ต้นฉบับเป็นสิ่งแรกที่นักเขียนทุกคนต้องมี เพราะแม้ไอเดียจะบรรเจิดยังไงแต่ถ้าไม่มีต้นฉบับให้อ่านก็จบกัน เพราะบรรณาธิการไม่รู้ว่าที่พูดมาเขียนอ่านรู้เรื่องไหม

        แต่ถ้าต้นฉบับหนาเป็นปึกๆ แต่ถ้าภายในไม่มีไอเดียเจ๋งๆ อยู่เลยก็คงไปไม่รอด

       ที่บอกอย่างนี้เพราะนักอยากเขียนบางคนไอเดียเริ่ดมาก แถมมีหลายสิบไอเดีย ทว่าสุดท้ายก็ไม่ยอมลงมือเขียนสักที หรือเขียนแล้วแต่เขียนไม่จบ

       ขณะที่นักเขียนบางคนขยันจัด ตะบี้ตะบันเขียนต้นฉบับหนาเป็นปึก เขียนไว้หลายสิบเรื่อง ทว่าอ่านแล้วกลับไม่มีอะไรน่าสนใจ

       คนที่จะเป็นนักเขียนที่ดีได้จึงต้องมีทั้งไอเดียและต้นฉบับ ซึ่งก็คือต้องมีทั้งการคิดที่เจ๋ง และการเขียนจบควบคู่กันไป ต้องรักษาสมดุลของสองอย่างนี้ให้ดี เดาะไว้อย่าให้หล่น

       โลกยังมีผู้ชายผู้หญิง นักเขียนที่ดีก็ต้องมีทั้งไอเดียและต้นฉบับ (ซึ่งต่อไปจะขอเรียกสั้นๆ ว่าต้นฉบับที่ดี)

       แล้วต้นฉบับที่ดีเป็นยังไงล่ะ? เป็นคำถามที่น่าสนใจครับ

       ทว่าคำตอบก็คือ ต้นฉบับที่ดีก็คือต้นฉบับที่ดี

       อันนี้ไม่ได้กวนบาทาใคร เพราะต้นฉบับที่ดีก็คือต้นฉบับที่ดีจริงๆ

       แต่ดียังไงล่ะ...

       สรุปสั้นๆ ว่า

       หนึ่งดีต่อคนเขียน(เขียนแล้วสนุก ไม่ฝีนตัวเอง)

       สองดีต่อสนพ.(พิมพ์ไปแล้วขายได้ไม่ขาดทุน)

       สามดีต่อคนอ่าน(คนอ่านอ่านแล้วชอบ ไม่รู้สึกว่าโดนหลอก เก็บไว้อ่านซ้ำได้ เรื่องไหนข้ามกาลเวลาส่งต่อไปยังรุ่นต่อไปได้นะใช่เลย)

       แหมก็ที่ทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จยังใช้ทฤษฎี 3 ขา ที่ต้องสมดุลระหว่าง ต้นทุน การผลิต และตลาด

       ต้นฉบับที่ดีก็มีองค์ประกอบของทั้งสามส่วนนี้ด้วยเช่นกัน

        เพราะถ้าดีต่อนักเขียนเพียงคนเดียว ที่เล่นเขียนอาร์ตจ๋า ไม่สนใจใคร คนอ่านเข้าไม่ถึง สนพ. ที่ผลิตงานดียังไงก็ลำบากแน่นอน (ผมเองมีต้นฉบับประเภทนี้อยู่ประมาณสามลังได้ครับ เขียนสนุกมาก แต่เอาเข้าจริงมันไม่เหมาะที่จะตีพิมพ์นะครับ ควรเก็บไว้เฉยๆ มากกว่า)

        แล้วถ้ามันดีต่อ สนพ. อย่างเดียวที่เน้นการทำกำไรขายดิบขายดี แต่ดันมอมเมาคนอ่าน เอะอะก็สแกนกรรม ระลึกชาติกันท่าเดียว มันก็ไม่ไหวนะ แถมมาไวไปไว ขายได้แค่ช่วงกระแสเท่านั้น พออีกปีก็ขายไม่ได้แล้ว (ซึ่งนักเขียนกลุ่มนี้ก็ไม่อาจเรียกเป็นนักเขียนได้ด้วย)

