นี่คือคำถามที่เด็กรุ่นหลังอยากรู้มากครับ

ดังนั้นนักเขียนมืออาชีพและนักทำหนังสือหลายคนจึงแนะนำไว้ว่า

จง 'เขียนครับ

ง่ายๆ สั้นๆ 

แต่ดันเป็นเรื่องจริงสุดๆ

ถึงแม้จะอ่านแล้วรู้สึกว่า

อ้าว แล้วยังไงต่อล่ะเนี่ย

โห แค่นี่เองเรอะ

อุตส่าห์ทนรอฟังวิธีเด็ดๆ มาตั้งนาน

แต่คำตอบมีแค่เนี่ย

ครับ ยืนยันอีกทีว่ามีแค่เนี่ยจริงๆ

แม้มันอาจดูใจร้ายไปหน่อย

แต่ก็เป็นจริงที่สุดแล้ว

 

 

แต่ว่าสำหรับใครที่ยังอยากเป็นนักเขียน(อยู่)

นอกจากวิธีข้างต้นแล้ว

ผมก็อยากลองแนะนำเพิ่มเติมอีกข้อว่า

จงทำงานครับเพิ่มเข้าไปด้วย

หมายความว่า...

ทำงานอะไรก็ได้ครับ

สักงานที่คุณคิดว่าทำได้ดีที่สุด

หากมีคำถามต่อว่าทำไมล่ะ

คำตอบอยู่ตรงนี้ครับ

 

 

1.ปู่รงค์ วงษ์สววรค์ เคยเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่สยามรัฐมาก่อน

2.น้าชาติ กอบจิตติ เคยทำกระเป๋าหนังขายพร้อมเขียนหนังสือไปด้วย จนมั่นใจว่ามีที่ทางแล้วจึงออกมาเขียนหนังสืออย่างเดียว

3.ป๋าวินทร์ เลียววาริณ เป็นสถาปนิก 5 ปี หลังจากนั้นทำโฆษณามาตลอด ขนาดได้ซีไรต์มา 2 สมัย ก็ยังไม่หยุดทำโฆษณา จนวันหนึ่งบริษัทที่ทำงานลิกกิจการ แล้วตัวเองขี้เกียจสมัครงาน(ใหม่) จึงมีโอกาสมาเป็นนักเขียนเต็มตัว

4.พี่อ้วน วิรัตน์ โตอารีย์มิตร เคยทำงานนิตยสารมาก่อน หลังจากนั้นถึงกลายมาเป็นคอลัมน์นิสต์ที่งานชุกที่สุดคนหนึ่งของยุค

5.พี่เอ๋นิ้วกลม ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำโฆษณาไม่หยุด ตั้งแต่การเป็นก๊อปปี้ไรเตอร์ จนตอนนี้กลายมาเป็นผู้กำกับเต็มตัวแล้ว

6.พี่ก้องทรงกลด ยังตั้งใจทำนิตยสารอย่างขะมักขะเม้นทั้งๆ ที่มีต้นฉบับรอปั่นอยู่อีกหลายเล่ม โดยเฉพาะเล่มที่เดินทางไกลในรถไฟสายที่ยาวที่สุดในโลก และโปรเจกต์ที่ชื่อแสนงามอย่าง โปรดอ่านใต้แสงเทียน เพราะผมเขียนใต้แสงดาว

7.คุณหมอพรทิพย์ เป็นหมอนะครับ แต่ออกหนังสือเยอะกว่าบางคนที่ตั้งใจเป็นนักเขียนอีก

8.นักการตลาดบางคน ไม่ต่างจากคุณหมอพรทิพย์ครับ ไม่ได้เป็นนักเขียนอาชีพ แต่ออกหนังสือไปแล้ว 20 เล่ม

9.รู้จักพี่วิชัย กับ บองเต่า กันใช่ไหมครับ 2 คนนี้ สร้างงานเขียนมากจากการ ทำงาน ล้วนๆ นะ

10. นักมวยเหรียญทองโอลิมปิกและดารามีหนังสือเป็นของตัวเองก็เพราะการทำงานล้วนๆ ครับ (ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เรียกเขาว่านักเขียนก็ตาม)

 

แถมท้ายให้

-ลุงฮารูกิ มูราคามิ ผู้เป็นนักเขียนที่ดังที่สุดในญี่ปุ่น(ยุค 90) ก็เคยทำผับแจ๊สอยู่ 10 กว่าปี นิยายเล่มแรกที่ออกมานี่ว่าด้วยบรรยากาศในบาร์เหล้าเต็มๆ เลยครับ

