sweetheart"(รักเร้นในโลกคู่ขนาน)

"Kafka on the shore"(คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ)

"After the quake"(รวม 6 เรื่องสั้น)

"Hard-boiled Wonderland and the End of the World"(แดนฝันปลายขอบฟ้า)

ประวัติของมูราคามิ

ฮารูกิ มูราคามิ เกิดวันที่ 12 มกราคม ปี 2492 ที่เกียวโต เติบโตที่เมืองโกเบ เป็นคนรุ่นใหม่ที่เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น(จัดอยู่ในกลุ่มเด็กรุ่นแรกหลังสงครามโลกครั้งที่2) พ่อและแม่เป็นอาจารย์สอนภาษาและวรรณคดี เขาเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยวาเซดะ สาขาการละคร และจบการศึกษาในปี 2518 และไม่ได้เข้าทำงานบริษัทใช้ชีวิตในโลกธุรกิจเช่นชายญี่ปุ่นรุ่นเดียวกันส่วนใหญ่ทำ แต่ดำเนินกิจการบาร์แจ๊ซร่วมกับภรรยาซึ่งแต่งงานกันตั้งแต่เป็นนักศึกษาต่อมาในปี 2522 ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญต่อชีวิตนักเขียนของมุราคามิ เขาได้เขียนผลงานเรื่อง "Kaze no Uta wo Kike" (ฉบับแปลภาษาไทย "สดับลมขับขาน") ส่งเข้าประกวดและได้รับรางวัลนักเขียนหน้าใหม่ของนิตยสารกุนโซ ครั้งที่ 23 ปี 2524 หลังจากนั้นเขาจึงตัดสินใจเลิกกิจการบาร์แจ๊ซหันมายึดงานเขียนเป็นอาชีพหลัก และใช้ชีวิตกับการแต่งหนังสือ เขียนบทความ เรื่องสั้น ลงนิตยสาร หนังสือพิมพ์ และอินเตอร์เน็ต แปลหนังสือวรรณกรรมร่วมสมัยของอเมริกา เช่น ผลงานของเรย์มอนด์ คาร์เวอร์ สก็อต ฟิตช์เจอราลด์ เป็นจำนวนมากตั้งแต่ปี 2529-2538มูราคามิไม่มีลูก ครอบครัวของเขาคือภรรยากับแมวที่ทั้งคู่เลี้ยงไว้

(แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อ)

Comment

Comment:

Tweet

เอนทรี่นี้เป็นแหล่งอ้างอิงหนังสือของมูราคามิได้ดีทีเดียว

กำลังตามเก็บอยู่เหมือนกันค่ะ

แต่หนังสือของมูราคามิหายากมากเลย

#34 By lunatic_girl on 2012-04-11 20:39

r
sad smile question double wink embarrassed

#33 By i (124.120.119.4) on 2008-10-18 16:56

r
sad smile question double wink embarrassed

#32 By i (124.120.119.4) on 2008-10-18 16:56

เล่มล่าสุดของลุงยังครับ

มีแต่ภาษาปะกิดbig smile
after dark กำลังตามมา
ว่าแต่พอทราบไหมคะว่าเรื่อง..
Blind, Willow, Sleeping Woman
มีแปลเป็นไทยหรือเปล่าคะ

#30 By iampim (202.57.142.245) on 2008-07-29 15:33

http://www.facebook.com/album.php?aid=5196&l=aaea6&id=1045874997

Norwegian Wood กับ A Wild Sheep Chase พิมพ์อีกรอบแล้วค่ะ วางแผงวันที่ 5 สิงหาคมนี้ เล่มใหม่ After Dark (ราตรีมหัศจรรย์) ก็วางแผงพร้อมกัน

#29 By แอน (125.24.150.126) on 2008-07-20 14:15

ลองถ่ายมาเถิดครับ
แลกเปลี่ยนกัน
โอ้...ลืมเขียนชื่อ

#27 By mokurosuke (58.8.140.72) on 2007-04-04 15:54

โอ้...ผมคงต้องถ่ายชั้นหนังผมมาสู้แล้วล่ะคร้าบบบบ...อย่างอื่นสู้ไม่ได้

#26 By (58.8.140.72) on 2007-04-04 15:53

Norwegian wood สั่งจากเวบมติชนได้รึเปล่าคะ อาจยังมีอยู่..ตอบช้าไปมั้ยเนี่ย

#25 By parallel life on 2007-03-07 18:37

ก็เขาเอามาลดราคาลงเสียครึ่ง ใครมีทุนทรัพย์ไม่ซื้อก็พลาดหละครับ
ยากจริงเหรอ
เมื่องานสัปดาห์ปีก่อน นอวีเจียนวู้ดกองเท่าภูเขา งานสัปดาห์ครั้งต่อมาไม่มีแล้ว หาที่ไหนก็ไม่ได้ ว้าก มันพรวดพลาดรวดเร็วมากนะครับ