        หรือถ้ามันจะดีต่อนักอ่านเพียงอย่างเดียว แต่นักเขียนต้องฝืนนิ้วตัวเองเขียน เช่นต้องเขียนตามกระแส ต้องใส่ฉากตบจูบเข้าไปเยอะๆ ต้องให้นางเอกถูกพระเอกขืนใจก่อนกลับมารักกันในตอนจบ(เฮ้ มันเป็นไปได้จริงเหรอครับ) หรือใช้มุขควายสลับลูกคนรวยกับลูกคนจน ทั้งที่อุตส่าห์มีพื้นที่ในการพัฒนาสมองเพื่อนร่วมชาติมันก็น่าเศร้าใจนะครับ(ซึ่งที่ว่าดีในที่นี่ ประชดนะครับ)

       เพราะว่าถ้ามันดีต่อนักอ่านเพียงอย่างเดียว คือมีความรู้ ประโยชน์ และสาระ แน่นเอียดเหมือนสารานุกรม มันก็อาจจะหนักและจริงจังมากเกินไปใช่ไหมล่ะ

       ส่วนไอเดียดีๆ เป็นยังไง

       เขียนให้ดีเป็นยังไง

       ถ้าห้องเล็คเชอร์ไม่โหร่งเหรงเกินไปคงได้มาว่ากันต่อครับ

 

 

 

       ปล.พิเศษ ใครชอบบล็อคไหนอยากให้เป็นหนังสือแปะลิงค์หน้าเด็ดในคอมเมนต์ให้ทีครับ(จะเข้าไปอ่านและชวนออกหนังสือ(พูดจริงไม่ๆ ได้ล้อเล่น)-ขอบคุณล่วงหน้า) ใครมั่นแปะลิงก์ตัวเองมาได้เลย

        .......................................................................................................................

        ปล.ธรรมดา เนื่องจากอยู่ระหว่างการตัดสินใจบางอย่างครับ เพราะผมเขียนนิยายค้างไว้อีก 100 หน้าที่ต้องเขียนให้จบก่อน ไม่งั้นปีนี้ไม่จบแน่ แถมทิ้งคนตามอ่านมา 2-3 เดือน(หลายคนงอนกันไปแล้ว55)

        (ซึ่งถ้าไม่ครบ 300 หน้ามันจะตัดจบเรื่องไม่ได้ และไม่สามารถเสนอสนพ.ได้ครับ) ซึ่งต้นฉบับที่เกี่ยวกับนักเขียนสามเอนทรี่ที่ผ่านมาผมเขียนบนกระดาษก่อน ดังนั้นการมาพิมพ์อีกรอบจึงเป็นการทำงานซ้ำซ้อนและไปชนกับการเขียนนิยาย

         ซึ่งนิยายใช้วิธีพิมพ์ตามปกติ และตอนนี้นิยายเรื่องที่ว่ามัน 81,976 วิว พอดีอยากได้สักแสนอัพนะครับ และคอมเมนต์มันค้างอยู่ที่ 1,796 คอมเมนต์ เคยตั้งใจว่าอยากได้สักสองพัน ยังไงก็ต้องให้เวลากับมันก่อน เพราะตั้งใจไว้แต่แรก (ให้จบเป็นเรื่องๆ ไป)

          ซึ่งเอนทรี่เกี่ยวกับนักเขียน+การเขียน+การทำงานสนพ. ผมจะเขียนลงกระดาษอยู่เรื่อยๆ เพราะอย่างที่บอกว่ากลัวตายก่อนแล้วไม่ได้เขียน (โดยเขียนลงกระดาษก็สนุกดีนะ เหมือนเขียนบันทึกสมัยก่อน-ส่วนจะได้พิมพ์ให้อ่านเหมือนที่ผ่านมาไหมนี่ยังไม่รู้ครับ)

  

Comment

Comment:

Tweet

ผมมั่นครับ คิดว่าตัวเองเขียนดี
บล๊อกผมเมพมาก เชิญดูได้ครับ

#40 By 609 on 2010-12-14 18:29

ขอบคุณ สำหรับคำแนะนำดีๆ ค้าบ

ยินดีที่ได้รู้จักกับพี่ศิษย์เก่าคณะสถาปัตย์ค้าบconfused smile

#39 By calm space on 2010-12-12 22:14

เข้ามาฟังทฤษฎี 3 ขาครับ

อยากอ่านนิยายเล่มที่ว่าแล้วหล่ะครับ
big smile

#38 By น้ำอุ่น on 2010-12-11 19:49

ปูเสื่อรอค่ะ Hot! big smile
การเป็นนักเขียนนั้นไม่ง่ายเลยทีเดียว มีแต่ต้องพยายาม..

