ถ้านับจากจดหมายฉบับที่แล้วที่เคยส่งไป เวลาก็ล่วงผ่านมาครบหนึ่งปีพอดี(ขออภัยที่ไม่ตอบจดหมายในฉบับต่อมาเฉยๆ) การทักทายทางตัวหนังสือจึงหยุดชะงักลง ระยะเวลาหนึ่งปีนั้นนานแค่ไหน ผมก็ไม่รู้ สำหรับแต่ละคนคงสั้นยาวต่างกันไป ส่วนผมเองก็มีเรื่องราวต่างๆ มากมายผ่านเข้ามา มีอะไรให้จดจำมากบ้างน้อยบ้าง ทั้งเรื่องความคิด การมีชีวิต การทำงาน การเที่ยวเล่น จนถึงเรื่องความหวังฝันหวาน ดูเหมือนว่าเวลานี้จะได้กลับมานั่งทบทวนชุดใหญ่ประหนึ่งเป็นวาระแห่งชาติส่วนตัว เมื่อกลางปีหมุนวนผ่านมาถึง(ทั้งที่ก็คอยสำรวจมันอยู่ตลอด) อาจต่างจากคนอื่นที่มักใช้ช่วงมาตรฐานสากล(มี ISO9002 หรือเปล่าไม่รู้ - คนนะไม่ใช่โรงงาน) อย่างปีใหม่เป็นจุด Restart ทุกครั้ง แต่บางทีผมคงผูกพันกับช่วงหน้าฝนที่เต็มไปด้วยกลิ่นเสื้อนักเรียนใหม่มากกว่า เพราะมันดูสดใส น่าตื้นเต้น และเป็นธรรมชาติดี ท่ามกลางผู้คนนับร้อยนับพันในรอบรั้วโรงเรียนนั้น ไม่มีใครรู้หรอกว่าเราจะได้นั่งข้าง(หัวใจ)ใครบ้าง         

 

 

     ช่วงที่ผ่านมา ผมพบเด็กสาวคนหนึ่งที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เธอได้ถามผมและตัวเองไว้ว่า ฉันตอนประถม กับฉันตอนมัธยม และฉันตอนนี้(ที่แทบจะไม่เหมือนกันเลย เพราะเธอเจอสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป) ฉันคนไหนกันแน่ที่เป็นตัวจริง สำหรับผม ถือเป็นคำถามที่น่าสนใจดีนะ น่าชักชวนใครหลายคนมาพูดคุย โยนคำคิดผลักใส่กันไปมา ผมว่าเรื่องบางเรื่องมันอาจพอคิดคนเดียวได้อยู่ แต่มันก็ไม่มีทางอบอุ่นเท่าวงสนทนาฉันญาติมิตรหรอก เพราะวงกลมเล็กๆ ที่สร้างจากผู้คนเผ่าพันธ์เดียวกันนั้นมีพลังพิเศษซ่อนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนก็ตาม เช่น แว้น ติสต์ แนว เกรียน กราก หัวโบราณ เด็กเรียน โอตาคุ เด็กติ๋ม ฮิพฮอพ ฯลฯ ทุกหมู่เหล่านั้นก็มีสิทธิ์มีที่ทางของตัวเองบนโลกเสมอ     

        ย้อนกลับมาที่คำถามเดิมก่อน แล้วคุณล่ะคิดกับมันยังไงบ้าง     

       ว่า คุณตอนประถม กับคุณตอนมัธยม กับคุณตอนมหาวิทยาลัย และคุณตอนนี้ คุณคนไหนกันแน่ที่เป็นตัวจริง? แต่ที่แน่ๆ คือมั่นใจได้เลยว่าความคิดในแต่ละช่วงคงไม่เหมือนกัน การเติบโตเปลี่ยนแปลงเราอยู่เสมอ บางคนเปลี่ยนไปบ้าง อีกบางคนเปลี่ยนแปลงไปเยอะ(จนน่าเกลียด) ก็ว่ากันไปตามแต่ความเชื่อในปัจจุบัน(ที่สุดท้ายก็จะกลายเป็นอดีต) ในขณะที่ท้องฟ้าก็ยังโอบกอดทุกสิ่งไว้ใต้อ้อมแขน โดยไม่เคยเหนื่อยหน่าย ไม่เคยร้างลา และไม่เคยหนีหายไปไหน 

