(First) Love Letter - ออนอุมาร์

posted on 31 Jan 2011 17:51 by porglon in Books

เรื่อง (First) Love Letter

เขียนโดย ออนอุมาร์

 

 

 

      รักครั้งแรกของคนเราอาจเกิดขึ้นหลายครั้งเมื่อตอนยังเด็ก เพียงแต่เราจำไม่ได้เท่านั้นเองว่าสมัยนั้น เราเคยแอบชอบใครบ้าง สมัยอยู่ชั้นประถม ฉันก็เคยแอบชอบเพื่อนต่างห้อง เป็นความชอบแบบเด็กๆ ที่จำรายละเอียดไม่ค่อยได้

      นั่นอาจเรียกว่า ‘รัก’ ไม่ได้ด้วยซ้ำ...เพราะยังไร้เดียงสาเหลือเกินที่จะรู้จักความหมายของมันจริงๆ

      แต่มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งที่ฉันได้รู้จักกับคนคนหนึ่ง ช่วงเวลาที่ได้รู้จักกันตอนนั้น ช่างมีความหมาย ฉันไม่รู้ว่านั่นคือ ‘ความรัก’ หรือเปล่า รู้แค่ว่าตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ ฉันยังจำทุกอย่างเกี่ยวกับเขาได้ดี แม้เวลาจะผ่านมานานแค่ไหนก็ตาม

 

      เรื่องมันเริ่มต้นสมัยที่ฉันเรียนอยู่มัธยมต้น ที่ช่อง 9 นำการ์ตูนเรื่อง คุณพ่อขายาว (Daddy Long Legs) เข้ามาฉายเป็นครั้งแรก ฉันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเด็กผู้หญิงในสมัยนั้นติดการ์ตูนเรื่องนี้งอมแงม!

      ฉันคือตัวแม่สุด! ชอบการ์ตูนเรื่องนี้มากถึงขั้นที่ยกให้ จูดี้ แอ็บบอท (เด็กหญิงกำพร้าในเรื่อง)

      เป็นไอดอลคนโปรด! ไม่น่าเชื่อว่าเด็กหญิงในโลกของการ์ตูน มีอิทธิพลมหาศาลกับเด็กหญิงที่อยู่ในโลกของความจริง ฉันกลายเป็นคนที่ชอบเขียนจดหมายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

      โลกของการเขียนจดหมาย...สนุกยิ่งขึ้น

      เมื่อฉันค้นพบว่า มีหน้าเพนเฟรนด์ในแมกกาซีนวัยรุ่น ที่มีที่อยู่ของคนที่ประกาศหาเพื่อนทางจดหมาย

      ฉันไม่รอช้าที่จะลงมือเขียนจดหมายหาเพื่อนใหม่ๆ เชื่อหรือไม่ว่า ในตอนนั้นฉันกลายเป็นคนที่มีเพื่อนเกือบครบทุกจังหวัดในประเทศไทย!

      ถ้าอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วจะเดาว่า

      เรื่องรักครั้งแรกของฉันเกิดขึ้นกับเพื่อนในเพนเฟรนด์ล่ะก็ ผิด!

      จุดเริ่มต้นของรักครั้งแรกมันเริ่มจากบรรทัดข้างล่างนี้เป็นต้นไปต่างหาก

      ในปีที่ฉันเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยเป็นปีแรก มีโอกาสได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ ทั้งในมหาวิทยาลัยเดียวกันและต่างมหาวิทยาลัย  ‘เขา’ กับ ‘ฉัน’ รู้จักกันครั้งแรกก็เพราะเพื่อนๆ แนะนำให้รู้จักกัน

      ก่อนจะแยกย้าย เพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันใหม่ๆ ทั้งรุ่นน้องและรุ่นพี่ก็จะขอเบอร์โทรศัพท์ของกันและกัน

       แต่ฉันเปลี่ยนเป็นขอที่อยู่! เพราะฉันชอบเขียนจดหมายมากกว่า

      สรุปว่าวันนั้นฉันได้ที่อยู่ของทุกคนกลับมา และทุกคนก็ได้เบอร์โทรศัพท์ของฉันกลับไป   เมื่อกลับถึงบ้าน สิ่งแรกที่ทำคือลงมือเขียนจดหมายถึงเพื่อนใหม่ต่างมหาวิทยาลัยที่เพิ่งรู้จักกัน เรื่องราวในจดหมายไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

