จงขับขานเพลงสงคราม 'ศาสตร์รบแห่งเทพธิดาสันติภาพ'      

 

 

 

 

           ลาก่อนบางทีในดินแดนหลังความตายอาจมีคำตอบสำหรับเธอ

 

         ไกปืนพลังงานถูกเหนี่ยวพร้อมประโยคสั่งลา   เสียงทำลายล้างของอาวุธทรงอานุภาพอันควรจะดังกึกก้องกลับเงียบงันประหนึ่งมีมือโปร่งแสงแห่งอำนาจมาปิดปากกระบอกปืนไว้  

 

            การเปลี่ยนรหัสใช้ปืนพลังงานเสร็จเรียบร้อยค่ะนาโนเบรนของผู้ที่กำลังถูกผลักไสให้ลาลับรายงานกระซิบ  ในขณะที่ใครคนหนึ่งพยายามลั่นกระสุนพลังงานต่อด้วยความกระวนกระวาย  นเรสินาปาร์ทปลดมือทั้งสองเป็นอิสระ   พุ่งหาเป้าหมายตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เขากระโดดขึ้นกลางอากาศ เหวี่ยงเท้าขวาเสยเข้าตรงรอยต่อของปกบอดี้สูทและหมวก   งัดร่างตรงหน้ากระเด็นลอยจากพื้น   ปลิวกระแทกเคาน์เตอร์เต็มแรง  ถ้วยแก้วตกกระจายเกลื่อน  คนทั้งหกตะลึงต่อเหตุการณ์พลิกผัน  แต่เมื่อสลัดความตกใจได้  ทุกคนก็ประทับอาวุธขึ้นเพื่อล็อคเป้าเล็งจับนเรสินาปาร์ทเป็นจุดเดียว   ปืนพลังงานถูกยิงทันที   ทว่ากลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองจากอาวุธทุกชิ้นในมือของพวกเขา

 

            นเรสินาปาร์ททำตามความคิดได้ทันเวลาเฉียดฉิว   ตอนนี้จึงไม่มีใครที่จะใช้ปืนพลังงานได้นอกจากเขา  ทว่าผู้บุกรุกสองคนตรงหน้ายังพยายามรีสตาร์ทระบบใหม่อีกครั้ง   แฮกเกอร์แมกเกอร์ผู้ถือรหัสลับของรัฐบาลกลางสาวเท้าเข้าไปทันที   พร้อมกระโดดม้วนตัวกลับหลัง เตะงัดลำคอทั้งคู่    อาศัยแรงเหวี่ยงจากโมเมนต์ที่เกิดขึ้น จนสองร่างกระเด็นไกลไปคนละทาง 

 

 แต่ถึงกระนั้น   สถานการณ์โดยรวมของนเรสินาปาร์ทก็ยังเสียเปรียบอยู่

 

เมื่อปลายเท้าสัมผัสพื้นได้อีกครั้ง  ผู้บุกรุกที่เหลือก็ปลดปืนพลังงานเหวี่ยงทิ้ง  พร้อมกระชากอาวุธพลังงานต่อสู้ระยะปะชิดเข้ามาทันที     

 

            คนแรกพุ่งมีดสั้นพลังงานแสงแทงใส่นเรสินาปาร์ท    ชายหนุ่มเอนร่างเบี่ยงหลบได้ฉิวเฉียด  พร้อมจับแขนข้างกายบิดปลดอาวุธ   เหวี่ยงร่างนั้นทุ่มใส่ชายอ้วนผู้เงื้อดาบพลังงานเหนือศีรษะ  ร่างทั้งสองกระเด็นห่างไปตามแรงกระแทกอันรุนแรง  ทว่าในจังหวะต่อมาสองคนสุดท้ายก็เข้าประชิดด้านหลังชายหนุ่มได้พอดี   หนึ่งเคียวหนึ่งหอกพลังงานแสง  แทงกวาดวาดใส่บริเวณอก ตั้งใจให้ร่างตรงหน้าขาดสะบั้นในทีเดียว   ผู้ถูกโจมตีทิ้งตัวก้มหลบ พ้นผ่านเงื้อมมือมัจจุราชเพียงปลายเล็บสัมผัส   ปลายผมสีทองปลิวไสวจากคมแสงสะกิด

 

อาวุธทั้งสองเบนทิศทางฉับพลันตามกระหน่ำลงมาอีกหน   ทว่าชายหนุ่มหมุนตัวเป็นวงกลม   เตะกวาดฐานรากของทั้งคู่ได้ทันท่วงที ทั้งคู่เสียหลักล้มคว่ำคะมำ  และในวินาทีเดียวกัน เขาก็พุ่งตัวเข้าไปกระแทกจุดสลบของคนทั้งสองอย่างรวดเร็ว   จนในที่สุดผู้บุกรุกทั้ง 7 ก็นอนสลบนิ่ง ไม่ไหวติงบนพื้นแสนเย็นเฉียบจับขั้วหัวใจ   

 