 

     ตอนนี้ผมยืนอยู่ที่ไหนกันแน่นะ แต่จากความรู้สึก ผมว่าตัวเองยังอยู่ในห้วงความคิดเดิมเสมอ กับความฝันก้อนเดิมๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปสักเท่าไหร่ ไม่ได้โทษโกรธใคร ไม่ได้ติดบุหรี่ ไม่ได้ติดแอลกอฮอล์ ไม่ได้ทำให้ใครเสียใจหรือร้องไห้ ไม่ได้ลืมความสวยงามของโลก ไม่ได้สับสนวุ่นวาย ไม่ได้เป็นหนี้เป็นสิน ไม่ได้หน้าไหว้หลังหลอก เพียงแค่ได้มีชีวิตอย่างที่ควรมีชีวิต แบบธรรมดาสามัญและดาษดื่นที่ควรจะเป็น

     แต่อย่างว่า น่าเสียดายนะที่ใครหลายคน นับจากตอนเป็นเด็ก ก้าวผ่านขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ ล้วนต่างสูญเสียอะไรไปอย่างน่าใจหาย เพราะพวกเขายุติความฝัน เลิกวาดการ์ตูน เลิกเล่นม้าหมุน เลิกหัวเราะโดยไม่มีเหตุผล เลิกไร้สาระ เลิกกระโดดโลดเต้น เลิกในทุกสิ่งที่ตัวเองในวัยเยาว์หลงรักอย่างไม่เหลือเยือใย และอีกเรื่องที่น่าเสียดายมากกว่านั้น ก็คือ

 พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงมากไปแล้ว

 

 

 

รูปภาพจาก www.robertochicco.com/italy

หมายเหตุ- บล็อคสาขาย่อยเปิดให้บริการแล้วครับ

               http://vhatfilm.exteen.com

               พบกับบทความ "นั่งรถไปไปตู้เย็น"

              

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

นั่นสิน่ะ


แล้วผมเสียดายอ่ะไรไปบ้างน่ะ....

#1 By HaAnNaWay on 2008-06-18 12:21

แต่อย่างน้อย ความฝัน ในอดีต
ก็ให้อะไรหลายๆอย่างกับ อนาคต นะคะ

#2 By WaN on 2008-06-18 16:19

อดีตย่อมมีความทรงจำดีๆ ไว้ให้เราจดจำเสมอค่ะbig smile big smile

#3 By นางสาวใบไม้ on 2008-06-18 16:25

ครั้งหนึ่งเคยคิดหวนไปว่า "เฮ้ย ตอนนี้กูมาไกลแค่ไหนแล้ว?"
ใจกระตุกวาบไปอีกว่า "หน้าผู้คนเหล่านี้เป็นใครกันหว่า? รู้จักกันตอนไหน? ทำไม?"
สงสัย...สงสัย...เข้าใจ...เข้าใจ
สับสนงงงวย

แล้วในที่สุดคำตอบอันหน้าสะพรึงกลัวก็จุกต้นคอ
ว่าจริงแท้แล้ว เราเคยเป็นใคร หรือ ไปที่ไหนเลย
มัวแต่วนอยู่กับที่อย่างโง่เง่า เย่อหยิ่งและหยาบคาย(โดยเฉพาะต่อตัวเอง)
นั้น เพราะสิ่งเหล่านั้น เป็นความสุขที่หาที่ไหนไม่ได้แล้วนะซี