อ่านแล้วได้แง่คิดดี ๆ เยอะเลยครับ..

ขอบคุณงับHot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! big smile
โห ต้องตามอ่านซะแร้นนน

ว่างๆก็แวะไปเยี่ยมกันบ้างนะครับ^^Hot! Hot! Hot!

#35 By DuoRecommend on 2010-12-10 14:51

big smile ไม่รู้จะเม้นต์อะไร ยิ้มไว้ก่อน ขอบคุณสำหรับบทความค่ะconfused smile Hot!

#33 By Cuisinart 14 Cup (110.164.43.75) on 2010-12-09 23:31

cry cry

#32 By Cuisinart 14 Cup (110.164.43.75) on 2010-12-09 23:30

มาเช็คชื่อ รออ่านตอนต่อไปค่ะbig smile

#31 By bamoosiriky on 2010-12-09 21:58

วิธีคิดแบบใน entry นี้ จริงๆก็ไม่ผิดหรอกครับ
แต่ก็เหมือนบอกว่า ทำอย่างไรสังคมไทยถึงจะดีึขึ้น
แล้วก็ตอบว่า ก็ให้ทุกคนเป็นคนดี สังคมก็ดีขึ้น
ผมว่ายังไม่ใช่คำตอบที่สามารถตอบโจทย์ได้ครับ มันอุดมคติและกว้างเกินไป ครับ

ที่สำคัญคือ มันไม่มีการเสนอปัญหา และการแก้ปัญหาที่มีความเป็นรูปธรรม

ถ้าเปรียบเทียบอีกอย่างก็เหมือนบอกว่า ทำอย่างไรร้านอาหารถึงจะดังหรือขายได้ได้
ดีต่อคนทำ คนทำอาหารที่ตัวเองถนัดและชอบทำสิ
ดีคนกิน ก็กินแล้วมีสุขภาพดีไม่สะสมมะเร็งหรือดีต่อสุขภาพสิ
ดีต่อร้านอาหารก็ ทำอาหารที่ทำแล้วร้านอาหารขายได้สิ ขายแล้วไม่เจ๊งสิ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้ตอบโจทย์อะไรเลย
ว่า แล้วคนทำควรทำอย่างไรควรมีวิธีคิดอย่างไร ถึงจะทำอาหารแบบที่ว่าได้
แล้วพฤติกรรมคนกิน เราควรวิเคราะห์อย่างไร ควรตามเทรนด์ขนาดไหน ควรให้อะไรแก่คนกินบ้าง
ร้านอาหารควรจะควบคุมงบประมาณอย่างไร ถึงจะทำให้ขายแล้ว วินวิน ทั้งคนกิน คนทำ และร้านไม่เจ๊ง
ผมว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญกว่าอีกครับ

ถึงอย่างไรผมก็จะรออ่านเรื่องไอเดียดีเป็นอย่างไร กับเขียนให้ดีได้อย่างไรนะครับ อยากเห็นวิธีคิด

ด้วยความเคารพ
ขอบคุณมากครับ confused smile Hot!

#29 By PlAY on 2010-12-09 14:59

ขอบคุณมากครับ สำหรับความรู้และข้อคิดดีๆ
ขอบคุณล่วงหน้า ด้วย สำหรับ entry ต่อๆไป ครับ

Hot! Hot! Hot!

#28 By [CJ] Coo-Jii on 2010-12-09 14:23

Hot!

#27 By -kaiimon- on 2010-12-09 13:37

เขียนมาได้สักพัก ก็เพิ่งจะเข้าใจและอินกับมันว่ามี 3 ส่วนอย่างที่ว่าจริงๆครับ ขอบคุณครับHot! Hot!

