(บารัก โอบามา เขียนไว้เมื่อ 17 ปีที่แล้ว

นพดล เวชสวัสดิ์ แปลใว้ในสำนวนที่คุณก็รู้ว่าใคร

สำนักพิมพ์มติชน 2008 )

  (คำแนะนำก่อนอ่าน – ใครที่ชื่นชอบงานเขียนของ ฮารูกิ มูราคามิ สำนวนแปลของคุณนพดล เวชสวัสดิ์ โปรดอ่านระหว่างบรรทัด(สีเทา)ด้วยความรื่นรมย์ครับ)  

 

 

บทนำ

 

แรกเริ่มเดิมที ผมจะเขียนหนังสือต่างไปจากนี้ โอกาสมาถึงในตอนที่ผมเรียนกฎหมาย หลังจากที่ผมเป็นคนผิวดำคนแรกที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งทรงเกียรติ ประธาน ฮาร์เวิร์เ ลอว์ รีวิว วารสารกฏหมายที่คนนอกแวดวงไม่รู้จัก  ข่าวครึกโครมผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งบทความในหนังสือพิมพ์ไม่ได้เน้นความสำเร็จอันน้อยนิดของผม แต่จับจ้องไปที่สถานะของสำนักกฏหมายฮาร์เวิร์ดซึ่งเป็นตำนานปรัมปราอเมริกัน และสัญญาณการมองโลกในแง่ดีของแนวรบผิวสี ความสำเร็จเล็กๆ ของผมเป็นหลักฐานยืนยันว่า มีความคืบหน้าเกิดขึ้นบ้างแล้ว สำนักพิมพ์เล็กๆ ของผมเป็นหลักฐานยืนยันว่า มีความคืบหน้าเกิดขึ้นบ้างแล้ว สำนักพิมพ์หลายแห่งติดต่อมา ผมเองก็เชื่อว่าตัวเองมีเรื่องราวพอจะเขียนถึงภาวพความสัมพันธ์ของผิวสีที่เป็นไปในปัจจุบันได้ ผมจึงตกปากรับคำ คาว่าจะใช้เวลาหนึ่งปีหลังเรียนจบกฏหมายเพื่อถ่ายทอดความคิดในใจลงบนแผ่นกระดาษ

 

ปีสุดท้ายในสำนักกฏหมาย ผมวางโครงคร่าวๆ ในใจด้วยความเชื่อมั่น ที่น่าตกใจมากว่าหนังสือจะออกมาในรูปไหน ผมจะเขียนความเรียงว่าด้วยข้อจำกัดของการยื่นฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขอความเสมอภาคในสังคม จะเขียนถึงความหมายของชุมชนและการฟื้นฟูชีวิตสาธารณะผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมระดับรากหญ้า จะเขียนยืนยันสถานะชนเผ่าแอฟริกัน และการรณรงค์ทวงสิทธิ เพียงแค่หัวข้อก็เต็มหน้ากระดาษแล้ว แน่อยู่แล้ว ผมจะเติมเกร็ดน่าตื่นเต้นน่าสนใจส่วนตัว เสริมด้วยบทวิเคราะห์ของแหล่งที่มาของอารมณ์นั้น เพราะอย่างไรเสียก็จะเป็นการเดินทางเชิงสติปัญญาที่ผมวาดภาพขึ้นมา ต้องมีแผนที่ จุดหยุดพัก กำกับด้วยเส้นตายขึงขัง ภาคแรกเสร็จในเดือนมีนาคม ภาคที่สองส่งไปตรวจแก้ไขในเดือนสิงหาคม...

