“ต้องเป็นที่หนึ่งให้ได้”

        ในตอนที่ “บัณฑิต   อึ้งรังษี”   ชนะเลิศการแข่งขัน   Maazel-Vilar International Conducting Competition(การแข่งขันวาทยากรนานาชาติรายการใหญ่และมีเกียรติสูงสุด) ในปี พ.ศ. 2545      ผมมีโอกาสรับทราบข่าวความสำเร็จนี้จากสื่อเล็กๆสองฉบับคือ   หนึ่งนิตยสารโอเพ่น(ในวันที่ล้มลุกคลุกคลานอยู่ในกระแสทุนอันเชี่ยวกราก)   สองเสาร์สวัสดี(หนังสือแทบลอยด์ของกรุงเทพธุรกิจในยุคแสนรื่นรมของ อธิคม คุณาวุฒิ)    ผมจึงได้ร่วมเป็นคนหนึ่งที่ได้แสดงความยินดีกับความสำเร็จดังกล่าวร่วมกับชนกลุ่มน้อยคนอื่นในประเทศไทย(ด้วยเสียงแผ่วเบา)     ช่วงเวลานั้นเองที่ทำให้ผมเริ่มเข้าใจความหมายในการดำรงอยู่ของวาทยากร   ว่ามีความสำคัญเช่นไร(เพราะในอดีตเคยสงสัยว่าบุคคลที่ยืนแกว่งไม้บาตองไปมาในจุดที่โดดเด่นที่สุดนั้นมีไว้เพื่อเหตุใด   แต่กลับไม่เคยหาคำตอบ)   ในที่สุดจึงได้เข้าใจว่ามีสำคัญจริงแท้   สำหรับการตีความ   ควบคุม   และรังสรรค์ดนตรีในแบบต่างๆออกมา(วงออเคสตราวงเดียวกัน   บรรเลงเพลงเดียวกัน   แต่ควบคุมด้วยวาทยากรคนละคน-อรรธรสที่ผู้ฟังจะได้ลิ้มรสนั้นแตกต่างกันสิ้นเชิง)   ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ประหนึ่งจิตรกรผู้ควบคุมอุปกรณ์ในการสร้างงานศิลปะ   ผู้กำกับภาพยนตร์ในการผลักดันความสมบูรณ์แบบของหนัง   หรือผู้จัดการทีมฟุตบอลผู้วางหมากแก้เกมเตะให้โลกตะลึง(หรือในทางการเมืองอาจเปรียบเสมือนผู้นำสูงสุดในการบริหารประเทศก็ว่าได้)   ความเข้าใจที่ถูกต้องนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นให้ผมสนใจฟังดนตรีอีกประเภทด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไป

        “ผมจะไปคาร์เนกี้ฮอลล์ได้ยังไง”  วาทยากรชาวไทยเอ่ยถามทางกับชาวนิวยอร์คคนหนึ่ง

        “คุณก็ต้องซ้อม   ซ้อม   แล้วก็ซ้อม”   ชายคนนั้นตอบกลับมาด้วยคำพูดทีเล่นแต่เป็นความจริง

        ถึงแม้จะใช้เวลานานไปพอสมควร(ประมาณ 3 ปี)    แต่สุดท้ายสื่อกระแสหลักก็มีโอกาสนำเสนอความสำเร็จครั้งนั้นจนได้   โฆษณาหนึ่งที่นำประสบการณ์ตรงของบัณฑิต   อึ้งรังษี   มาใช้   เปิดตัวให้คนไทยส่วนใหญ่ได้รู้จักกับวาทยากรผู้นี้มากขึ้น   ประจวบกับปลายปี 2549 สำนักพิมพ์มติชนได้พิมพ์หนังสือชื่อ  “ต้องเป็นที่หนึ่งให้ได้”   ออกมาบนแผงทั่วไป    แถมล่าสุดยังมีภาพยนตร์แนวสารคดีที่ติดตามการเดินทางไปสู่คาร์เนกี้ฮออลล์ของเขาที่เพิ่งได้จัดฉายไป   ในที่สุดชื่อของบัณฑิต   อึ้งรังษี   จึงไม่แปลกหูต่อคนไทยส่วนใหญ่อีกแล้ว   และแน่นอนว่าผมก็ไม่ลืมที่จะแสดงความยินดีกับความสำเร็จนั้นร่วมกับทุกคนอีกครั้ง  

