ชาย(หญิง)กระโปรงสีขาว

posted on 20 Jul 2008 22:01 by porglon  in Short-story

 

ความจริงมันก็เป็นแค่การขึ้นบันไดเลื่อนแบบปกติ

แต่ที่มันพิเศษก็เพราะมีเธออยู่บนนั้น

เธอเป็นหญิงสาวแปลกหน้าที่บังเอิญมาสวมใส่ชุดเดรสสีขาวพลิ้วไหวอยู่ตรงหน้าผม

เรื่องมันควรจะจบลงแค่นั้น

ถ้าผมไม่คิดอุตลิและเลยเถิดว่าอยากเปิดกระโปรงของเธอขึ้นสูง

อันนี้พูดจริงไม่ได้โกหกหรือตลกตอแหล 

 

 

สมัยเด็กการเปิดกระโปรงผู้หญิงของเด็กผู้ชายถือเป็นเรื่องปกติ

เพราะไม่มีผู้ใหญ่คนไหนเห็นเป็นเรื่องอุบาทว์หรือน่าเกลียด

แถมออกจะชื่นชมในความทะลึ่งบวกทะเล้นของเด็กคนนั้นเสียอีก

ส่วนผมสังกัดเด็กส่วนใหญ่ ผู้ไม่กล้าเอื้อมมือไปเปิดกระโปรงเด็กสาวคนใด

แต่ถ้าเพื่อนเพ้องคนไหนหมายมั่นปั่นมือ

ว่าจะแสดงวีรกรรมเด็ดเดี่ยวให้เห็น

ผมจะเป็นหนึ่งในผู้ชมแถวหน้า

ที่เฝ้ารอคอยโชว์อันน่าตื่นเต้น

เพราะทันทีที่มือลึกลับพุ่งสอดใส่ ชายกระโปรงถูกยก เสียงกรีดร้องดัง

นั่นหมายความว่าการแสดงจบลงอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว

 

 

ทว่าฉากเมื่อครั้งนั้นได้ผ่านพ้นมานาน

ปัจจุบันผมในวัยยี่สิบหก พบเห็นวิถีการเปิดกระโปรงที่เปลี่ยนแปลงไป

ด้วยมันไม่ใชโลกสดใสร่าเริงแบบเก่าอีกแล้ว

แต่เป็นการเปิดกระโปรงที่มีความหมายและเรื่องราวต่อเนื่องมากกว่าครั้งกระนู้น

แถมมีลำดับขั้นตอนต่างๆ บรรจุเป็นหลักสูตรเคร่งครัดให้ปฏิบัติตาม

อาจพลิกแพลง ตลบแตลงตามความสามารถส่วนบุคคลได้บ้าง(นิดหน่อย)

ส่วนมันจะเป็นแบบเรียบร้อย เลว เท่ห์ รวย เฮี้ย น่ารัก ก็ว่ากันไป

และเพื่อนของผมเองหลายคนนั้นเชี่ยวชาญวิถีเปิดเนื้อผ้าพลิ้วไหว

ในขณะที่อีกส่วนขัดเขิน อ่อนหัด และรู้สึกว่ายากเย็น

แต่ตอนนี้หากจะหวังพึ่งพาใครอื่นเหมือนวันวานแสนหวานคงจะไม่ได้อีกแล้ว

เพราะการเติบโตไม่อนุญาตให้ใครมาเปิดมันเป็นวิทยทานกันง่ายๆ อีกต่อไป

 

 

ตัดกลับมาที่บันไดเลื่อนอีกครั้ง

ฉับพลัน!! มือของผมก็ถูกสลัดออกจากข้างลำตัว

ยกตวัดขึ้นสูง ในขณะที่เสียงหัวใจเต้นระรัวถี่

มันเป็นการตัดสินใจเด็ดเดี่ยวอีกครั้งหนึ่งในชีวิต

แต่ว่า อย่าคิดล่วงหน้าเตลิดไปไกลนัก

เพราะในตอนนั้นผมทำได้เพียง สะกิดท่อนแขนเรียวบางของหญิงสาว

โดยใช้ความกล้าหาญทั้งหมดมีอยู่น้อยนิด

เอ่ยคำทักทายบางคำ บางประโยค

.........

