คู่มือนักเขียน

posted on 06 Dec 2010 02:30 by porglon in Books

 

 

ผมมีหนังสือประเภทคู่มือ ‘นักเขียน’ อยู่หลายเล่ม ทุกครั้งที่เจอจะซื้อเก็บไว้(เป็น 10 ปีแล้ว) แม้จะไม่ชอบอ่านงานฮาวทูมากนัก แต่เชื่อว่าบางเรื่องรู้ดีกว่าไม่รู้ หรือรู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม เวลาเล่นเกมผมชอบซื้อคู่มือมาอ่านเพราะนักทำเกมชอบซ่อนอะไรๆ พิลึกๆ ไว้ ในเมื่อผมมุ่งมั่นกับการทำงานหนังสือพ็อกเก๊ตบุ๊กค์ก็เลยซื้อมาอ่านประกอบบ้าง แน่นอนมีทั้งที่อ่านจบและอ่านไม่จบ

            เล่มที่ผมชอบมากคือ On the Writing ของสตีเฟ่นคิงส์ ที่เล่าบรรยากาศช่วงที่แกนั่งเขียนต้นฉบับสมัยสอนหนังสือพร้อมทั้งดูแลภรรยาและลูกไปด้วย ถ้าจำไม่ผิดในรถเทรนเลอร์หรือห้องเช่าใต้หลังคานี่ล่ะ แน่นอนว่าลำบากมาก ทว่าต้นฉบับเรื่องแล้วเรื่องเล่าก็โดนปฏิเสธตลอด เล่มแรกที่ได้พิมพ์ก็ซัดจดหมายปฏิเสธไป 30 สนพ. (เจ.เค. โรลลิ่งนี่ยังแค่ 12 เองนะ) แต่ก็ดีใจกับแกด้วยที่ตอนประมูลต้นฉบับได้ราคาสูงมาก (หมายเหตุ-เมืองนอกเขาจะมีการประมูลต้นฉบับกันผ่านนายหน้า ส่วนเมืองไทยวงการเราเพิ่งตั้งไข่ไม่มีนะครับ)

           เล่มที่สองที่ชอบคือ ‘เป็น: เรียงความว่าด้วยลมหายใจในตัวหนังสือ’ ของพี่คุ่น ปราบดา หยุ่น ที่พูดถึงกระบวนการคิดและเขียนเรื่องสั้นที่ไม่สอนแต่เหมือนสอน ที่สอนแต่เหมือนไม่สอน (เอ๊ะยังไง) เล่มนี้สนุกดี เหมือนอ่านบทความมากกว่า

           ส่วนเล่มที่สามคือ ‘ปั้นน้ำเป็นตัว’ ของคุณวินทร์ เลียววาริณที่เจาะลึกวิธีการเขียนแบบใช้ความคิดสร้างสรรค์พร้อมทั้งมีอะไรสนุกๆ ให้ทำท้ายบท ส่วนเล่มที่สี่ ‘คุยกับหนอน’ ของคุณวินทร์ เช่นเดียวกัน ในพาร์ทตอบคำถามเรื่องงานเขียน ที่ตอบกันแบบเจาะลึกอย่างหมดเปลือก(แถมต่อยท้องคนถามแบบไม่ไว้หน้าด้วย ที่ถามอะไรไม่ฉลาด)

           ส่วนเล่มที่ห้า The Secret of Pocketbook โดย ณัฐชนนท์ มหาอิทธิดล กับศิวะภาค เจียรวนาลี สองกอง บก. อะเดย์ ที่หลายคนน่าจะได้ซื้อไว้ เพราะเป็นเมนคอสอยู่ในนิตยสารอะเดย์ฉบับหลังร้อย ที่พาไปทัวร์การทำหนังสือพ็อกเก๊ตฯ ตั้งแต่คิดเรื่อง ทำคลอด เข้าโรงพิมพ์ ไปที่สายส่ง จนถึงวางขายที่ร้านหนังสือ

           ทั้งหมดนั้นเป็นหนังสือที่ผมอ่านแล้วชอบ ทว่าก็ยังมีอีกหลายๆ เล่มที่อ่านแล้ว ได้อะไรบ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ต้องสงสัยว่า คนเขียนเป็นใคร ทำไมไม่เห็นบอกเลย พยายามหาประวัติคร่าวๆ ที่ควรจะมีด้านหลัง หลายเล่มก็ไม่มีเล่มเพระมีแต่นามปากกา บางเล่มที่มีผู้เขียนก็เป็นอาจารย์ภาษาไทย กับนักหนังสือพิมพ์ทว่าก็ไม่เห็นจะบอกอะไรมากกว่านั้น ได้แต่งงๆ สรุปว่ามันน่าเชื่อถือหรือไม่นี่ และผมก็มารู้ภายหลังว่าข้อมูลหลายยกในเล่มก็เป็นการอ้างอิงจากต่างประเทศ เออ...แต่วัฒนธรรมการอ่านการเขียนมันต่างกันราวกับฟ้าเหวจะใช้ได้เหรอ พยายามคิดว่าคงได้มั้ง แต่คิดอีกทีก็ทะแม่งๆ นะ