-ลุงสตีเฟน คิง ราชานิยายสยองขวัญแห่งอเมริกา เคยทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในเมืองแฮมปเดน ในรัฐเมน(ทั้งๆ ที่อยากเขียนนิยายอย่างเดียวมาตั้งนานแล้ว) แล้ววันหนึ่งเขาก็เขียนนิยายเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านของเด็กหญิงวัยมัธยมคนหนึ่งขึ้น ก่อนขยำทิ้งลงถังขยะไป ทว่าเมื่อภรรยาของเขาหยิบขึ้นมาอ่านดู กลับพบว่าเธอชอบมันมากและอยากให้เขานำไปเสนอสำนักพิมพ์ ซึ่งในท้ายที่สุด ต้นฉบับจากถังขยะดังกล่าว ก็กลายเป็นหนังสือเล่มแรกของลุงเขาที่ถูกประมูลขายด้วยราคาสูงลิบ นิยายเล่มดังกล่าวมีชื่อว่า  Carrie  ครับ

 

 

 

ดังนั้นง่ายๆ ครับ ถ้าใครอยากเป็นนักเขียน นอกจากการ เขียนแล้ว จง ทำงานนะครับ

 

 

 

........................................................................................................................

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอว เห็นสัจธรรมเลยค่ะowo Hot! Hot!

#1 By gimini on 2009-06-03 19:16

ก่อนที่จะเป็นนักเขียน ต้องเป็นนักอ่านที่ช่ำชองเป็นอันดับแรก

#2 By here on 2009-06-03 19:17

เหอะๆ ขอตัวกลับไปทำงานๆ..

sad smile question ทันเดดไลน์ๆๆsad smile sad smile

#3 By wesong on 2009-06-03 19:19

อยากเป็นนักเขียน จงเขียน และ ทำงาน
แต่หากจะทำงาน ก็จง เรียน ตอนนี้ให้จบซะก่อน
(สินะ)

confused smile

#4 By moofisho on 2009-06-03 19:35

มีทีไหนที่แนะนำให้ผมทำงานเขียนบ้างครับ :P

ตัดการเมืองออกไป คิดว่าพอจะเขียนได้นะ open-mounthed smile
จริงครับ big smile

#7 By Bickboon on 2009-06-03 19:55

อืม..
งานรอบตัวมักพาเราไปในจุดต่าง ๆ จริงๆ
ทำงานเพื่อเอาประสบการณ์มาเขียน big smile

#9 By ไอ้แป้น : i-phan on 2009-06-03 20:15

ไมเคิล แจ็กสันไม่ยอมทำงาน แล้วก็ไม่เขียนหนังสือประวัติจนเจ้าชายแห่งบาเรนห์ฟ้อง โดนเข้าไป!

ต้องทำงานไปด้วยเขียนไปด้วยเพราะกล้วยฆ่าคุณได้

ขอโทษที่พูดจาไม่รู้เรื่อง เมา!

#10 By omega on 2009-06-03 20:19

ทำงานมาตลอดๆๆๆๆเหมือนกัน


อย่างนี้ก็มีโอกาสเป็นนักเขียนสิเนาะ


^^V

#11 By caffeineaddict on 2009-06-03 20:55

จะพยายามนะครับ ... ค้นหาแรงบันดาลใจเต็มที่ big smile

#12 By Djehuti on 2009-06-03 21:19

เอ็นทรี่นี้ encouraging ดีมากๆ เยี่ยม!

จริงอย่างว่า เป็นนักเขียนที่มีงานอย่างอื่นด้วย มันเท่กว่าเป็นนักเขียนเฉยๆ ขึ้นมานิดนึง

ว่าแต่จขบ.ก็พยายามเข้านะครับ ผมเอาใจช่วยไม่ล้มเลิกแน่ๆ จนกว่าจะเห็นออกมาเป็นเล่ม big smile

#13 By eak early : เอกเช้า on 2009-06-03 21:28

รดน้ำจ้า

ต้องทำงานไปด้วยนี่เอง Hot!

#14 By chockcolate_am on 2009-06-03 21:44

อยากเป็นๆ

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile
ตินกานต์ผันตัวเองไปทำงานด้านทีวี หลังจากทำแม็กกาซีนมาห้าปีเต็ม

ทุกวัน ยังพยายามเขียนหนังสือให้ได้ทุกวัน

(มีใครอยากรู้ของเราไหมเนี่ย ฮ่าๆๆ)

ขอบคุณนะพอกลอน มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย

#16 By ตินกานต์ on 2009-06-03 22:18

ค่ะ big smile

#17 By maebin on 2009-06-03 22:25

big smile อยากเป็นนักเขียนก็ต้องเขียนสิเนอะ

#18 By K r a i on 2009-06-03 23:10

อ่ะ ทำงาน ๆ ๆ ๆ เขียน ๆ ๆ ๆ แต่ไม่ได้อยากเป็นนักเขียนเลยbig smile

#19 By จอมบงการ on 2009-06-03 23:22

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#20 By b-padung Studio on 2009-06-03 23:26

Hot! confused smile
เป็นจริงมิใช่น้อยค่ะ

#21 By poonnada on 2009-06-03 23:37

ขอบคุณมากครับกอล์ฟ รู้สึกดีมากที่ได้อ่านครับ surprised smile
อยากเป็นนักเขียน
อย่าลืม
ต้อง 'อยาก'
ด้วย

confused smile open-mounthed smile confused smile

#23 By h|b|b on 2009-06-03 23:59

อยากเป็นนักเขียน..
ต้องเขียน..