เพราะความคิดเหล่านั้น เป็นความสุขที่หาที่ไหนไม่ได้แล้วละซี

#4 By omega on 2008-06-18 16:47

ฉันพยายามจะรักษาข้อดีความเป็นเด็กไว้เสมอ
และทำได้ทุกครั้ง เมื่อกลับบ้านไปหาแม่
เวลาที่มองแม่ ตาแบ๊วๆ ของฉันจะกลับมา

ไม่ว่าฉันจะต้องเปลี่ยนไปมากขนาดไหน
แต่อุ่นใจ เมื่อเวลาที่ได้อยู่กับแม่
ฉันจะสามารถเป็น เด็กหญิงอ้อม ได้ตลอดกาล

#5 By ตินกานต์ on 2008-06-18 16:54

haannaway-นั่นสิครับ
วรรณ-ใช่ ประมาณนั้นแหละ
นางสาวใบไม้-ครับ อดีตเป็นเช่นนั้น
โอเมก้า-น่าสนใจมากกับ ความสุขที่หาที่ไหนไม่ได้แล้ว
หนูตินติน-ผมก็เช่นกันครับ
ด้วยความเคารพนะคะ น่ากลัวว่าคงต้องตอบอย่างนี้

คุณบ้าหรือ คุณน่ะไม่ใช่คนหรอกนะ ไม่ใช่แค่คุณน่ะ แต่ทุกๆคนเลย ทุกๆคนคือฟองน้ำหรอก จะมาบ้าบอไม่เปลี่ยนไม่ได้หรอกนะ อดีตน่ะลืมไม่ได้หรอกนะ น้ำทุกหยดของคุณคือประสบการณ์ มันคือทุกๆอย่างที่ทำให้คุณนิ่มลง น้ำที่ไม่ยอมอยู่ ระเหยไป มันคือทุกๆอย่างที่ทำให้คุณแข็งขึ้น สุดท้ายแล้ว คุณ ที่เป็นปัจจุบัน แล้วก็ คุณ ที่เป็นอนาคต คือคุณ คือคุณทั้งนั้น คุณที่เปลี่ยนน่ะ

แต่ถ้ายังอยากเชื่อว่าตัวเองเป็นคน ก็ต้องรับได้ว่า คนเราคือฟองน้ำ รับทุกอย่างเข้ามา แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องเลือกที่จะเป็น

เชื่อในปัจจุบันสิ

คนที่โหยหาอดีตน่ะ คือคนที่รับกับปัจจุบันไม่ได้ตะหาก
ถ้าไม่ชอบ ก็ต้องใช้พลังของตัวเอง ทำไปในทางที่ชอบใจ ในทางที่คิดว่าถูก

สุดท้ายแล้วมันก็คือ คุณ คุณฟองน้ำ ถ้าคิดแต่ว่าอดีตดีกว่า ก็ทำอย่างอดีตสิ เดินออกไปข้างนอก เขย่งก้าวกระโดด ซื้อหนังสือการ์ตูนมาอ่าน หัวเราะในเรื่องบ้าๆ

คนที่ก้าวผ่านความเป็นเด็กมาน่ะ ไม่ได้เปลี่ยนเป็นคนละคนนะ ผีเสื้อลอกคราบจากหนอน ก็ไม่ใช่หนอน แต่เป็นผีเสื้อ เลือกกลับเป็นหนอนไม่ได้นะ

แต่คนน่ะ เลือกที่จะเป็นใหม่ แต่ยังเป็นคนเดิมแล้วเลือกบางอย่างจากเมื่อก่อน ก็ยังได้

ลืมไม่ได้นะ แต่ยึดติดกับมันก็ไม่ได้เหมือนกัน

#7 By songsage on 2008-06-18 18:07

songsang - คำตอบไม่ได้น่ากลัวเลยครับ เห็นด้วยกับที่เขียนมาทุกประการ โดยเฉพาะ

"ลืมไม่ได้นะ แต่ยึดติดกับมันก็ไม่ได้เหมือนกัน"



ขอตอบคำถามนั้น .