           จริงๆ ผมพยายามรอนักเขียนไทยสักคนที่ทำงานต่อเนื่องหลายสิบปีมาเขียนคู่มือ ‘นักเขียน’ อีกสักหลายๆ เล่ม ทว่ารอจนเหนื่อยก็ยังไม่เห็นเลย แต่คิดดีๆ ก็รู้สึกว่า บางทีนักเขียนเก่งๆ คงเหมือนคนเรียนเก่งๆ หรือเปล่า ที่เอาเข้าจริงมักจะสอนการบ้านผมไม่รู้เรื่อง

           สำหรับคนเรียนเก่ง 4.00 ส่วนใหญ่น่ะให้เขาทำข้อสอบยากๆ น่ะง่ายมาก แต่พอให้มาสอนวิธีคิดให้บ้างกลับทำไม่ได้เลย สมัยมัธยมเวลาผมไม่เข้าใจการบ้าน จึงต้องขอใช้บริการพวกที่เรียนกลางๆ ให้สอนแทน ปรากฎว่าพวกนี่อธิบายเข้าใจง่ายจนน่าแปลกใจ

           ซึ่งนอกจากคู่มือ ‘นักเขียน’ จากนักเขียนเก่งๆ ท่านอื่นๆ ที่ดูจะเป็นแค่ฝันลมๆ แล้งๆ แล้ว (เพื่อไว้อ่านมุมมองการทำงานแบบนักเขียน) ผมก็ยังรอคู่มือ ‘นักเขียน’ จากบรรณาธิการสำนักพิมพ์เก่งๆ สักท่านอยู่ด้วย (เพราะจะได้อ่านมุมมองของการทำงานแบบคนทำหนังสือ) ทว่ารอมานานก็ยังไม่เห็นเลย แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่า เมื่อได้กลายเป็นบก.สนพ.ไปแล้วงานจะยุ่งมากนั่นเอง ยิ่งพอเป็น บก.บริหารสำนักพิมพ์ที่ใหญ่ๆ อย่างพวก อมรินทร์ มติชน เนชั่น บริส หรือแจ่มใส คงยุ่งวุ่นวายมากแน่ๆ แล้วจะมาเผยแพร่วิชาทำมาหากินแบบหมดเปลือก คู่แข่งคงนั่งอ่านกุมท้องสนุกละนะ(ฮา) แถมจะโดน CEO ปลดจากวิชาชีพที่รักเสียเปล่าๆ โทษฐานที่เอาข้อมูลบริษัทมาเผยแพร่

            ตรงนี้ทำให้ทุกคนที่อยากเป็นนักเขียนมักมีปัญหาตรงกันคือ เมื่ออยากเป็นนักเขียนแล้วไม่รู้จะเริ่มตรงไหนไม่รู้จะปรึกษาใครดี อาจรู้ว่าต้องลงมือเขียนต้นฉบับ ส่งไปเสนอสนพ. และรอผล แล้วหลังจากนั้นล่ะจะทำยังไงต่อ ความรู้เบื้องต้นแค่นี้เอาจริงจึงกว้างเกินไป เหมือนการออกทะเลที่รู้ว่าต้องมีเรือสักลำก็ออกทะเลได้แล้ว

            ทว่าชีวิตไม่ใช่การ์ตูนวันพีชที่ลูฟี่มันออกทะเลโดยไม่มีเสบียง ต้นหน เข็มทิศ แผนที่ และห่วงชูชีพ ที่สำคัญมันว่ายน้ำไม่ได้ด้วยนะ(เพราะอ.โอดะ เขาตั้งใจจะฮาท่าเดียว) แต่ถ้าในชีวิตจริงไม่ยอมหาข้อมูลและอยากจะฮาท่าเดียว ระวังจะฮาพร้อมเสียน้ำตาหลายปี๊บได้

            ซึ่งความฮาที่ฮากว่าก็คือ ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตกว่า 50% นั้นต้องใช้วิจารณญาณในการวิเคราะห์สูงมาก ว่าเชื่อได้หรือเชื่อไม่ได้ เพราะมีเรื่องที่น่าเชื่อถือแต่ไม่จริงมากมาย (รวมถึงข้อมูลที่ตั้งใจจะหลอกเราตั้งแต่แรก ให้ไปสมัครนู้นสมัครนี่)

             ผมในฐานะคนทำหนังสือตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่ทำหนังสือได้กลางๆ เขียนหนังสือได้กลางๆ จะพยายามทยอยชี้แจงสิ่งต่างๆ ที่นักอยากเขียนจำเป็นต้องรู้ให้ฟังแบบไม่ปิด ไม่บัง

ส่วนเชื่อไม่เชื่อไม่เป็นไร โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านครับ!