นเรสินาปาร์ทหยุดคิดชั่วขณะ  ก่อนวิ่งไปหยิบปืนพลังงาน 2 กระบอกที่ตกขึ้นมา เล็งปากกระบอกปืนสู่ผนังอาคารว่างเปล่า  เพ่งเป้าหมายบนจอม่านตาที่เป็นยานบินขนาดใหญ่ซึ่งกำลังลอยลำอยู่บนอากาศด้านนอก

 

            ปลดล็อค  ระบบต่อเนื่องเขาสั่งนาโนเบรนด้วยการคิด

 

            กระสุนพลังงานแหวกอากาศพุ่งกระแทกสู่ห้องเครื่องด้านข้างยาน ทุกสิ่งเกิดขึ้นรวดเร็วจนนักบินถูกโอกาสปิดกั้นไม่อาจทำการตอบโต้ใดๆ ได้  แสงสว่างสีส้มลุกวาบ   เสียงระเบิดคำรามก้อง   ยานบินเสียการทรงตัว  เครื่องเอียงหมุนคว้างหล่นจากอากาศที่เกาะอยู่ ดูไม่ต่างจากใบไม้แห้งที่ล่วงหล่นจากกิ่งก้านในวันหมดอายุ  เสียงไอพ่นค่อยๆ จางหายไปตามระยะดิ่งที่เพิ่มขึ้นทุกทีๆ  สุดท้ายเสียงระเบิดขนาดใหญ่ก็คำราม

 

            นเรสินาปาร์ทยืนก้มหน้าหอบหายใจอย่างหนัก ปืนพลังงานร่วงหล่นจากมือทั้งสอง เม็ดเหงื่อเกาะพราวทั่วใบหน้า หลายเม็ดไหลหยดย้อยผ่านปลายคาง  หยดกระทบพื้นนาโนคอนกรีต   ความเงียบสะกิดให้ได้ยินเสียงหัวใจเต้นระรัว ราวกับจังหวะกลองชุดที่ถูกกระหน่ำ   เนื้อตัวของเขาสั่นไหว ไม่ต่างจากสัตว์เลือดอุ่นตกบ่อน้ำในฤดูหนาว   ความกลัวกำลังกัดกินร่างกายและจิตใจชายหนุ่ม  เขาไม่อาจควบคุมหรือหยุดยั้งมันได้   นเรสินาปาร์ทกำลังกลัวตัวเองอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 

 ในทุกครั้งที่เกิดเหตุฉุกเฉินเช่นนี้   เขาจะสูญเสียการควบคุมตัวเองไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่ามีใครอีกคนที่หลับไหลอยู่ในส่วนลึกของจิตใจได้ตื่นขึ้นมา   ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน ร่างกายทุกส่วนล้วนเคลื่อนไปอัตโนมัติ   จนเมื่อทุกสิ่งจบลง  ภาวะปกติจึงกลับคืนมา     

 

จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร  มันยังเป็นปมชีวิตที่คลี่เท่าไรก็ไม่หลุด  และมีแต่จะยิ่งพันกันยุ่งเหยิงมากขึ้น

 

  ในความคิดฟุ้งซ่านของนเรสินาปาร์ท เสียงบางเสียงเปิดประตูเข้ามาแทรกความสับสน  ชายหนุ่มมองไปยังต้นเสียง   1 ใน 7 ผู้บุกรุกที่เคยสลบสไล  พยายามลุกขึ้นอย่างยากเย็น   ร่างบอบบางที่สุดในกลุ่มค่อยๆ เดินเซซัด   หมายเข้ามาหาเขาทีละก้าว   ก่อนหยุดรักษาระยะไว้พอควร

 

            ฉันไม่อยากจะเชื่อ?   แต่ว่า

  ...เธอใช้รูปแบบการต่อสู้ของหน่วยรบพิเศษแห่งเทพธิดาสันติภาพ  เสียงผู้หญิงห้าวคนเดียวในกลุ่มก่อการร้ายถามคำถามที่ทำให้นเรสินาปาร์ทแปลกใจ

 

ใช่  ชายหนุ่มตอบเพียงให้ได้ยิน

 

แต่หน่วยนี้ถูกกวาดล้างไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว?เธอถอดหน้ากากและหมวกออกอย่างช้าๆ  เผยให้เห็นใบหน้าคมงามแบบแปลกตา     ไม่มีใครบอกได้ว่าเป็นความงามตามธรรมชาติ   หรือผ่านการตกแต่งทางพันธุกรรมนอกจากตัวเธอ

 

ใช่แต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด   เพราะนักรบแห่งเทพธิดาสันติภาพคนสุดท้าย  ไม่ได้เสียชีวิตในแผนการทำลายครั้งนั้น

 

หมายความว่าเขายังมีชีวิตอยู่  เธอรีบถามจนลิ้นพันกัน

 

“ 5 ปีที่แล้ว    เขาจากไปอย่างสงบ

 

แสดงว่าเขาเป็นอาจารย์ของเธอ

 

ชายหนุ่มพยักหน้าแทนคำตอบ

 