 

“ยินดีที่ได้พบกันนะ   โนดาเมะจัง”

     จิอากิ   ชินอิจิ   ก็เป็นเด็กหนุ่มอีกคนที่มีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นวาทยากรระดับโลก   จากการปลูกฝังในวัยเด็กประกอบกับพรสวรรค์ที่มีอยู่และการฝึกฝนมานะพยายาม   ทำให้เขามีทักษะการฟังและเล่นดนตรีอย่างยอดเยี่ยม   เพียงแต่โรคกลัวการนั่งเครื่องบินและเรือ   ทำให้ไม่สามารถเดินทางจากญี่ปุ่นไปฝึกฝนและทดสอบความสามารถที่ต่างประเทศ(ต้นกำเนิดวัฒนธรรมนี้)ได้  

ความใฝ่ฝันที่มีจึงขัดแย้งกับความเป็นจริงอย่างรุนแรงจนแทบเป็นไปไม่ได้   ทว่าเมื่อโนดะ   เมงุมิ   รุ่นน้องนักเรียนสาขาเปียโนผ่านเข้ามาในชีวิตของจิอากิ   ทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มมีจุดหมายมากขึ้น(ความจริงเรียกว่าเลวร้ายลงก็ไม่ผิด)   รวมถึงความสนุกสนานเริงรื่น   ความประทับใจ   ที่จะกระกระตุ้นต่อมความคิดและความฝันของทุกๆคน  

Nodame Contabile   เป็นละครทีวีของญี่ปุ่น(สร้างจากมังงะ)ที่ทำให้ผู้คนทั่วไปได้เปิดโลกทัศน์เกี่ยวกับดนตรีคลาสสิคไปอีกขั้น   กระเถิบความสนใจให้ใกล้ชิดเข้าไปอีกระดับ   เพราะในความสนุกสนานของเรื่องก็ซุกซ่อนข้อคิดดีๆให้ขบคิดตามไปด้วย   จึงไม่น่าแปลกใจที่คนที่ได้สัมผัสจะหลงรัก(คุณงามความดี)ของละครเรื่องนี้ทุ่มเทให้อย่างหมดหัวใจ   โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีใจรักในเสียงเพลงเป็นทุนเดิม   ละครเรื่องนี้จะปลุกปั้นพลังอันแรงกล้าที่หลบซ่อนอยู่ในตัวให้ลุกโชนขึ้นมา   และบางทีคุณอาจเป็นคนไทยอีกคนที่ดื่มด่ำกับบทเพลงของโลกบนเวทีที่ชื่อว่า คาร์เนกี้ฮออลล์  ก็ได้ 

 

“ดนตรีนั้นคือชีวิตจังหวะคอยลิขิตให้ชีวิตก้าวไป”

      บัณฑิต  อึ้งรังษี, Nodame Contabile  ,Swing Girl(สาวสวิงกลิ้งยกแก็งค์) และSeasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย   ปรากฎโฉมต่อสาธารณะชนในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน(เสมือนเป็นสัญญาณบางอย่าง)   ทำให้ผมมีโอกาสสัมผัสถึงดนตรีในแบบไม่คุ้นเคยมากขึ้น(ด้วยความเข้าใจบ้าง)     หนึ่งบุคคลจริงและสามเรื่องแต่ง(เนียนๆ)นั้นได้ถ่ายทอดแง่มุมต่างๆระหว่างชีวิตกับดนตรีออกมาได้อย่างมีคุณค่า   แตกย่อยในแต่ละประเด็นแตกต่างกันไป(โดยมีดนตรีบนหิ้งเป็นแก่นหลัก)   แต่มีจุดร่วมตรงกันที่พูดถึงความรัก   ความฝัน   และความมานะพยายาม   ซึ่งแต่ละคนก็คงได้รับแง่คิดต่างกันออกไป   ผมได้อย่างหนึ่ง   คนอื่นก็ได้อีกอย่างหนึ่ง   แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถเจาะทะลุความคิดคนอื่นได้   ดังนั้นมาเริ่มต้นที่คำถามง่ายๆก่อน(ก่อนที่จะเจาะลึกลงไปในแต่ละเรื่อง-ถ้ามีโอกาส)

                         แล้วคุณหละได้อะไร? 