 

 

..............................................................................................................................

ปล.   ดูเหมือนบทนี้เป็นบทต่อจาก ‘กับดักความฝันของคนอยากเป็นนักเขียน’ นะ  ส่วน ‘ทำฝันวันละหน้า’ ที่เขียนไปก่อนหน้านี้เหมาะจะอยู่ท้ายๆ

ปล.2 ถ้าอ่านแล้วมีความคิดเห็นอะไร อย่าลืมคอมเมนต์ด้วยนะครับ หรือเข้ามาแล้วแวะแปะอีโมติคอนก็ยังดี ขอบคุณคอมเมนต์เยอะแยะในบทแรกครับ

 

Comment

Comment:

Tweet

sad smile sad smile sad smile sad smile

#19 By BlackTea on 2012-08-28 18:36

big smile

#18 By indyontour on 2011-10-04 14:11

มาแอดบล็อคนะคะคุณกอล์ฟ
จากมุมมองของคนที่สอนด้วยแล้วก็ทำงานด้วยนะคะ
จริงๆแล้วหายากมากค่ะ คนที่สอนเก่งแล้วก็ทำงานเก่งมากด้วย พวกที่เก่งเทพๆมากๆ ส่วนใหญ่เวลาสอนหรือ ให้เขียนอะไร มักจะเรียบเรียบคำพูดไม่ได้ เพราะว่าของแบบนี้มันใช้คนละสกิลค่ะ แต่สิ่งที่แปลกใจอีกอย่างคือ คนที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับความสำเร็จ หรือสอนวิธีต่างๆในท้องตลาดกลับไม่ใช่ผู้ที่ประสบความสำเร็จจริงๆค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาจะซื้ออะไรน่าจะดูชื่อของคนเขียนด้วย แต่ที่ว่าคนทำหนังสือเก่งๆแล้วไม่มาสอนนี่คงเป็นเพราะหลายเหตุผลนะคะ คิดว่า

#17 By MEISANMUI™ on 2011-06-15 15:45

Hot! เคยตามอ่านหนังสือพวกนี้เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าช่วยได้มากน้อยแค่ไหน surprised smile

#16 By คุณนิ่ง on 2011-04-16 21:20

เพิ่งมาอ่านอย่างจริงจัง อยากได้หนังสือมาอ่านบ้าง เดี๋ยวจะเก็บเงินซื้อครับopen-mounthed smile

#15 By แทณนี่แหละ on 2010-12-28 15:55

ยากนะคะการเป็นนักเขียน

ต้องมี.. ใจรักจริงๆ
ชอบในอาชีพนี้มากจริงๆค่ะ
Hot! Hot! Hot! confused smile

#14 By LLbdko9N on 2010-12-16 23:12

แปะอิโมติค่อนละกันครับ
embarrassed

#13 By 609 on 2010-12-14 18:14

ที่อ่านมาหนังสือน่าสนใจมากเลยค่ะ
แม้ยังไม่เคยอ่านซักกะเล่ม

แต่ชอบงานคุณวินทร์ เคยอ่านผ่านตา
ตอนสมัยม.ปลาย (สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน)
อ่านแล้วอึ้งง
สะท้อนสังคมมากมาย


เห็นทีต้องไปหามาอ่านบ้างแล้วเนอะ
เอาของนักเขียนในเมืองไทยก่อนละกันbig smile

#12 By : : p l o y d : : on 2010-12-07 15:23

เท่าที่อ่านดู ขอบอกว่าต้องแอดบล็อกนี้ไว้ซะแล้ว big smile

#11 By keaaaa on 2010-12-07 13:39

Hot!
แวะมาอ่านพี่กอล์ฟตลอด
เผื่อจะเป็นแรงผลักและดัน
ให้อยากอัพบล็อกตัวเองบ้าง ฮ่าๆๆๆ

จริง ๆ มีอะไรอยากเขียนมากมายนะพี่
แต่ ... ไม่รู้จะเริ่มยังไง
จะเริ่มทีไร ก็ เริ่มไม่ถูกซ๊าาาาา ที