เคยถามตัวเองเหมือนกัน ว่าแบบไหนกันแน่ที่เป็นตัวฉันที่แท้จริง
แต่แล้วก็พบคำตอบที่อาจฟังดูง่าย แต่คิดว่านั่นแหละคือคำตอบ

ทั้งหมด ทุกอย่าง ทุกแบบ ก็คือตัวเราจริง ๆ
ไม่เห็นต้องแบ่งแยก ต้องกำหนดให้ชัดเจน หรือตีกรอบตัวเองให้มากไปเลย big smile

#9 By dawinxx on 2008-06-18 18:59

แล้วเราเปลี่ยนอะไรไปบ้างหว่า?

รุ้สึกจะเปลี่ยนตลอดเวลานะพี่กอล์ฟ..sad smile

วันนี้..ได้กินไอติมไอซ์เบิร์กด้วยquestion

#10 By รักคือ? on 2008-06-19 01:43

เขียนดีจังเลยครับdouble wink

#11 By lolay on 2008-06-19 02:02

อดีตดีๆเราก็ควรจะจำและทำให้มันดีในวันนี้ เพื่อมีอดีตที่ดีๆต่อไป

แต่ถ้ามีเรื่องร้ายๆก็แก้ไขให้เต็มที่ เพื่อวันพรุ่งนี้ การเขียนจดหมายผมรู้สึกได้เลยว่าเขียนครั้งสุดท้ายเมื่อตอนอยู่ ป 5-6 นะ แต่ตอนนี้อายุก็เข้า 23 แล้วคงผ่านมานานมาก อยากเขียนอีกเหมือนกันเพราะรู้สึกว่ามันคลาสิกดีชอบ แต่ไม่รู้จะเขียนถึงใครนี้สิเรื่องใหญ่
จะเวะเข้ามาอ่านงานเขียนบ่อยๆนะครับ

ยินดีที่ได้รู้จักครับ

#12 By poonchano on 2008-06-20 12:17

ผลพวงจากการเปลี่ยนแปลง บางครั้งไม่ได้ทำให้หลายๆคนยุติความฝันของตัวเอง แต่มันทำให้เขามีความฝันใหม่ๆเกิดขึ้น จนความฝันเดิมที่เคยมีค่อยๆถูกลืม
..........วันดีคืนดี เมื่อนึกถึงมันขึ้นมาได้ พวกเขาอาจจับความฝันเก่าๆเหล่านั้นขึ้นมาเคาะสนิมอีกรอบ เป็นการสานต่อ
แม้จะเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว ไม่แน่นะคะ สักวันหนึ่งพวกเขาอาจหาเวลากลับมานั่งวาดการ์ตูน เล่นม้าหมุน หัวเราะ ไร้สาระอีกครั้งก็ได้...


#13 By Nics Gallery (203.131.212.72) on 2008-06-20 12:35

ตอบค่ะ

ตอนมหาวิทยาลัย ค่ะ ที่ได้เป็นตัวเอง และต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

ตอนเด็ก ๆ ตกอยู่ใต้อิทธิพลของผู้ปกครอง น่ะค่ะ

open-mounthed smile
ผมไม่เคยหยุดเปลี่ยนเลย
แต่บางส่วนของผมก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยเหมือนกัน surprised smile

#15 By Bickboon on 2008-06-21 00:23

สำหรับผม ความคิดและความฝันสมัยที่เราเป็นเด็ก นั่นคือตัวตนของเราจริงๆ แต่พอโตขึ้นมาแล้ว เริ่มถูกหล่อหลอมจากสังคม เห็นอะไรมากขึ้น ความบริสุทธิ์เริ่มหายไป ความระมันระวังตัวมีมากขึ้น ทำให้การแสดงออก ต่างจากตัวตนอขงเราจริงๆ

แต่ในที่สุด สิ่งที่เราคิดและความฝันในตอนเด็ก จะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขอย่างแท้จริงครับ