#23 By omega on 2007-02-08 10:03

เป็นประเด็นที่น่าสนใจมากเลยครับ
ผมคงต้องยอมรับว่าคุณโตมรและคุณคมสันแปลได้ใกล้เคียงกับฉบับภาษาอักฤษได้ดีกว่า(อันนี้จริงผมเห็นด้วย)

และเท่าที่ทราบคุณโตมรก็ได้ขอร้องให้คุณคำผกา(นักเขียนหญิงไทยคนหนึ่งที่มีความรู้ทางภาษาญี่ปุ่น)มาตรวจสอบเทียบเคียงกับต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นด้วย

ส่วนคุณคมสันนั้นผมไม่ยืนยันว่าได้ให้ผู้รู้ท่านใดมาเทียบเคียงหรือเปล่า

อันนี้เป็นทางฝั่งคุณนพดลครับ
Mr. Yasuhiko Nakata
Mr. Tasuo Niwa
Toshihiro Shida
Ms.Marisa (ไข่หวาน) Kotani
คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ
คุณเมทนี เจริญบูลย์วิวัฒน์
รองศาสตราจารย์ ดร.นิตยา กาญจนะวรรณ
คุณอธิชา มัญชุนาการ
คุณสมบูรณ์-ปราณีต เจริญศรี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สร้อยสุดา ณ ระนอง
คุณชลิตา โกมุทบุตร
คุณศิรินทร์ ศิริคูณ
คุณพิมพ์ทิพย์ ฟักทองพรรณ
ทั้งหมดได้ให้ความช่วยเหลือคุณนพดลในการแปลต้นฉบับของมูราคามิ

แน่นอนว่าผมยังไม่รู้ว่าสำหรับข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ฝากผู้รู้มาช่วยอธิบายด้วยแล้วกันนะครับ(อยากอ่านภาษาญี่ปุ่นได้จัง)

ปล.ยินดีที่ได้พบสาวกมุราคามิครับ (ต้องบอกว่าหายากมากเลย)
แต่ผมกลับคิดว่า งานแปลของคุณนพดลก็เป็นภาษาเฉพาะสำหรับคุณนพดลนะครับ สังเกตจากเรื่องอื่นที่เคยเห็นคุณนพดลแปลก็จะมีภาษาประมาณนี้เหมือนกัน

นักแปลคงไม่มีทางถ่ายทอดภาษาของคนเขียนออกมาได้โดยที่ไม่ใส่ตัวเองลงไปเลย เนื่องจากงานแปลคืองานที่ต้องอ่านแล้วทำความเข้าใจแล้วถ่ายทอดออกมาตามที่ตัวเองเห็น เรื่องภาษาเป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งผมคิดว่าสำคัญน้อยกว่าอารมณ์และบรรยากาศ

เท่าที่เคยอ่านเทียบระหว่างฉบับภาษาอังกฤษและฉบับไทย ผมกลับรู้สึกว่า คุณนพดลไม่ค่อยเข้าใจมุราคามิแฮะ คือดูบรรยากาศของเรื่องมันไม่เหมือนอย่างที่อ่านฉบับภาษาอังกฤษ(ผมเคยอ่านทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษเทียบกันหลายเล่มอยู่) ซึ่งถ้าเทียบกับของคุณคมสันหรือคุณโตมรจะค่อนข้างใกล้เคียงกันมากกว่า

ป.ล. จะว่าไปผมก็ไม่เคยอ่านมุราคามิเป็นต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นเพราะอ่านไม่ออก หรือผมควรจะบอกว่าคุณคมสันและคุณโตมรดูจะเข้าใจคนแปลเรื่องมุราคามิเป็นภาษาอังกฤษ มากกว่าคุณนพดลดี