ที่เห็นอัพเกี่ยวกับความรู้สึกตัวเองบ่อย ๆ
เพราะเวลาเราระบายความรู้สึก
มันง่ายกว่าเขียนเรื่องที่มีสาระมากมายเลยพี่ ฮ่าๆๆๆๆ

เรื่องความรักของออน
ออนก็เพ้อ ๆ ไปตามเรื่องนะพี่กอล์ฟ
แต่ตอนนี้หลัก ๆ ที่เครียด เรื่องร้านกับที่บ้านมากกว่า

ร้านที่ทำอยู่ก็ปัญหามากมาย ส่วนที่เมืองไทย
คุณตา ล้มป่วย ต้องเข้า รพ. ออนอยากกลับไทยมากก
ที่บ้า่น ออนสนิทกับตาที่สุดแล้วอ่ะพี่
แล้วถ้าออนอยู่เมืองไทย ตาป่วยทีไร ออนต้องเป็นคนพาตาไปหาหมอทุกครั้ง

แต่คราวนี้ .... ไม่ใช่เรา แล้วเราอยู่ไกล
ร้องไห้ ทำไรไม่ถูกเลยอ่ะพี่ แต่ตอนนี้ตาอาการดีขึ้นแล้วอ่ะ เลยเบาใจไปได้บ้าง

พิมพ์ซะยืดเยื้อเลย ... ฮ่าๆๆๆๆๆ

พี่กอล์ฟก็อย่าลืมดูแลตัวเองนะคะ
พักผ่อนบ้าง ไรบ้างงง เป็นห่วงคะพี่ question

#10 By รักคือ? on 2010-12-07 02:32

ไม่มีคู่มือไหนสมบูรณ์แบบ แต่ละคนต้องลองทำเองเขียนเองจะดีที่สุด แต่อย่างน้อยหนังสือแบบนี้ ก็ทำให้เราได้รู้ว่าคนเก่งๆ เค้ามีวิธีคิด วิธีทำกันยังไง เราจะได้เดินตามได้ง่ายขึ้น big smile

แต่ละเล่มน่าอ่านทั้งนั้นเลยค่ะ ต้องไปหามาอ่านบ้างซะแล้ว big smile
ได้ไปหาหนังสือมาอ่านอีกหลายเล่มเลยปีใหม่นี้ ขอบคุณนะคะ ^^
เป็นหนังสืออีกเล่มที่น่าอ่านนะ ไว้ลองไปหามาอ่านดูดีกว่าsurprised smile

#7 By Sakuya JemJem on 2010-12-06 23:20

มานั่งฟังเลคเชอร์
อยากรู้เหมือนกันว่าจะเริ่มกันตรงไหน big smile

#6 By นักรบ on 2010-12-06 20:36

Hot! ตั้งหน้ารออ่านเลยค่ะ

#5 By D-faxtory on 2010-12-06 19:54

ยังไม่เคยอ่านเลยครับ แต่น่าหามาอ่าน big smile Hot!

#4 By dp on 2010-12-06 18:19



รู้สึกผมจะมีทุกเล่มที่บอกมา ยกเว้น คุยกับหนอน ที่แอบอ่านในร้าน
big smile

#3 By ทิว แอด ไฟน์ on 2010-12-06 14:28

ชอบเล่มสตีเฟ่นคิงก์อ่านแล้วไม่รู้สึกว่าเป็นฮาวทูแต่แบ่งประสบการณ์มาเล่าให้ฟังbig smile

#2 By wesong on 2010-12-06 10:42

ส่วนตัวของผมยังไม่เคยอ่าน หนังสือแนวคู่มือนักเขียนมามากนัก เพราะไม่รู้ว่าเล่มไหนเป็นยังไง (ไม่กล้าซื้องบน้อย กลัวซื้อมาแล้วเสียใจ )


แต่เล่มที่ผมอ่านมาอย่าง
'เขียนนิยาย' ของ 'รตชา' ที่รวบรวมวิธีเขียนนิยายและประสบการณ์ของนักเขียนไว้ ก็ทำให้ผมรู้สึกดีมากๆเลย เหมือนได้ซึมซับประสบการณ์ ทำให้ได้เราเรียนรู้
แบบนี้ต้องเรียกว่า "ได้อะไรบ้าง" มาเยอะเหมือนกัน


Hot! Hot!

ยังไงก็ขอบคุณพี่มากนะคร้าบ ที่มาแนะนำหนังสือคู่มือเล่มอื่นๆ จะได้ลองหามาอ่านบ้าง แต่ผมชักจะชอบเล่มของ สตีเฟ่นคิงส์ แฮะ ! big smile


เขียนบทความดีๆต่อไปนะพี่ big smile big smile

#1 By เลิศสุนทร on 2010-12-06 07:25