ซื้อหนังสือเล่มนี้มาเพราะงานของลุง ฮารูกิ มูราคามิ ติดอันดับถึง 4 เล่ม  แถมนักเขียนระดับมหากาฬมากันเต็มไปหมด
ความจริงติดอันดับมาจากปีที่แล้ว(แต่ไม่ได้จัดไว้) จึงขออนุญาติปลุกปั้นอีกครั้ง
หยิบมาพูดถึงเพราะเป็นหนังสือที่คุณภาพสูงมากเมื่อเทียบกับราคาจำหน่าย 295 บาท   สาเหตุหนึ่งเพราะผลิดจำนวนมากเพื่อจำหน่ายที่ญี่ปุ่นด้วย   แต่ถึงอย่างไรก็คุ้มค่ากระเป๋าสตางค์อยู่ดี 
 งานของลุงมูราคามิแปลไทยกันทั้งที่ไม่สนับสนุนได้อย่างไร  เพื่อว่าต่อไปทางสำนักพิมพ์ที่เปี่ยมคุณภาพจะได้นำงานระดับพระกาฬอื่นๆมาให้อ่านกันในรูปแบบภาษาไทยอีกเพราะ   นักอ่านก็ได้อะไรดีๆ(อ่านยากไม่เป็นไร-เก็บไว้อ่านตอนเกษียณได้)  นักแปลก็ได้ประโยชน์   สังคมการอ่านบ้านเราก็จะแข็งแรงขึ้น

         อันที่จริงโดยส่วนตัวไม่สันทัดการอ่านเรื่องสั้น   แต่ด้วยนิตยสารโลกหนังสือที่อยู่ด้านใน ช่อการะเกด  อ่านสนุกมากถึงมากที่สุด   เพราะมีข่าวคราวแวดวงหนังสือทั่วโลกว่าตอนนี้เป็นอย่างไร  แค่นี้ก็อิ่มไม่น้อย(แต่ใจจริงอยากให้มีทั้งเล่มเลยนะ)              

การแอบฟังเรื่องราวของชาวบ้านที่ตัดสินใจเริ่มต้นงานที่ตัวเองหลงรักไม่ใช่เรื่องน่าเกลียด   ครึ่งเล่มแรกนั้นน่าอ่านไม่น้อย  ส่วนครึ่งหลังเข้าข่ายฮาวทู  ดังนั้นจึงแนะนำให้อ่านแค่ครึ่งเดียวพอ(หรือไม่ก็ถามที่ร้านหนังสือว่า  แบ่งขายครึ่งเล่มจะได้ไหม)
     

ต้องยอมรับว่าหนังสือชุดนี้  อ่านไม่ง่ายเลย(เพราะมีเนื้อหาเฉพาะทางจากแทบทุกสาขาวิชาชีพ)   แต่ถ้าทำใจแล้ว   เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม   กระโดดเข้าใส่อย่างไม่กลัวเกรง   สิ่งที่ได้รับกลับคืนมาเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก   แต่ถ้าใครๆที่ไม่อยากรู้อะไรของโลกปัจจุบันมากเกินไป  ไม่แนะนำให้อ่านครับ  เพราะหนังสือเบาสมองยังวางอยู่เกลื่อนแผงรอให้ไปซื้อมาอ่านกันมากมาย

จะไม่ให้ชักชวนกันอีกครั้งได้อย่างไร  ในเมื่อเฮีย ภิญโญพาไปรู้จักเมืองเฮย์ ออน ไวย์  เมืองริมน้ำสามสิบร้านหนังสือ   พร้อมชายหนุ่มริชาร์ด บูธ ผู้ซื้อปราสาทแล้วตั้งตนเป็นจักพรรดิแห่งเมืองหนังสือเสียเองโดยไม่ต้องรอรัฐบาล(นี่ถ้าแถมบทสัมภาษณ์มาเสียหน่อยจะกรี๊ดกร๊าดมากกว่านี้) 
        
        สองเท้าก้าวเดินจากเชียงใหม่ไปสมุย   เหตุการณ์ครั้งนั้นผ่านพ้นไปแล้ว   เหลือเพียงบันทึกระหว่างทางที่กลายมาเป็นหนังสือเล่มหนาเล่มนี้   คำถามและคำตอบหลากหลายของชีวิตได้ถูกบรรจุอยู่ในข้อเขียนเหล่านี้แล้ว  ร่วมติดตามเรื่องราวที่เป็นมากกว่าเรียลลิตี้โชว์ได้ที่นี้ที่เดียวเท่านั้น    
          