 

ปล.ลิงค์ที่น่าสนใจขอรับ 

โนดาเมะฉบับบ้านเรา http://jaan.exteen.com/20070321/private-cosplay-nodame-cantabile-series/page/1#lastcomment

บทวิเคราะห์ดีๆเกี่ยวกับโนดาเมะ  http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9500000099390

http://www.bangkokbiznews.com/2007/05/11/WW06_0610_news.php?newsid=68331

http://www.matichon.co.th/news_review.php?id=4204

Comment

Comment:

Tweet

น่าน ...หลงเสน่ห์ โนดาเมะเข้าไปอีกคนแล้วสินั่น
big smile

#11 By labyrinthwaltz (203.155.174.212) on 2007-11-05 22:00

ว้าว...
โนดาเมะ..สนุก ผ่อนคลาย
และทำให้รักดนตรีขึ้นอีกเยอะ

เคยอยากเรียนดนตรี..
แต่อะไรไม่รู้ มาทำให้เปลี่ยนใจ
ติดใจเครื่องสายน่ะ
เคยจับกีตาร์ได้คอร์ดสองคอร์ด
เคยเล่นจะเข้ ตอนอยู่ ม.ต้น

แต่ทำไมตอนนี้ลืมไปหมดแล้วก็มะรุ
หรือว่าเราจะเป็นพวก..ความจำสั้นหว่า??

หนังเรื่องนี้สนุกจริง ๆ
ดูแล้ว...ได้จิตวิญญาณเรากลับคืนมา big smile
((เว่อร์ไปป่าวหว่า??))

#10 By รักคือ? on 2007-10-15 17:53

สนุกเหรอเรื่องนี้....

#9 By StillBoy on 2007-10-15 14:29

ขอบคุณครับสำหรับแฟนโนดาเมะตัวจริงที่มาแก้ข้อมูลให้ถูกต้องครับ

-อยากให้พวกผู้ใหญ่ได้ดูเหมือนกันครับ โดยเฉพาะพวกชอบกินบ้างกินเมือง ลองมากินดนตรีดูบ้าง บางทีท้องจะได้อิ่ม
-ดีใจด้วยกับการที่ได้ลองเรียนในสิ่งที่สนใจ สำหรับผมเองนั้นไม่มีหัวด้านนี้เลย
-โอ้ จริงๆก็อยากฟังวงแบบสดๆเหมือนกันนะ คงต้องพยยามดูแล้วหละ
-ช่วงนี้ศิลปินขั้นเทพเสียชีวิตเยอะจังเลย ผู้กำกับหนังอย่าง อิงร์มาร์ เบิร์กแมน มิคัลเจโล่ อันโตนิโอนิ เอ็ดเวิร์ด หยาง ร่วมไว้อาลัยครับ
อาจจะไม่เกี่ยวนะคะconfused smile
แต่ถ้าใครเข้าGooGle ช่วงนี้จะเห็นอักสรตัว L เป็นรูปชายในชุดทักซิโด้ สุดเท่ห์ คงจะสงสัยว่าเป็นใคร
เขาคือลูเซียโน ปาวารอตติ นักร้องโอเปร่าเสียง เทอร์เนอร์ (tenor) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง จากโลกนี้ไปด้วยวัย 75 ปี
ดิฉันรู้เขาครั้งแรกจาก class ดนตรีร่วมสมัย ตอนเรียนปริญญาตรี งงไปเลยตอนดู ดีวีดี แสดงสดที่จัดในกรีซ เสียงเขาดีจิงจิง double wink
ส่วนทั้งสามเรื่องเคยดู SEASON CHANGE เรื่องเดียวเองอ่ะ ต้องไปหาอีกสองเรื่องมาดูแล้วล่ะ