แล้วอย่าลืม ...

ต้องอ่าน...
ด้วยนะ...

big smile
งั้นขอเวลาผมไปทำงานสักพักครับ

ฮา big smile Hot!

#25 By พงคุง on 2009-06-04 00:09

พูดได้ง่ายๆครับ...

แต่ทำได้ยากมาก...

ใช่ครับ..."เขียน ครับ จงเขียน" confused smile

*ชอบจริงๆHot!

#26 By Monkiji321 on 2009-06-04 00:11

T_T
ยังเรียนอยู่เลย
แถมไม่ค่อยมีเวลาด้วย
แต่จะพยายาม "เขียน" ให้มากขึ้นแล้วค่ะ T_T
เยี่ยมจ้าbig smile

#28 By ~Lemon~cicerO~ on 2009-06-04 00:30

จริงนะ

เมื่อก่อนไม่ค่อยคิดว่าจะจริง
มันน่าจะมีอย่างอื่นอีก

ตอนนี้คิดว่ามันจริงมาก

"จงเขียน"
จริงที่สุดแล้ว

#29 By วิชัย... on 2009-06-04 00:58

เอิ่มแต่ผมชอบเขียนมากทำไง

ต้องทำงานอื่นๆก่อนเหรอ ถึง จับปากกาได้อย่างเต็มที่

#30 By Dearcool on 2009-06-04 01:07

สั้นแต่ใ่ช่!! Hot!

#31 By hackerlife on 2009-06-04 01:52

อยากเป็นนักเขียนต้องอยากเขียนก่อนเลยเนอะ

#32 By เจ้าชายน้อย on 2009-06-04 02:18

นึกถึงคำพูด อ.ศิลป์ พีระศรี ..
ตอนท่านพูดกับลูกศิษย์ที่มาเยี่ยมไข้ตอนท่านป่วยครับ

"ถ้านายรักฉัน นายไม่ต้องทำอะไร .. นายทำงาน .."
เห็นด้วยครับ อยากเขียนอะไรๆให้มันดีกว่านี้เหมือนกันครับ อิๆๆ
เป็นงั้นไป Hot!
งั้นขอเวลาผมไปทำงานสักพักครับ

ฮา big smile Hot!

#37 By พงคุง on 2009-06-04 07:33

เป็นความจริงที่สุดเชียวค่ะ
Hot!

#38 By finch on 2009-06-04 07:43

เป็นคำแนะนำที่ใช้ได้ตลอดกาลbig smile

#39 By ~memay~ on 2009-06-04 08:33

confused smile

#40 By ไทดี้ on 2009-06-04 08:45

ถูกต้องที่สุดครับ
เห็นด้วยอย่างยิ่งๆๆ

คนเราถ้าไม่ลงมือทำงาน มันก็ไม่ได้พัฒนาตัวเอง
Hot!

#41 By มนุษย์กล่อง on 2009-06-04 10:24

...
อืม ทฤษฎีนี้น่าสนใจมากคะ และเราเห็นด้วย
การที่ตั้งหน้าตั้งตาพยายามเขียนเพียงอย่างเดียว คงไม่สามารถทำให้เรื่องราวของเราเปิดกว้างและเข้าถึงคนอื่นได้
...

#42 By ~* SeLene *~ on 2009-06-04 11:06

เอนทรี่นี้สร้างแรงบันดาลใจให้นักอยากเขียนมากๆเลยครับHot!

เคยอ่าน คุณลุงอาจินต์ ปัญจพรรค์ ท่านบอกว่า
"อยากเป็นนักเขียน ต้องเขียน ส่งให้ บก.เป็นผู้ตัดสิน"

การทำงานก็เป็นวัตถุดิบดีดีในงานเขียนนี่เอง open-mounthed smile confused smile

#43 By Recycle Boy on 2009-06-04 11:42

กระแทกใจอย่างแรงครับ Hot!

ยังอยู่ตรงนี้ละเรา ทำงานๆ
จงทำงานที่ทำอยู่ ทำไปๆ พยายามใ้ห้มันดีๆ big smile

#45 By moodee on 2009-06-04 12:32

อ่านแล้ว "มีแรง"
ขอบคุณมากค่ะ
ไอ้มดแดงจะสู้ต่อปายยยย

#46 By doo dee dee on 2009-06-04 12:43

อย่าแค่คิด แต่ต้องลงมือทำด้วย

ประโยคง่ายๆ ใครๆก็เข้าใจค่ะ แต่แอบทำยาก

#47 By LhinKo^_^ on 2009-06-04 13:07

พยายามเขียนอยู่เลยครับ

เพียงแต่ตอนนี้ "ตกงาน" ครับ sad smile Hot!

#48 By Media Eater on 2009-06-04 13:18

อ่า..ต้องกลับไปทำงานซะแล้ว open-mounthed smile

#50 By eVeZaa on 2009-06-04 13:47