 

แต่เมื่อผมลงมือเขียน สมองของผมกระเจิดกระเจิงสาดซัดไปเกยโขดหินขรุขระ แรกสุด ความโหยหาพัดโชยมาปะทะหัวใจ เสียงแว่วห่างไกลดังมาเข้าหู  เลือนลับไป และกลับมาดังอีกครั้ง ผมระลึกถึงเรื่องที่แม่เล่าให้ฟัง เรื่องที่คุณตาคุณยายเล่าให้ฟังเมื่อครั้งยังเด็ก เรื่องที่ครอบครัวพยายามหาคำอธิบายตนเอง ผมนึกถึงงานอาชีพแรกในตำแหน่งผู้ปฏิบัติงานเพื่อชุมชนชิคาโกและก้าวเดินงุ่มง่ามเข้าสู่วัยหนุ่มเต็มตัว ผมรับฟังเรื่องที่คุณย่าเล่าให้ฟังใต้ต้นมะม่วงในระหว่างที่เธอถักเปียให้พี่สาวของผม บอกเล่าเรื่องพ่อที่ผมไม่เคยรู้จักถ่องแท้

 

ความทรงจำถาโถมท่วมทับทำให้ทฤษฎีและโครงร่างที่ผมกำหนดไว้ไร้สาระผิดที่ผิดทาง แต่ผมก็ยังอยากบันทึกอดีตของผมไว้ในหนังสือเล่มนี้ อดีตที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนเปลื่อยเปล่า อดีตที่ทำให้ผมรู้สึกละอาย ใช่ว่าจะเป็นอดีตที่เจ็บปวดขมขื่นหรือพิลึกพิลั่น แต่เป็นเพราะผมปฏิเสธตัวเอง ต่อต้านการตัดสินใจเลือกโดยจิตสำนึก มองผิวเผินเหมือนจะขัดแย้งกับโลกปัจจุบันที่ผมดำรงอยู่ ในตอนที่ผมเขียนหนังสือเล่มนี้ผมอายุสามสิบปี ประกอบอาชีพทนายความ ทำงานในสังคมและการเมืองชิคาโก เมืองที่คุ้นชินกับบาดแผลสีผิวและภูมิใจกับการไม่แสดงความรู้สึกรู้สม หากผมจะปัดเป่าการเยาะเย้ยไปเสียได้ผมก็คงมองตัวเองว่าเป็นคนฉลาดเจนโลกย์ ระวังตัวไม่คาดหวังต่อสิ่งใดมากนัก

 

 ……………  
 
 
(อ่านต่อบนแผงได้แล้ววันนี้ทั่วประเทศไทย)
 

 

Comment

Comment:

Tweet

#14 By (125.26.118.171) on 2009-06-06 12:25

คุณ จอมบงการ - ถ้าอยากรู้ว่ามุ่งมั่นไหมต้องอ่านอีกเล่มครับ เดียวนำมาให้อ่านกันต่อไป

คุณ moodee - หนังสือเล่มนี้น่าสนใจครับ ติดตรงสำนวนภาษาการแปลครับ ถ้าใครไม่คุ้นอาจไม่ชอบก็ได้

คุณ Miss Beauty and Energie - ลุ้นกันเหงื่อตกครับตอนชิงตำแหน่ง

Millhz - สำนวนรื่นไหลนะ

ออน - ก็ทำเลยสิจ๊ะ

พี่เส่ง - น่าลุ้นต่อไปครับ

พี่เอก - โอบาคามิ 55

Glinda The Good - พิเศษจริงครับ เขาต่อสู้มามาก

Seam - C - ประหลาดจริงแท้

พี่แป๊ด - หากเป็นเช่นนั้น ท่าจะยุ่งครับ

พี่ลิง - ผมว่าชัดมากเลยครับ เห็นด้วยสุดๆ

โอเมก้าสาม - พอดีอ่านอีกเล่มเทียบอยู่ ป๋าโอบามา เขาก็เขียนปกตินะ(คนแปลอีกท่าน) ภาษาก็ดีแต่ไม่สวิงสวายขนาดเล่มนี้หรอก
เฮ่ย โอบามาอาจจะอ่านมูราคามิก็ได้นา เลยได้อิธิพลมาไง 5555question

#12 By omega on 2009-05-04 16:11

อดีตที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนเปลื่อยเปล่า อดีตที่ทำให้ผมรู้สึกละอาย ใช่ว่าจะเป็นอดีตที่เจ็บปวดขมขื่นหรือพิลึกพิลั่น ..

