จดหมายถึงเธอ ผู้อยู่ในอ้อมแขนของท้องฟ้าสีคราม
posted on 18 Jun 2008 12:08 by porglon in Life
ถ้านับจากจดหมายฉบับที่แล้วที่เคยส่งไป เวลาก็ล่วงผ่านมาครบหนึ่งปีพอดี(ขออภัยที่ไม่ตอบจดหมายในฉบับต่อมาเฉยๆ) การทักทายทางตัวหนังสือจึงหยุดชะงักลง ระยะเวลาหนึ่งปีนั้นนานแค่ไหน ผมก็ไม่รู้ สำหรับแต่ละคนคงสั้นยาวต่างกันไป ส่วนผมเองก็มีเรื่องราวต่างๆ มากมายผ่านเข้ามา มีอะไรให้จดจำมากบ้างน้อยบ้าง ทั้งเรื่องความคิด การมีชีวิต การทำงาน การเที่ยวเล่น จนถึงเรื่องความหวังฝันหวาน ดูเหมือนว่าเวลานี้จะได้กลับมานั่งทบทวนชุดใหญ่ประหนึ่งเป็นวาระแห่งชาติส่วนตัว เมื่อกลางปีหมุนวนผ่านมาถึง(ทั้งที่ก็คอยสำรวจมันอยู่ตลอด) อาจต่างจากคนอื่นที่มักใช้ช่วงมาตรฐานสากล(มี ISO9002 หรือเปล่าไม่รู้ - คนนะไม่ใช่โรงงาน) อย่างปีใหม่เป็นจุด Restart ทุกครั้ง แต่บางทีผมคงผูกพันกับช่วงหน้าฝนที่เต็มไปด้วยกลิ่นเสื้อนักเรียนใหม่มากกว่า เพราะมันดูสดใส น่าตื้นเต้น และเป็นธรรมชาติดี ท่ามกลางผู้คนนับร้อยนับพันในรอบรั้วโรงเรียนนั้น ไม่มีใครรู้หรอกว่าเราจะได้นั่งข้าง(หัวใจ)ใครบ้าง
ช่วงที่ผ่านมา ผมพบเด็กสาวคนหนึ่งที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เธอได้ถามผมและตัวเองไว้ว่า “ฉันตอนประถม กับฉันตอนมัธยม และฉันตอนนี้(ที่แทบจะไม่เหมือนกันเลย เพราะเธอเจอสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป) ฉันคนไหนกันแน่ที่เป็นตัวจริง” สำหรับผม ถือเป็นคำถามที่น่าสนใจดีนะ น่าชักชวนใครหลายคนมาพูดคุย โยนคำคิดผลักใส่กันไปมา ผมว่าเรื่องบางเรื่องมันอาจพอคิดคนเดียวได้อยู่ แต่มันก็ไม่มีทางอบอุ่นเท่าวงสนทนาฉันญาติมิตรหรอก เพราะวงกลมเล็กๆ ที่สร้างจากผู้คนเผ่าพันธ์เดียวกันนั้นมีพลังพิเศษซ่อนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนก็ตาม เช่น แว้น ติสต์ แนว เกรียน กราก หัวโบราณ เด็กเรียน โอตาคุ เด็กติ๋ม ฮิพฮอพ ฯลฯ ทุกหมู่เหล่านั้นก็มีสิทธิ์มีที่ทางของตัวเองบนโลกเสมอ
ย้อนกลับมาที่คำถามเดิมก่อน แล้วคุณล่ะคิดกับมันยังไงบ้าง
ว่า คุณตอนประถม กับคุณตอนมัธยม กับคุณตอนมหาวิทยาลัย และคุณตอนนี้ คุณคนไหนกันแน่ที่เป็นตัวจริง? แต่ที่แน่ๆ คือมั่นใจได้เลยว่าความคิดในแต่ละช่วงคงไม่เหมือนกัน การเติบโตเปลี่ยนแปลงเราอยู่เสมอ บางคนเปลี่ยนไปบ้าง อีกบางคนเปลี่ยนแปลงไปเยอะ(จนน่าเกลียด) ก็ว่ากันไปตามแต่ความเชื่อในปัจจุบัน(ที่สุดท้ายก็จะกลายเป็นอดีต) ในขณะที่ท้องฟ้าก็ยังโอบกอดทุกสิ่งไว้ใต้อ้อมแขน โดยไม่เคยเหนื่อยหน่าย ไม่เคยร้างลา และไม่เคยหนีหายไปไหน
ตอนนี้ผมยืนอยู่ที่ไหนกันแน่นะ แต่จากความรู้สึก ผมว่าตัวเองยังอยู่ในห้วงความคิดเดิมเสมอ กับความฝันก้อนเดิมๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปสักเท่าไหร่ ไม่ได้โทษโกรธใคร ไม่ได้ติดบุหรี่ ไม่ได้ติดแอลกอฮอล์ ไม่ได้ทำให้ใครเสียใจหรือร้องไห้ ไม่ได้ลืมความสวยงามของโลก ไม่ได้สับสนวุ่นวาย ไม่ได้เป็นหนี้เป็นสิน ไม่ได้หน้าไหว้หลังหลอก เพียงแค่ได้มีชีวิตอย่างที่ควรมีชีวิต แบบธรรมดาสามัญและดาษดื่นที่ควรจะเป็น
แต่อย่างว่า น่าเสียดายนะที่ใครหลายคน นับจากตอนเป็นเด็ก ก้าวผ่านขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ ล้วนต่างสูญเสียอะไรไปอย่างน่าใจหาย เพราะพวกเขายุติความฝัน เลิกวาดการ์ตูน เลิกเล่นม้าหมุน เลิกหัวเราะโดยไม่มีเหตุผล เลิกไร้สาระ เลิกกระโดดโลดเต้น เลิกในทุกสิ่งที่ตัวเองในวัยเยาว์หลงรักอย่างไม่เหลือเยือใย และอีกเรื่องที่น่าเสียดายมากกว่านั้น ก็คือ
พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงมากไปแล้ว
รูปภาพจาก www.robertochicco.com/italy
หมายเหตุ- บล็อคสาขาย่อยเปิดให้บริการแล้วครับ
พบกับบทความ "นั่งรถไปไปตู้เย็น"

กำลังพยายามอยู่ครับ
แล้วผมเสียดายอ่ะไรไปบ้างน่ะ....
#1 By HaAnNaWay on 2008-06-18 12:21