เธอ...พอจะบอกชื่อของเขาได้ไหมเสียงนั้นสั่นเครือคล้ายอ้อนวอน   ชายหนุ่มนิ่งคิด   การที่ใครสักคนใช้เวลาเพียงเล็กน้อยแล้วมองรูปแบบการต่อสู้ของเขาออก  แสดงว่าต้องเคยรู้จักศาสตร์รบแห่งเทพธิดาสันติภาพมาดีพอ    คงไม่มีความจำเป็นอะไรที่เขาต้องปิดบังความจริงกับเธอ

 

ไม่มีใครรู้ชื่อจริงของอาจารย์  แต่พวกเราเรียกท่านว่า  กรอเปียส ตามอักขระที่สักบนข้อมือของท่าน 

 

            กรอเปียส!”  หญิงสาวพึมพำจนเสียงหายไปในลำคอ   ตาทั้งสองเบิกกว้าง   น้ำใสคลอหลั่งภายใน  จนใกล้ทะลักทำนบขอบตา  ร่างทั้งร่างทรุดลงกับพื้นส่งเสียงรำพึงรำพันคล้ายคนเพ้อ    กรอเปียส!…ใช่เธอจริงๆ... เป็นเธอจริงๆนักรบคนเดียวที่หนีไปได้

 

            กรอเปียส!…” หญิงสาวพึมพำราวกับสูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิต  กรอเปียส!…เธอจะรู้บ้างไหมว่าฉันทุกข์ทรมานแค่ไหน  ตอนที่รู้ว่ามีคำสั่งกวาดล้างจากรัฐบาลกลาง  ทุกคนที่ฉันเคยรู้จักตายหมด   ไม่มีใครบอกฉันได้ว่าเธอหายไปไหน   ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า  ฉันออกตามหาเธอตลอดค่ำคืน  ทว่าเพียงศพก็ไม่เจอ  มีเพียงร่างไร้วิญญาณของเพื่อนพ้องที่เธอรักมากมาย….. ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้  ฉันเชื่อเสมอว่าเธอยังมีชีวิตอยู่   เฝ้ารอคอยด้วยความหวัง  ว่าสักวันเธอจะกลับมาหาและอยู่ร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง

 

            ทำไม?…เพราะอะไรเธอถึงไม่กลับมาหาฉัน   กรอเปียส..ทำไมกัน???   เสียงตัดพ้อสะอึกสะอื้น  น้ำตาโศกเศร้าแห่งความอาดูรไหลเป็นสาย   หญิงสาวก้มหน้าซบราบกับพื้นปราศจากความอายสิ้น  กำปั้นทั้งสองทุบกระแทกลงกับพื้น  ราวกับค้อนที่กระหน่ำบนตะปูเพื่อยึดเหนี่ยวบางอย่างเอาไว้

ความทรงจำในอดีตหลั่งไหลเจิ่งนอง เอ่อล้นจนท่วมกลบมิดร่างสั่นสะท้านนั้น  

 

................................................................................................................................................................

 

 

To be Continue 

กรุงเทพปี 3000 “วันพรุ่งนี้ยังมีความหวัง”(7)

'ใครสักคนที่หายไปจากอีกคนเสมอ'


 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แอบซึ้ง

#1 By NOT_KUNG on 2008-12-18 19:14

ยินดีที่ได้เจอกันวันนี้เน้อconfused smile

#2 By wesong on 2008-12-18 19:43

เห็นภาพตามได้ big smile

#3 By Lazy Queen on 2008-12-18 20:04

ยังคงมีคำถามตามมาเสมอ...
ในทุก ๆ ตอน
นั่นแหละฮะ
เหตุผลที่ทำให้ต้องติดตาม

big smile big smile big smile

#4 By h|b|b on 2008-12-18 20:19

ความเจ็บปวดถูกซ่อนอยู่ในคำถาม . . .

#5 By HOMO(sap)IENS on 2008-12-18 21:54

ว่ได้า


นิดนึงฮะพี่กอล์ฟ....




Hot! Hot!


แอบมีฉากซึ้ง!!!


แอบแซว อิอิ

#6 By รักคือ? on 2008-12-18 22:28

- เตะกวาดฐานรากของทั้งคู่ได้ทันท่วงที ทั้งคู่เสียหลักล้มคว่ำคะมำ -

ถาปัดจริงจริ๊ง

- กรอเปียส -
วอล์เตอร์ โกเปียส?

#7 By omega on 2008-12-19 14:41

'ใครสักคนที่หายไปจากอีกคนเสมอ'


อ่านแล้วอินจิงๆ

T_T

ปล.พี่ได้รับระเบิดยังคะ

#8 By 2daSky* on 2008-12-19 20:58

บทนี้บรรยายฉากแอ๊กชั่นดีมาก ตั้งใจเขียนมากเลย เห็นภาพยังกับเดอะ แมททริกซ์แน่ะ

นับถือความตั้งใจของแกจริงๆ เลย

#9 By eak early : เอกเช้า on 2008-12-19 21:15

เริ่มเศร้าแล้ว

#10 By 48132792196 on 2008-12-29 23:05