หนังสือมุราคามิชัดๆ 555

ผมชอบงานแปลของคุณนพดล เวชสวัสดิ์ นะ
เรียบ ขรึม สนุก อยู่ในความลุ่มลึกดี แม้แต่มุขตลกก็ตาม

ขนาดเรื่อง the diagnosis (คำวินิจฉัย)
เนื้อเรื่องกดคนอ่านไปเรื่อยๆ จนจบก็ยังไม่ปล่อย
ยังแอบรู้สึกเจอมุราคามิเป็นระยะๆ 555
ถ้ามูราคามิ เป็นประธานาธิบดีอเมริกา
จะ้เป็นอย่างไร
แต่อย่าเลย
เป็นนักเขียนในดวงใจของดิฉันน่ะดีแล้ว

ป.ล.มีมูราคามิเมืองไทยอยู่ที่บล็อก

#10 By grappa (58.9.191.223) on 2009-05-04 09:35

ฮาพี่เอกเช้าอย่างแรงครับ

โอบาคามิ!!!

ใช่เลยครับ! ความมุ่นมั่นของบารัคผสมสำนวนแปลของคุณนพดล ให้ผลที่แปลกประหลาด(แต่)ดี

#9 By Seam - C on 2009-05-04 08:59

ผู้ชายคนนี้ พิเศษจิงๆ

#8 By Glinda The Good on 2009-05-03 22:40

ไม่คิดว่าจขบ.จะอ่านหนังสือแนวนี้-เล่มนี้ด้วย

แหม่ สำนวนแปลช่วงตัวเอน อ่านไปยิ้มไปทีเดียว โอบาคามิ question

#7 By eak early : เอกเช้า on 2009-05-03 22:35

ถ้าฝ่าวิกฤติโลกช่วงนี้ไปได้จะยิ่งกลายเป็นตำนานconfused smile

#6 By wesong on 2009-05-03 20:41

ถ้อยคำสวยงามจัง

การเดินทาง

ดูมีแนวทางดีอ่ะ

อยากทำได้บ้าง

หุหุHot! big smile

#5 By รักคือ? on 2009-05-03 19:40

อ่านด้วยความรื่นรมย์จากใจจริง ..
confused smile

#4 By bouudaes on 2009-05-03 17:04

ตอนแรกก็ไม่คิดว่าเค้าจะได้ตำแหน่งนะ แต่ตอนนี้เค้าก็พิสูจน์แล้วเนอะ น่าทึ่งมาก
นั่น 17 ปีก่อนของบารัค โอบามา
ใครจะเชื่อว่าวันนึงอเมริกันชนยอมรับประธานาธิปดี
ผิวสีคนแรกอย่างถล่มทลายขนาดนี้ ..

" การเดินทางเชิงสติปัญญาที่ผมวาดภาพขึ้นมา
ต้องมีแผนที่ จุดหยุดพัก กำกับด้วยเส้นตายขึงขัง.."
แผนที่ชีวิตเค้าคงชัดเจนดีนะ
ย้อนนึกถึงตัวเอง แผนที่ชีวิตที่วาดไว้ไม่ค่อยจะได้ความเลย
หยั่งกะล่องเรือแน๊ะเรา!


หนังสือเล่มนี้น่าสนใจ Hot!

#2 By moodee on 2009-05-03 14:03

big smile อดีตที่เขียนตอนอายุ 30 ปี น่าสนใจ ไม่รู้ว่าตอนั้นเค้ามุ่งมั่นมั้ยเนาะ ว่าต้องเป็นประธานาธิบดีให้ได้

#1 By จอมบงการ on 2009-05-03 13:57