#26 By Keyboardboy on 2010-12-09 13:18

เพิ่งโดนให้แก้ต้นฉบับมาหมาดๆเลยค่ะ 55555

#25 By LhinKo^_^ on 2010-12-09 13:05

ขอให้ประสบความสำเร็จเยอะๆนะค้าconfused smile

#24 By เจ้นุช on 2010-12-09 12:56

ตอบ chros

มันก็แล้วแต่ สนพ. ละครับ ขึ้นอยู่กับ บก. ด้วย ถ้าเขาเห็นเส้นแล้วคิดว่าปั้นได้เขาอาจชวนก็ได้ครับ

แต่ถ้าเขามีตัวเลือกระหว่างานเสร็จแล้ว กับงานยังร่างอยู่เขาก็เลือกเสร็จก่อนนะครับ

แต่เข้าไปที่บล็อกแล้ว ภาพที่เฮดบล็อกสวยนะครับ ถ้าเอามาสร้างเรื่องได้ อาจเป็นเรื่องผสมภาพ หรือคอมมิคน่าจะรุ่งนะ สู้ๆ คับ
เรื่องต้นฉบับนี่ก็โดนต่อว่ามาจากหลายสำนักพิมพ์เวลาส่งเหมือนกันค่ะ ทั้งที่ว่ายาวไป หรือบางที่ก็ว่าไม่น่าสนใจอ่านไม่รู้เรื่อง จนถึงตอนนี้ก็ต้องกลับมานั่งแก้ต้นฉบับเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้ แต่ก็ได้ประสบการณ์ว่าสิ่งที่เราชอบกับสิ่งที่ขายได้นี่ช่างต่างกันจริงๆ อยากส่งต้นฉบับต้นฉบับต้องอดทนจริงๆค่ะHot!

#22 By ruk21us on 2010-12-09 10:46

Where is Like button?!sad smile
Hot! Hot! Hot!

#21 By TRYP on 2010-12-09 09:07

Hot! จะถามว่าต้นฉบับต้องเสร็จแบบใสกิ๊กเลยรึเปล่าคะ เป็นดินสอรึอะไรที่อ่านง่ายๆไปแต่ไม่ดูเลอะเทอะ เส้นมองแล้วเข้าใจ ถ้าส่งไปให้พิจารณาก่อน แล้วค่อยกลับมาเขียนจะได้ไม๊คะ หรือว่าต้องเป็นต้นฉบับที่สมบูรณ์จริงๆ ตัดเส้นแปะสกรีนโทนเรียบร้อยน่ะค่ะ ช่วยตอบด้วยค่ะ

#20 By c h r o s on 2010-12-09 08:38

ยังไม่ได้อ่านนิยายน้องกอล์ฟเสียที มัวแต่นู่นนี่นู่นนี่ เซฟไว้เป็นชาติแล้ว T^T นี่จะเริ่มนิยายเรื่องใหม่เร็วๆนี้แล้วเหมือนกันค่ะ ถ้าของน้องกอล์ฟออกเป็นเล่มเมื่อไหร่จะซื้อแน่นอน

#19 By Hayashi Kisara on 2010-12-09 03:54

พี่กอล์ฟ ... ออนว่าที่พี่เคยทำ
ณ ที่เดิมที่ออนเคยไปนั่งคุยกับพี่
มันไม่ได้เจ๊งหรอกนะพี่
มันก็แค่...ถึงเวลาแล้วก็ลาจากไป
ซึ่งมันอาจจะเร็วเกินไป
เพราะพี่เป็นคนทำธุรกิจที่ใจดีมากกกกก
ในความรู้สึกออนนะ หุหุ

เอาน่า ๆ อย่างน้อย ทุกวันนี้
พี่ก็ยังได้ทำงานที่ตัวเองรัก
คิดดูเล่น ๆ ถ้าวันนั้นพี่ไม่ได้ยืนอยู่ ณ จุดนั้น
วันนี้ พี่อาจจะไม่ได้ยืนอยู่ ณ จุดนี้ก็ได้
ใครจะไปรู้ เนาะ เนาะ big smile

เอาใจช่วยพี่เสมอ ๆ ในทุก ๆ เรื่องนะคะ

ปอลิง รอนิยายพี่ออกเป็นรูปเล่มนะคะ ... ถ้าเข้าเด็กดีได้ จะตามไปอ่านต่อ หุหุ

#18 By รักคือ? on 2010-12-09 02:16

ผมมีโปรเจกต์หนังสืออยู่เล่มหนึ่งครับ

ผมเขียนแต่ละตอนไม่ยาวมาก กะว่าจะทำเป็นตอนสั้นๆ สลับกับภาพประกอบที่วาดเอง

http://chalermw.exteen.com/20101125/entry

ยังไงรบกวนช่วยวิจารณ์ด้วยครับ

#17 By Thai_RF_Engineer on 2010-12-09 02:13

เข้ามาจดจำครับ

....