       ฉันแค่เขียนแนะนำตัวเองอีกครั้ง เล่าถึงสิ่งที่ฉันชอบและไม่ชอบ รวมทั้งบอกทุกคนอีกครั้งว่ายินดีที่ได้รู้จักกัน ฉันคงจะเขียนจดหมายมาเรื่อยๆ เท่าที่ฉันอยากเขียน เพื่อนๆ ไม่จำเป็นต้องตอบจดหมายก็ได้ แค่อ่านให้ก็ดีใจแล้วล่ะ
       หลังจากนั้น จดหมายแต่ละฉบับก็ถูกส่งไปเรื่อยๆ จากฉบับที่ 1 กลายเป็นฉบับที่ 2 3 4 5 6 ....7...8..9
       พอถึงฉบับที่ 10 ฉันก็ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่ง คนที่ชอบพูดเรื่องคอมพิวเตอร์ ศัพท์เทคนิคเกี่ยวกับวิศวกรรม ฟังแล้วชวนเวียนหัวสุดๆ
       พอฉันถามว่า “โทรมาทำไม”

       เขาตอบว่า “โทรมาตอบจดหมาย”
       “จะตอบจดหมายก็เขียนมาสิ”
       เขาบอกว่าเขาเขียนจดหมายไม่เป็น ลายมือก็ห่วย
       (หึ! สอบติดวิศวะ แต่เขียนจดหมายไม่เป็น!)
       “ก็ได้ๆ” ฉันตอบแบบเซ็งๆ

 

       หลังจากนั้น
       ฉันเขียนจดหมาย
       เขาโทรกลับมา...
       (เราตกลงกันไว้แบบนั้น)
       นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราติดต่อสื่อสารกันมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น เรากลายเป็นเพื่อนที่สนิทกันเร็วที่สุดในบรรดาเพื่อนๆ ที่เพิ่งรู้จักกัน จากที่ไม่เคยรู้อะไรเลยเกี่ยวกับเขา ก็กลายเป็นรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา

       นั่นเป็นจุดเปลี่ยนทางความรู้สึกครั้งใหญ่ที่แสนจะกดดันเพราะเริ่มรู้ตัวแล้วว่า ตกหลุมรักผู้ชายคนนี้เข้าแล้ว
       “ซวยแล้ว” ฉันคิดว่าซวยจริงๆ เพราะการแอบชอบใครสักคนมันทำให้ความเป็นตัวตนของเราหายไป
       จากที่เคยเขียนจดหมายอย่างมี ‘ความสุข’

       กลายเป็น ‘ทุกข์’ ที่ต้องเขียนจดหมายถึงคนที่ตัวเอง ‘ชอบ’ โดยเขียนไม่ให้เขารู้ว่าเราแอบชอบ
       ‘ยากจัง!’
       ความชอบที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เหมือนเหรียญที่เราหยอดใส่กระปุกจนเต็ม...ยิ่งเต็มก็ยิ่งอึดอัด ต้องรีบหาวิธีเอาออก! ซึ่งตอนนั้นมีทางเลือกอยู่แค่ 2 ทางคือทุบกระปุกระเบิดความในใจไปเลย หรือก็สะสมความชอบต่อไปเรื่อยๆ
        เมื่อคุยกับตัวเองหลายรอบจนมั่นใจ ก็สรุปได้ว่าจะตัดสินใจ ‘สารภาพรัก’ ลงไปในจดหมาย
       ฉันรู้ดีว่า ‘การสารภาพรักมีความเสี่ยง’ ไม่ต่างจากการลงทุน
       ก็ได้แต่บอกตัวเองว่า เอาน่า...อย่างน้อยการสารภาพรักก็คือความกล้าหาญอย่างหนึ่ง

       เป็นครั้งแรกที่เขียนจดหมายนานมาก ใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ เขียนแล้วลบ ลบแล้วเขียน จนในที่สุดจดหมายบอกรักก็ถูกพับใส่ซองอย่างสวยงาม มันนิ่งสงบ...รอทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มความสามารถ
       ยอมรับว่าตอนหย่อนจดหมายลงในตู้ไปรษณีย์หน้ามหาวิทยาลัย แอบมือสั่น...และกลัว

       จดหมายถูกส่งไปแล้ว ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตา คิดในแง่ร้ายที่สุด...ถ้าเขาได้อ่านจดหมายฉบับนั้นแล้วเขาคิดตรงกันข้าม เขาอาจจะไม่โทรกลับมาอีกเลยก็ได้
        วันทั้งวัน...เต็มไปด้วยความตื่นเต้น รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกเป็นพักๆ

        ทุกครั้งที่ถามตัวเองว่า ‘จะเป็นยังไงต่อไป’ 

