ปัญหาของนักอ่านรุ่นผมในเวลานี้ก็คือ

นักเขียนไทยที่ชอบมักไม่ค่อยออกหนังสือกันแล้ว

ถึงออกก็นานเหลือเกินกว่าจะคลอดออกมาสักเล่ม

แล้วหลายครั้งก็เป็นการเขียนในสไตล์ที่ต่างไปจากเดิม(จากที่ผมเคยอ่านแล้วชอบ)

ซึ่งถ้าเรียงชื่อนักเขียนออกมาก็คงจะยาวเป็นหางว่าวแล้วอาจพาดพิงกัน

จนมีคดีความเกิดขึ้น(งั้นอย่าเลย)

 

เกิดมาเป็นคนอ่านอย่างเดียวก็ลำบากแบบนี้ล่ะครับ

เพราะอยากจะสนับสนุนนักเขียนกันจริงจังสักคน

ก็ไม่มีผลงานออกมาให้ได้สะสมบนชั้นเพิ่มสักที

เรียกว่าอิจฉาแฟนคลับของ กอล์ฟ-ไมค์  ก็ไม่คงผิด

แล้วหลายหนก็เกือบเปลี่ยนไปเป็นแฟนคลับของเกิลลี่เบอรี่อยู่รอมร่อแล้ว

แหมบางทีนักอ่านอย่างเรามันก็อยากไปถือป้าย

วิ่งไปขอลายเซ็นกับคนที่เราชอบเหมือนกันนะ

แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรมาให้อ่านเลย

ก็ได้แต่ร้องเพลงรอ รอ และรอต่อไป

 

นักอ่านรุ่นใหม่นี่โชคดีกว่ารุ่นผมนิดหนึ่ง

ตรงที่นักเขียนรุ่นใหม่จะมีบล็อกให้ได้ติดตามกัน

คิดถึงเมื่อไหร่ก็เพียงคลิ๊ก

ในขณะที่นักเขียนรุ่นเก่าที่ผมชอบนั้น

ไม่มีบล็อกกันเลยสักคน(มีก็ไม่อัพหรือไม่ก็ปิดไปแล้ว)

คิดถึงเมื่อไหร่ก็ทำอะไรไม่ได้

ได้แต่อ้อนวอนพระเจ้าว่าได้โปรด

ให้วิญญาณร้ายเข้าสิงพวกเขาแล้วผลิตงานออกมาด้วยเทอญ

 

 

 

..............................................................................................................................


 

Comment

Comment:

Tweet

ก็จริงนะคะ

แต่ก่อนนักเขียนนี่เป็นเหมือนตำนาน รู้แต่นามปากกา เฝ้าภาวนากับสำนักพิมพ์

เดี๋ยวนี้มีบลอค มีบอร์ดให้พูดคุย ถามไถ่ทวงนิยาย(อันนี้ดีหรือไม่ 55) รู้สึกใกล้ชิดกันกว่าเคย
บางค่ายบางคนถึงขั้นออกสื่อ จำหน้ากันได้ปานดาราเลยทีเดียว เหอๆๆ

#22 By [ Sai ];charot on 2011-03-26 01:43

งานเขียนหนังสือเป็นงานที่ยากนะครับสำหรับผม ตอนนี้กำลังตั้งใจเขียนหนังสืออยู่ สามปีแล้วยังไม่ถึงไหนเลย ทั้งๆที่โครงเรื่องก็คิดไว้ครบแล้ว

#21 By brawatcher on 2009-10-08 13:55

ฮ่า ๆ เพิ่งจะเห็นว่าไปเม้นท์ไว้นะเนี่ย หุหุ แอบปลื้ม นิด ๆ

จะว่าไปเราก็เพิ่งจะมีเวลาอ่านหนังสือเต็มตัวนะเนี่ย (ที่ผ่านมา ต้องแบ่งเวลาทำอย่างอื่นด้วยไง) หกเดือน เกือบเจ็ดเดือนที่ผ่านมานี่ แคะกระปุกไปซื้อหาหนังสือที่ถูกใจ จนตอนนี้ หนังสือที่ถูกใจจริง ๆ เกลี้ยงแล้วจากแผง พอ ๆ กะที่ตังค์หมด (ตอนเรียนยังได้พึ่งพาหอสมุดบ้าง พอเรียนจบแล้ว ก็ไม่มีของฟรีให้พึ่งพา) พอเริ่มมีตังค์ เราก็แวะเวียนไปดูใหม่ แต่ก็อย่างเธอว่า .. มันไม่มีให้อ่านแล้ว ต้องรอ ร้อ รอ อย่างเดียว
v
v
v
v
เป็นนักอ่านนี่ต้องอดทนจริง ๆ เนอะ ^^

#20 By Gift Oxford (180.183.195.59) on 2009-10-07 17:42

จริงอย่างที่สุด

#19 By shikak on 2009-10-05 22:11

ขอบคุณทุกความเห็นครับ

เออ#17

เป็นครับแนะนำที่ดีมากครับคุณตุลาconfused smile
เขียนอ่านเองดีไหม 5

#17 By tula on 2009-09-26 12:35

เห็นด้วยค่ะ แต่ก็มีบางครั้งที่อยากกระซิบบอกนักเขียนคนโปรดว่า "อย่าเพิ่งออกเล่มใหม่เลย"

...