..........

ก่อนที่บันไดเลื่อนที่ผมยืนอยู่จะสูญหายไปตลอดกาล

 

 

 

 

 

 

 

 

.........................................................................................................................

ปล. เอนทรี่หน้าพบกับภาพปกหนังสือแปลไทยทั้ง 3 เล่มของฮารูกิ มูราคามิ จากสำนักพิมพ์กำมะหยี่ครับผม(ดูมัน!! ไม่เกี่ยวอะไรกับ สนพ.เขาเลย แต่จะมาโปรโมตซะงั้น)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

คิดอะไรอยู่ ชวนเราคิดไปโน่นเลยยยย

ช่วงนี้มีเวลาเสพย์ติด พ็อคเกจบุ๊คมากกว่าปกติ มีเล่มไหนแนะนำอีกไหมจ๊ะ big smile

#1 By Backpack Girl on 2008-07-20 22:39

อืมมมมมมมม....

หืมมมมมมมมมมม...

จะรอชม big smile

#2 By รักคือ? on 2008-07-21 02:39

อ้าว
จบแบบให้ จิ้นเองเหมือนในหนังเลย

แต่ก็เขียนได้ตื่นเต้นเร้าใจดีนะครับ

#3 By มนุษย์กล่อง on 2008-07-21 12:24

*-*

#4 By omega on 2008-07-21 13:39

เจอเพื่อนเก่าหรือยังไงหรอคะ embarrassed

#5 By + MaeBin + on 2008-07-21 21:04

นั่นสิเนอะ
ทำไมเมื่อก่อนอะไรๆก็ดูง่ายแล้วก็ท้าทายไปซะหมด
แต่เดี๋ยวนี้...เฮ้อ อย่าพูดเลย

เหมือนที่เขาว่า การศึกษาทำให้คนซับซ้อนขึ้น
ถ้าอยากคิดอะไรง่ายๆก็ไม่ต้องเรียน!?!

เมื่อไหร่จะออกน้า เล่มนั้นหน่ะ

#6 By ~labyrinth☆waltz~ on 2008-07-22 00:13

อะไรยังไงอย่างไร big smile

#7 By dawinxx on 2008-07-22 02:58

อ่า... อ่านไปด้วยใจระทึกครับ 555

#8 By eak early : เอกเช้า on 2008-07-22 22:32

-คิดอะไรอยู่หนอ ไม่รู้เหมือนกันสิเนี่ย

-หัดเขียนให้เท่ๆ อยู่ครับ ทั้งๆ ที่ไม่เป็น ฮ่าๆ

-ช่วงนี้เจอเพื่อนเก่าบ่อยเหมือนกัน

-ในเมื่อมันซับซ้อนก็ต้องฝึกคิดง่ายๆ กันนั้นเอง ฝึกฝนๆ

-อะไรยังงี้ล่ะมั่งครับ

-เขียนไปด้วยใจระทึกครับ ว่าทำไมเขียนแล้วมันวุ่นวายไป คงต้องเขียนให้มันสบายๆ ขึ้นมาหน่อย ดังนั้นต้องพยายามครับsad smile
หวุดหวิดเป็นข่าวconfused smile

#10 By wesong on 2008-07-25 15:29

แหม่ อ่านแล้วคิดถึงตอนเป็นเด็กจริง

ม่ะอยากคุย สมัยนั้น ผมเป็นผู้ปฎิบัติการขอรับ

แต่ภายหลัง เข้า รร. ดัดสันดาน แล้ว

กระดากอายเจงๆ เรื่อง ญ ญ เนี่ย 555+
big smile big smile

#11 By mokurosuke on 2008-07-28 16:56