#16 By มนุษย์กล่อง on 2008-06-21 14:40

เท่าที่อ่านคำตอบของแต่ละคนแทบไม่เหมือนกันเลยครับ
แต่ทุกคำตอบล้วนเด็ดกันทั้งนั้น และชวนคิดต่อมากด้วยครับ (ดังนั้นผมขอเอาไปใช้ล่ะนะ ฮ่าๆ)


dawinxx-เด็กสาวคนที่ถามเขาก็ตัดสินใจตอบแบบนี้เหมือนกันนะ บังเอิญดีแท้

น้องออน-เรื่องไอติมคือสัญลักษณ์ใช่ไหม จะแอบบอกว่ายังไงมันก็ละลายล่ะสิ คูลมาก

พี่โลเล-confused smile กำลังพยายามอยู่ครับ

poonchano-ใช่แล้ว เพื่ออดีตที่ดีๆต่อๆกันไป
ยินดีที่ได้รู้จักครับ

nics-อยากให้เป็นเช่นนั้นครับ ไม่ลืมความฝันไปหมด

เขียนข้างซ้าย-ชอบคำตอบนี้มาก
ตอนเด็กๆตกอยู่ใต้การปกครองของผู้หวังดี

พี่ Bickboon-ฟังดูเซนมาก แต่ว่าเข้าใจง่าย ชอบครับ

มนุษย์กล่อง-ได้ยินแล้วอิ่มครับ

ขอบคุณคร้าบที่มาตอบกัน
ในที่สุด มนุษย์ที่สุดแสนจะโลวเทค

ก็ย้ายบ้านสำเร็จซะที

วันนี้ถือเลยโอกาสมาเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้านผู้มีพระคุณซะหน่อย555

....

#18 By NICs Gallery on 2008-06-22 12:00

เพราะเรากลายร่างกลายพันธุ์ ตกผลึกและตกตะกอนทุกๆวัน ทีละนิด ครั้งละหน่อย เราจึงต้องเขียนจดหมายกันต่อ (ไม่เกี่ยวกระมัง)

psไม่รูว่าจม.ของคุณคือจม.ฉบับเดียวที่ผมคิดรึเปล่าครับ

#19 By tula on 2008-06-22 21:19

คุณคะ ชั้นน่ะ มีชีวิตที่สนุกสนานอีกแล้ว
เฮ้ยมันบ้ามากนะนั่น
แต่ก็เนอะ ...

เหมือนกับตอนนั่งเรือบินมา ลืมหนังสือเรื่องรักแรกไว้ที่ห้องสุขาของสนามบิน
วิ่งตะลีตะเหลือกไปเอาคืน
เพื่อจะมาลืมไว้อีกครั้ง ที่รถชัตเตอร์บัส
เวรจริง ...
แล้วก็มาพบมันอีกครั้ง ที่กองหนังสือของคุณป้า
บ้ามั้ยล่ะนั่น

คือไม่เกี่ยวกับบทความที่เธอเขียน

แต่ชั้นว่า

ชั้นก้อเป็นของชั้นอย่่างงี้แหละ
เมื่อวาน เด็ก 17 แซวชั้นค่ะว่า
ผมว่าพี่น่ะ ยังไงก็ดูไม่เด็ก แต่งตัวก็แก๊ แก่
เออ เรียกว่า มันด่าก็ได้
แต่สุดท้าย มันก็ทายว่าชั้นอายุ 22

555
แค่นี้แหละ มาอวด
confused smile

#20 By walk my own way ^^ on 2008-06-27 14:10

ถ้างั้นก็ต้อง
รักษาตัวตนไม่ว่าจะผ่านไปนานซักเท่าใดงั้นเหรอ?
หรือเลือกที่จะเปลี่ยนไปเพราะกาลเวลาและอะไรรอบตัว?

ไม่หรอก...
มันอยู่ที่ว่าเปลี่ยนแปลงหรือหยุดอยู่ตรงที่เดิม
แล้วเรามีความสุขไม่เสียใจกับมันจริงๆเสียมากกว่า...
big smile

#21 By *-*นู๋บู่*-* on 2008-06-30 20:36