             
หนังสือที่จะพาไปทำความรู้จักกับ ฮารูกิ  มูราคามิ   แบบพอแก้อาการคิดถึงชั่วคราว  ประกอบด้วย   บทความ   ความเรียง  เรื่องสั้น    แต่ว่าที่สวยหรูที่สุดคงเป็นบรรดาปกหนังสือภาษาแปลต่างๆของมูราคามิที่รวบรวมมาไว้ให้ชมชื่นกัน    
อันที่จริงหนังสือเล่มนี้ควรจะไปแนะนำกันปีหน้า(เพราะงบประมาณประจำปีไม่พอเพียงที่จะซื้อมาอ่าน)   แต่กลัวว่าจะน้อยใจกันไปก่อนจึงขอยกมาร่วมขบวนด้วยเลย   จัดเป็นอีกหนึ่งหนังสือที่อยากเอามานอนอ่านมากทีเดียว    

Comment

Comment:

Tweet

ลองไปหาซื้อที่ http://www.friendbookshop.com

#26 By admin (110.168.107.245) on 2012-02-15 17:27

พี่มีสองเล่ม
ดังนั้นมากกว่าห้องสมุดของมหาวิทยาลัยหนึ่งเล่มsad smile
Norwegian wood
ที่หอสมุดศิลปากร วังท่าพระ มีอยู่เล่มนึง

#24 By ~labyrinth☆waltz~ on 2008-07-19 22:27

openbooks อีหนู
พี่กอล์ฟ หนูสนใจไอ้เล่ม "30 วัน"น่ะ มันของสนพ.ไหนเหรอฮะ จะได้ไปตามตัวถูก

#22 By Nathael on 2008-07-17 19:41

เห็นแล้วอยากอ่านอ่ะ
สงสัยใช้เวลาไปกับหนังสือการ์ตูนมากไป
ต้องลองแล้ว

#21 By Piemluh (220.233.176.79) on 2008-01-06 18:54

เคยอ่านนอวีเจี้ยนแล้วไม่ชอบ เลยพาลไม่อ่านงานมุราคามิหลังจากนั้น อ่านแล้วซึมลึกเกิน มีนอวิเจี้ยนเล่มนึงค่ะ เป็นคนรักหนังสือดังนั้นแม้อ่านแล้วก็ใหม่มากๆ ถ้าหนังสือได้ไปอยู่กับคนที่รักมันก็จะดีใจกับมันด้วย ดังนั้นถ้าใครสนใจก็บอกได้นะคะ

เป็นพวกอ่านคละแนวค่ะ ทั้งบันเทิงและสาระจัด เพิ่งเคยเข้ามาบล็อกนี้ มีหน้าตาหนังสือแปลกๆที่ไม่เคยอ่านให้หยุดดู หยุดเรียนรู้สาระสั้นๆจากตัวมัน

ปล.ใครอยากได้ Norwegian Wood ก็ EMS มาถามก็ได้นะคะ

#20 By *~citrus~* on 2007-12-29 21:06

ผมก็อ่านครับ แฮรี่ พอตเตอร์

เพิ่งอ่านเล่มล่าสุดจบไปเองconfused smile
เราชอบอ่านวรรณกรรมเด็กอ่ะ

อย่าง แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ ชอบมากเลย confused smile

#18 By ๛‘‘๏ SiSSY ๏’’๛ on 2007-12-13 13:58

Norwegian Wood นั้นทางมติชนจำหน่ายหมดไปนานแล้วครับ(ถ้าจำไม่ผิดเห็นว่าพิมพ์ 2ครั้ง-ในงานสัปดาห์หนังสือเมื่อประมาณสองสามปีก่อนก็เอามาลดราคา 50 เปอร์เซนต์จนหลายคนเคืองไปไม่น้อย) เท่าที่เห็นเป็นเล่มเดียวที่จะไม่มีขายตามร้านทั่วไปแล้ว ส่วนเล่มอื่นยังหาซื้อได้ที่ร้านหนังสือคิโนะคุนิยะ(เซนทรัลเวิล-พารากอน) หรือถ้าอยากได้ราคา50 เปอร์เซนต์บางเล่มก็ร้านหนังสือโฆษิตที่งานสัปดาห์หนังสือ หรือสั่งบนเว็บเขาก็ได้

หรือบางทีอาจลองแวะเข้าไปดูในห้องสมุดมหาวิทยาลัยก่อนอาจมีให้อ่านก็ได้(ลองเสิร์ชของม.อื่นดูก็ได้)