#7 By อรสา พรข้าวมีกิน (124.120.160.126) on 2007-10-13 10:09

ผมเคยฟังการเล่นสด ที่ดุริยางคศิลป์
ในหนังสู้การได้ฟังของจริงไม่ได้เลยครับ

#6 By brawatcher on 2007-10-13 00:59

อ่านแล้วก็อยากดูครับ
Nodame Contabile มีDVD หรือเปล่าครับ

http://lonesome-cities.exteen.com

#5 By N.P on 2007-10-12 22:33

จริงๆ หนังพวกนี้อยากให้พวกผู้ใหญ่หัวโบราณมาดูมากๆเลยค่ะ เผื่อว่าจะเปลี่ยนความคิดได้ว่าพวกที่เรียนทางด้านศิลปะต่างๆเป็นพวกไม่ฉลาดพอจะเรียนอย่างอื่น ไม่ก็เอาแต่มองว่าเต้นกินรำกิน เป็นงานชั้นต่ำ
ทั้งที่จริงๆแล้วงานพวกนี้ก็ล้วนแต่เป็นงานมีเกียรติ ต้องใช้ความสามารถ และเป็นอาชีพที่ "งดงาม" ทั้งนั้นเลย
แล้วก็อยากให้เด็กๆได้ดูกันด้วย เพราะเด็กไทยโตมากับสังคมรอบข้างที่เอาแต่เป่าหูว่าเรื่องพวกนี้มันไร้สาระ เราเลยไม่ค่อยมีศิลปินเก่งๆออกมากันจริงๆจังๆ ถ้าเด็กได้ดูแล้วนึกขึ้นมาได้ว่าเราเองก็ชอบและอยากไปทางนี้อย่างเต็มตัวขึ้นมา ก็คงจะดีมากๆเลยล่ะค่ะ

โดยส่วนตัวแล้วเราก็ชอบด้านนี้มานานแล้วล่ะค่ะ แต่ก็ได้เริ่มเรียนดนตรีจริงๆก็เพราะโนดาเมะ แล้วก็เกมอีกเกมที่ชื่อ kiniro no corda ถึงตอนนี้จะไม่สะดวกเรียนเลยต้องพักไว้ก่อน แต่ยังไงก็จะกลับไปเรียนดนตรีแน่ๆค่ะ หุหุ confused smile

ps เห็นว่าตอนช่วงปีใหม่จะมีโนดาเมะตอนพิเศษฉายที่ญี่ปุ่นน่ะค่ะ
pps จริงๆเพลงบริหารลมทวารคือ onara taisou ค่ะ ส่วน mojamoja นี่มาจาก mojamoja gumikyaku หรือ suite ขยุยศรี ค่ะ

#4 By wassery_harp on 2007-10-12 19:26

เห็นว่าจะทำภาคต่อที่ฝรั่งเศษด้วยมั้ง ได้ดูเมื่อไหร่ไม่รู้สิtongue
โนะดาเมะจางงงงง ใช่มั้ย ๆ น่ารัก
โอย ขำ อยากดูอีก
แต่ไม่ค่อยชอบดูอะไรซ้ำๆ
รอปีหน้าค่อยดูใหม่
หรือรอลุ้นดูภาคต่อดีนะ

cry
เอิมม มาแก้ข่าวนิด Qoute
ที่เราพูดถึงในเอนทรี่ที่แล้วน่ะ
ไม่ได้มาจากหนังสือนะ
เค้าเป็นคนพูด เค้าน่ะเค้า
อ๊ะ ไม่มีใครถามอยากบอกเฉยๆ กิ้วๆ
อีกหนึ่งเรื่อง ชื่อเอนทรี่นี้ จุดจุดจุดจริงๆ

#2 By walk my own way ^^ on 2007-10-12 17:58

เขียนเองตอบเอง
แต่ตอบกันแบบตรงไปตรงมาคือ
ผมได้เสียสตางค์ไปไม่ใช่น้อยกับ

หนังสือหนึ่งเล่ม
ดีวีดีสามเรื่อง
wink