#16 By วิหคสีคราม on 2010-12-09 01:40

big smile เป็นแนวความคิดที่ดีครับ

คนอ่านได้อะไรดีๆ จากสิ่งที่เขียน แล้วส่งข้ามยุคให้คนรุ่นต่อไปได้อ่านด้วยก็ได้

ดีจังครับ ชอบต้นฉบับคุณสมบัติแบบนี้ big smile Hot!

#15 By noomnoi on 2010-12-08 23:22

เข้ามาฟังเลคเชอร์ครับ

#14 By Shanghai Expat... on 2010-12-08 21:27

ขอบคุณครับbig smile Hot! Hot! Hot!

#13 By dp on 2010-12-08 21:19

big smile Hot!

#12 By นักรบ on 2010-12-08 21:04

อ่า ขอบคุณครับพี่สำหรับบทความนี้

Hot! Hot! Hot!

ผมจะได้พัฒนาต้นฉบับที่ดีต่อไป big smile

#11 By เลิศสุนทร on 2010-12-08 18:37

นิยายที่ดีต้องมี
"ฉาก ตบจูบ ตบจูบเยอะๆ
สลับลูกคนรวยกับลูกคนจน
มีผู้หญิงปลอมตัวเป็นผู้ชาย
หรือผู้ชายปลอมตัวเป็นผู้หญิง
และนางเอกเป็นลูคิเมีย(อันนี้เกาหลี)"

Hot! Hot! Hot!

#10 By Art Jeeno on 2010-12-08 16:54



เป็น ไกด์ไลน์ ที่ดีเลย big smile Hot!

#9 By ทิว แอด ไฟน์ on 2010-12-08 16:34

Hot! Hot! Hot! Hot!
ยากนะคะ เพราะบางเรื่องเราว่าสนุกแต่กลัวผู้อ่านไม่สนุกด้วย sad smile

#8 By Cotton on 2010-12-08 16:07

#3 จริงๆ แอบประชดนะครับ แก้ให้แล้วครับ
ต้องกลับไปพัฒนาตัวเองอีกแล้วววเรา ><confused smile Hot!

#6 By toon-think ja on 2010-12-08 15:53

สเก็ตร่าง และทำเป็นออริจิน เสร็จแล้วก็ทำให้สมบูรณ์ ไม่ต้องนั่งคิดหน้าคอมbig smile

#5 By yo on 2010-12-08 15:28

Hot! ขอบคุณสำหรับบทความนี้ค่ะ แล้วจะรออ่านต่อ ทำงานหลักก่อนน้อ เดี๋ยวแฟน ๆ จะยิ่งงอน

#4 By D-faxtory on 2010-12-08 15:06

เรื่องงานเขียนที่ดีต่อผู้อ่านนั้น ผมคิดว่า การยกตัวอย่างเรื่องงานเขียนตามกระแส ใส่ฉากตบจูบ ฉากแฟนเซอร์วิส อะไรทำนองนี้ ไม่น่าจะเป็นตัวอย่างงานเขียนที่ดีต่อผู้อ่านจริง ๆ นะ

งานเขียนที่ดีต่อผู้อ่านจริง ๆ น่าจะเป็นงานเขียนที่ผู้อ่าน อ่านแล้วได้ประโยชน์ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้พัฒนาตนเองนะ

#3 By ศรี on 2010-12-08 15:03

อยากจะมีต้นฉบับดีๆ และเป็นักเขียนดีๆ จัง
ขอบคุณความรู้ที่แปะมาให้อ่านะคะ

ปล. เพิ่งรู้ว่าพี่กอล์ฟ เขียนนิยายด้วยนะนิ่big smile big smile Hot! Hot! Hot!

#2 By : : p l o y d : : on 2010-12-08 14:53

Hot! Hot! Hot!

ขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจดี ๆ ครับ big smile

#1 By keaaaa on 2010-12-08 13:53