ไม่งั้นก็ลองแวะไปตามร้านหนังสือเก่าต่างๆอาจพบแบบฟลุ๊คๆก็ได้ เพราะเท่าทีทราบมีคนที่ซื้อไปแล้วเอามาขายเป็นมือสองพอควร (เพราะมีน้องสาวคนหนึ่งบอกผมว่าได้มาในราคา 30 บาทเท่านั้น-อืมจะฮาดีไหมเนี่ย)

สรุป ถ้าใครเจอที่ไหนก็แวะมาบอกกันทีครับconfused smile
จะมา่บอกคุณพอกลอนว่า ที่คุณพอกลอนเเนะนำก็สนใจNorwegian Wood อันดับหนึ่งจริงๆ รู้ใจจริงๆครับ! เเต่ก็เเบบเึคยหานะเล่มนี้น่ะ เเต่หาเท่าไรก็ไม่เคยเจอ คุณพอกลอนพอจะทราบมั้ยครับว่า หนังสือเล่มนี้ยังพอมีที่ไหนมีชีวิตพอจับต้องได้บ้าง ในงานสัปดาห์หนังสือเเห่งชาติมีมั้ยอะ sad smile

#16 By shikak on 2007-12-12 18:33

ตอบคำถามครับ

จริงๆแล้วจะสั้นหรือยาว บางหรือหนา ลุงมูราคามิแกก็เขียนเหมือนกันหมดครับ เพราะพอถึงตอนจบคนอ่านก็ต้องคิดต่อเอง แถมถ้าอ่านซ้ำก็จะได้อะไรใหม่ๆเสมอ

ส่วนถ้าอยากให้แนะนำเล่มที่อ่านแล้วจะติดใจ คิดว่ายากมากทีเดียว เพราะมันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ร่วมของคนอ่าน งั้นพูดถึงคร่าวๆแล้วกันนะครับ

Norwegian Wood(จัดเป็นงานขายดีที่สุดจนทำใให้โด่งดัง คือถ้าอยากได้ประสบการณ์ช่วงมหาวิทยาลัยก็น่าอ่าน แต่ฉบับแปลไทยอาจหายากทีเดียว)

Sputnik sweetheart* โบคุ(ชาย)รักสุมิเระ(หญิง)ที่อยากเป็นนักเขียน แต่สุมิเระดันไปรักมิว(หญิง)ที่อายุมากกว่าซะงั้น แต่โบคุกับสุมิเระก็มีความสัมพันธ์ดีๆต่อกันอยู่เสมอ

South of the border,west of the sun เหมือนจะคล้ายภาคต่อของ norwegian wood แต่หากใครที่เคยมีความรักสมัยประถม แล้วสุดท้ายกลายมาเป็นเจ้าของคลับหรือผับแจ๊ส จะถือเป็นเรื่องโปรดขั้นสุดยอด(สำนวนแปลของ เฮีย โตมร)

Kafka on the shore* มหากาฬแห่งการตามหาตัวตนของเด็กชายอายุ 15 ผู้หนีออกจากบ้าน มีห้องสมุดเอกชนเป็นฉากหลัง(ได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งจากหนังเรื่อง 400 Blow ) สลับบทกับลุงนาคาตะที่บังเอิญพูดกับแมวรู้เรื่อง กับภาระกิจที่ยิ่งใหญ่ที่รอทั้งสองคนอยู่

The wind-up bird chronicle* โบคุผู้สมัครใจว่างงาน กับการตามหาแมวที่หนีหายออกจากบ้าน และบ่อน้ำลึกลับในบ้านร้างสุดซอย(คิดว่าเป็นเล่มหนาที่สุดและถูกนักวิจารณ์ยกย่องว่าดีที่สุด)

ส่วนสี่เล่มนี้ควรอ่านต่อกัน(แต่อาจอ่านสลับก็พอได้บ้างถ้าเปรี้ยวจริง เพราะสามเล่มแรกเป็นไตรภาคแห่งมุกสิก)
-Hear the wind sing ฤดูร้อนสิบเจ็ดวัน ในวัยเรียนของโบคุกับมุกสิก

-pinball,1973 โบคุกับมุกสิกวัยทำงาน สาวฝาแฝดนาม 208 กับ 209 และการตามหาตู้พินบอล

-A wild sheep chase ผ่านมาอีกหลายปีกับหญิงสาวหูสวยผู้ปิดซ่อนใบหูนั้น โบคุกับมุกสิกตอนจบ