"เงินไม่พอ, ขอหนูเก็บตังค์ต่ออีกนิดนะคะ" cry

#16 By maebin on 2009-09-26 00:26

ดีใจจังที่มีคนเขียนชื่อนักเขียนหลายๆ คนให้แล้ว
นักเขียนก็ต้องเติบโต งานเขียนก็ต้องพัฒนา บ้างชอบงานยุคแรกไม่ชอบงานยุคหลัง บ้างสลับกัน

ปิกัสโซ่เขียนพอร์ทเทรตได้งามมากก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นคิวบิกซึ่มในกาลต่อมา คนละแนวกันเลย

นึกถึงนักเขียนคนโปรดของตัวเองที่เข้าข่ายนี้เหมือนกันครับ

#14 By eak early : เอกเช้า on 2009-09-24 22:25

รักแล้ว..
ก็ต้องรอกันต่อไป...

รอด้วยคน..

big smile
55555555555 อ่านแล้วมาขำตรงให้วิญญาณร้ายเข้าสิง ถ้าวิญญาณดีนี่ไม่ได้อ่านใช่มั้ยคะ

เราว่าเค้าคงกำลังกลั่นกรองตัวอักษรออกมา ถ้าเขียนง่าย ๆ ออกง่าย ๆ ใคร ๆ ก็เป็นนักเขียนกันไปหมดแล้วสิ

เป็นแฟน.........ต้องอดทน

#12 By จอมบงการ on 2009-09-24 12:05

ผมคิดถึง คุยกับประภาส

ของพี่จิกง่ะครับ...confused smile
ก็ต้องรอกันต่อไปครับ

นักเขียนคนโปรดกว่าจะออกเล่มใหม่มาทีเกือบจะครบรอบทำบัตรประชาชนใหม่อยู่แล้ว

#10 By Clepsydra:: on 2009-09-24 10:16

ช่ายช่าย
พี่โน้ต อุดม
ไม่ออกเล่มใหม่เสียที

#9 By julluj on 2009-09-24 09:03

คนรุ่นใหม่อย่างผม
ไม่ค่อยรู้เรื่องนักอ่านรุ่นเก่าๆ สักเท่าไหร่
ทันยุคบางคน อย่างอาว์รงค์ คุณอาจินต์
เลยพอได้ซึมซับบ้างครับ

big smile big smile big smile

#8 By h|b|b on 2009-09-24 01:33

เห็นด้วยครับ
ผมคิดถึงน้าชาติ กอบฯ(หลังๆ หนักไปทางบทความ)
พี่วานิช จรุงฯ
คุณเสกสรรค์ ประเสริฐกุล
แล้วก็ ฯลฯ
ส่วนอาว์ปุ๊...เสียดายที่สุดครับ

Hot! Hot! Hot!

#7 By tongg on 2009-09-23 22:25

ฮะๆๆๆ ชอบๆ อย่าพูดชื่อเลย เดวจะย๊าวววววHot!

#6 By omega on 2009-09-23 21:36

สิ่งนี้แหละครับพี่กอฟ ที่เรียกว่า ของดีต้องใจเย็นๆๆ sad smile

#5 By poonchano on 2009-09-23 21:05

แต่ละคนก็คงยังพยายามทำหน้าที่กันต่อไปด้วยกันครับ ออกช้าๆ แต่มากด้วยคุณภาพดีออกมาเกลื่อนแต่หาแก่นสารไม่ได้

#4 By โลกมืด on 2009-09-23 20:42

ผมชอบ Tha Angel Boy (นิยาย) ผมก็รู้สึกดีใจนะที่เป็นนิยายที่ออกมาได้เวลาดีมากๆ คือไม่ต้องรออ่านเป็นปีๆเหมือนนิยายเรื่องอื่น

#3 By Critical#Zeed on 2009-09-23 20:01

กลายเป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆครับ

ขออ้อนวอนด้วยคนครับ

#2 By Seam - C on 2009-09-23 19:20

ผมว่านักเขียนก็คิดถึงคนอ่านเหมือนกัน
แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างsad smile

#1 By wesong on 2009-09-23 19:14