#21 By kimja on 2007-02-07 01:30

การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตกครับ
ขออภัยพิมพ์ผิด
และเท่าที่ทราบเล่มนี้ก็โดนว่าเรื่องการตั้งชื่อไทยมาก
เพราะเอาสิ่งสำคัญที่สุดมาเฉลย
เท่าที่ทราบมีคนชอบงาน "การปรากฎตัวของหญิงสาวในวันฝนตกมาก" แต่ผมก็ยังอยากลองอ่านฉบับที่คุณนพดลแปลมากกว่า ถ้าสังเกตดีๆเล่มนั้นช่วงแรกคุณโตมรจะแปลแกว่งๆเป็นภาษาตัวเอง แต่ช่วงหลังก็ยอมรับว่าพัฒนาขึ้นและแปลดีทีเดียว
รู้มาว่าตอนเรียนการละคร มูราคามิไม่สนใจห่าอะไรเลย วันๆนั่งอ่านบทละครและบทภาพยนตร์ในพิพิธภัณฑ์โรงละครที่มหาลัย -แล้วมันเรียนการละครทำไมวะ
-แล้วกูเรียนถาปัดทำไมวะ

#18 By omega on 2007-01-31 10:50

ทุกเล่มที่ร้านคิโนะคุนิยะน่าจะมีขายนะครับ
ส่วนเล่มที่ผมว่าน่าอ่านสุดเป็น South of the border west of the sun แฮะ (เพราะโดนกับชีวิตตัวเองเยอะ) แถมผมว่าแปลดีด้วยอ่ะ

#17 By kimja on 2007-01-31 00:58

ร้านเจ๊แขกนั้นนะ
อร่อยมาก
อยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง
สั่งไม่ใส่พริกก็จะมีพริกมาล้นจาน
อยากกินไม่เผ็ดไปร้านอื่น
ตักพริกเล่นก็ต้องโดนตบหัวสิครับ
ร้านเจ๊แกคลั่งพริกมาก
ก๋วยเตี๋ยวร้านเจ๊แขกป่าวครับ
ที่ตักพริกเล่นโดนตบนะ555

#15 By omega on 2007-01-29 16:45

เป็นชั้นหนังสือสวยมากเลยนะคะ

#14 By มีนา (124.120.222.28) on 2007-01-29 14:23

thesis แรกในชีวิตอยู่ที่ราชบุรี วัดไทรอารีรักษ์ ก๋วยเตี๋ยวหลังวัดอร่อยมาก

#13 By code50200 on 2007-01-27 12:32

แวะมาบอกว่าอิจฉา
คนมีบ้านอยู่ในที่มีอากาศบริสุทธิ์

อยากไปอยู่บ้างจัง

#12 By ข้าวปุ้น on 2007-01-26 23:47

บ้านผมอยู่ราชบุรี
เชิญแวะเวียนผ่านมาได้
แต่แถวนี้มีโรงไฟฟ้าเยอะ(สองโรงแล้วครับ) โรก๊าซอีกหนึ่งและกำลังขยาย
บ้านอยู่แถวไหนค่ะ
แล้วไม่อยู่บ้านตอนไหนบ้าง
จะไปจิ๊กมาสักเล่มสองเล่ม

#10 By ข้าวปุ้น on 2007-01-25 20:28

โอ ช่าย ผมก็โดนกล่อมโดยเรื่องนี้ก่อน

#9 By omega on 2007-01-25 18:28

สำหรับคนเริ่มอ่าน
แนะนำให้อ่านnorwegianwood ก่อน
(ควรทำตามอย่างยิ่ง-ไม่งั้นอาจเขวี้ยงหนังสือของมูราคามิทิ้งได้)
อย่างเริงระบำแดนสนทยาก็จะเป็นภาคต่อของสามเล่มก่อนหน้านั้น ถ้าหยิบมาอ่านก่อนอาจไม่ชอบได้
อ่านเรื่องไหนก็เหมือนกันหมดละ

#7 By omega on 2007-01-25 14:29

ผมมีอยู่เล่มนึงครับ รักเร้นในโลกคู่ขนาน แต่ยังไม่ได้อ่านซะที ซื้อมาตั้งนานแล้ว เท่าที่อ่านเล่มไหนดีสุดครับ

#6 By brawatcher on 2007-01-25 13:42

เคยอ่านเรื่องเริงระบำแดนสนธยา

อ่านแล้วรู้สึกว่า ลองลอย

#5 By code50200 on 2007-01-25 13:38

คุณโจรมากันเมื่อไหร่จะต้อนรับขับสู้
ปล้นหนังสือคงเป็นโจรที่แปลกประหลาดทีเดียว
อิจฉาวุ้ย ระวังโดนปล้นบ้านนา

#3 By tula on 2007-01-22 17:30

อีกไม่กี่เดือนก็งานสัปดาห์หนังสือแล้ว
ถึงเวลาออกตามหาของเก่า
ต้องร้าน โฆษิต เท่านั้น
เล่มที่สามกะสี่ซื้อที่ไหนคร้าบ-----------
ทำอย่างนี้มาต่อยกะกูดีกว่า

#1 By omega on 2007-01-22 17:22