-Dance Dance Dance ภาคต่อจากเรื่องบน(แกะรอยแกะดาว)ครับ

-Hard boild wonderland...
เป็นเรื่องของโบคุ นักสับเรียงข้อมูล กับหญิงสาวในชุดสีชมพู ด็อกเตอร์ประหลาด และกะโหลกยูนิคอร์น
สลับบทกับดินแดนฝันปลายสุดขอบฟ้ากับโบคุอีกคนที่เริ่มหน้าที่อ่านความฝันในห้องสมุด ส่วนตัวผมว่างานชิ้นนี้หินมาก แต่ก็น่าท้าทายที่สุด

เรื่องที่มี * จะติดอยู่ใน 1001 books you must see before you die (After the quake ก็ติดด้วย)


ทั้งหมดที่เขียนไปไม่ได้เรียงลำดับอะไรนะครับ แต่พูดถึงให้พอมีข้อมูลสำหรับเลือกสรร เพราะจริงๆคนที่สนใจก็คงจะทยอยอ่านกันหมดอยู่แล้ว


วิธีอ่านที่เหมาะสม:ถ้าไม่รีบอ่านจะสนุกมาก อ่านข้ามเดือนข้ามปีก็ยังได้
อ่าอยากสอบถามครับ...คือลองอ่านงานของ มุราคามิไปสองเล่ม รวมเรื่องสั้นน่ะครับ เรือเชื่องช้า กับ after the quake อะครับ ก็ชอบนะ ส่วนตัวชอบเเผ่นดินไหวมากกว่า คือตัวผมสมาธิสั้นหน่อย ประมาณว่าชอบอ่านไรที่จบในตอน มีหนังสือนิยายอะไรของมุราคามิมั้ยครับ ที่เเนะนำให้อ่านก่อน เเบบอ่านเเล้วติดใจ คือมีออกมามากมาย เลือกไม่ถูก (โยนให้คุณพอกลอนเเนะนำ) sad smile

#14 By shikak on 2007-12-12 03:45

ไม่ได้ล๊อกอินครับ

ผมอยากอ่านทุกเล่มที่คุณแนะนำมาครับ
โดเฉพาะ "เริ่มจาก 0"

#13 By มนุษย์กล่อง (124.120.156.214) on 2007-12-10 22:58

สวัสดี

#12 By omega on 2007-12-09 20:56

หลายเล่มไม่เคยเห็นเลยครับ และก็ไม่เคยอ่านสักเล่มเลย

#11 By เจ้าชายน้อย on 2007-12-09 08:18

ใครชอบเล่มอื่นๆบอกกันบ้างนะครับ จะได้เป็นแนวทาง
ปีนี้เราอ่านหนังสือน้อยมากเลยล่ะ
แต่น่าจะฟังเพลงเยอะขึ้น

ถ้าเทียบกันกะปีอื่นๆน่ะนะ

#9 By walk my own way ^^ on 2007-12-08 10:56

สนใจรับ "Love Box"

สักเล่มมั้ยคะ??

big smile big smile

#8 By รักคือ? on 2007-12-07 22:17

ผมมีเล่มสุดท้าย
อยากได้มูราคามิ ยังไม่มีเวลาไปร้านหนังสือเลยopen-mounthed smile

#7 By lolay on 2007-12-07 16:54

เอ........
เริ่มอ่านจากเล่มไหนก่อนดีนา...
เอ้า ดูที่น่าปกสวยๆ ก่อนล่ะกันนะ
อิอิ

#6 By ..สามดอกจิก.. on 2007-12-07 16:27

หวังว่า...
เรือคง เชื่องช้ามาก พอที่จะอ่านอีก 12เล่มที่เหลือ
ก่อนถึงเมืองจีนนะ
แต่ตอนนี้ ก็พึ่งจะมี เรือเชื่องช้าอยู่เล่มเดียวนี่แหละ
พึ่งอ่านไปได้ 2เรื่องสั้นในเล่มsad smile

#5 By mokurosuke (125.24.240.16) on 2007-12-07 14:35

อ่านอะไรก็ได้ฮะ มันเป็นเรื่องความชอบส่วนตัวประมาณนั้น แต่ว่าแนะนำให้อ่านไปเรื่อยๆก็พอ
ไม่เคยชิมซักกะเล่มเลยว่ะพวก

#3 By 030419 on 2007-12-07 13:35

เยอะมาก ของผมมีแต่การ์ตูน ฮาาาconfused smile

#2 By closes on 2007-12-07 13:06

อยากอ่านอ่ะ เริ่มจาก 0 อ่ะ

#1 By joyzezero on 2007-12-07 13:03