        ส่งจดหมายวันนี้ พรุ่งนี้บ่ายๆ ก็คงถึง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมีสองอารมณ์ผสมกันคือ ‘อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆ’ และ ‘ไม่อยากให้วันพรุ่งนี้มาถึงเลย’
        เย็นวันนั้น...หลังจากเรียนเสร็จก็กลับบ้านไปพร้อมกับหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ  บางทีก็เต้นเร็วเว่อร์ เหมือนคนที่วิ่งมาไกลหลายกิโลเมตร บางทีมันก็เต้นช้า...เหมือนคนกำลังจะขาดใจตาย เป็นความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้เลยจริงๆ
        “กริ๊งงงงง”
        เขาโทรมา!!!
        ตอนแรกตกใจแทบแย่ เพราะคิดว่าเขาโทรมาเพราะจดหมายฉบับนั้นแน่ๆ

        แต่...จะบ้าเหรอ? จดหมายเพิ่งถูกส่งไปเมื่อเช้า กว่าจะถึงก็วันพรุ่งนี้บ่ายๆ โน่น ไม่มีทางที่เขาจะได้รับจดหมายแล้วหรอก!
        แต่ก็ดีใจที่ได้คุยกับเขาก่อนวันที่จดหมายจะเดินทางไปถึง นี่อาจเป็นการคุยกันครั้งสุดท้าย...ก็ได้นะ
        เราคุยถึงเรื่องความฝัน...ฉันบอกเขาว่าความฝันของฉันคือการเป็น ‘นักเขียน’           ส่วนความฝันของเขาคือการเป็นวิศวกรในบริษัทชื่อดังสักแห่ง

        บางทีฉันอาจตกหลุมรักเขาตรงนี้ก็ได้นะ ผู้ชายที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้า แถมยังมองโลกในแง่ดีเสมอ
        ว่าแต่...วันพรุ่งนี้เขาจะโทรมาอีกมั้ย

       วันต่อมา จำได้ว่าฉันเอาแต่มองโทรศัพท์ตลอดทั้งวัน เฝ้าถามตัวเองซ้ำๆ ว่า “เขาจะโทรมามั้ยๆๆ”
       เช้า สาย บ่าย ค่ำ = เขาไม่โทรมาเลย            เริ่มเศร้า...แต่ก็พร้อมเช่นกันที่จะยอมรับความจริง
       จำนวนจดหมายทุกฉบับที่เขียนไปหาเขา...คือจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยเขียนหาใครสักคน

       ยิ่งคิดยิ่งเศร้า...4 ทุ่มผ่านไปแล้ว เสียงโทรศัพท์ยังเงียบต่อไป
       ความเงียบอาจเป็นคำตอบของเขาก็ได้นะ

       เหมือนน้ำตามันอยากจะไหล...แต่เราไม่ยอมให้มันไหล
       “กริ๊งงงงง” เสียงโทรศัพท์ดังตอนเกือบ 5 ทุ่ม
       ตอนที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมามือสั่นไปหมด คิดอย่างเดียวว่าขอให้ ‘ใช่’ เขาด้วยเถอะ
       ตอนที่ได้ยินเสียงเขาดังมาจากปลายสายเท่านั้นแหละ หัวใจแทบวาย!
      ตอนนั้นพูดอะไรไม่ออกจริงๆ อารมณ์ลุ้นมาก ฉันไม่รู้ว่าวันนั้นเขาพูดอะไรบ้าง มันมากมายเหลือเกิน แต่ก็มีประโยคเดียวที่จำขึ้นใจจนถึงทุกวันนี้
       “งั้นเราก็เป็นแฟนกันแล้วนะ”
       เชื่อไหม...ทุกครั้งที่นึกถึงประโยคนี้ทีไร ยังแอบยิ้มคนเดียวอยู่เลย...
       ช่วงเวลาต่อจากนั้นเป็นเวลาที่มีความสุขตามประสาวัยรุ่น  เรียนหนังสือ ทำกิจกรรม และมีความรัก เรามีวันที่หัวเราะ มีวันที่ร้องไห้...ทั้งหมดคือประสบการณ์ที่สอนให้ได้เรียนรู้ในสิ่งที่เรียกว่า ‘รัก’

       เวลาผ่านไป เราต่างมีเส้นทางเดินเป็นของตัวเอง ฉันได้ทำงานเกี่ยวกับงานขีดๆ เขียนๆ ตามที่ฝันเอาไว้ ส่วนเขาก็เป็นวิศวกรที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในบริษัทต่างชาติ เราสองคนยังโทรศัพท์คุยกันบ้างนานๆ ครั้ง แต่ไม่เคยเจอกันอีกเลย แต่ฉันเชื่อว่า...ความทรงจำในรักครั้งแรก จะยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจของเราสองคนตลอดไป แม้ต่างคนจะต่างมีคนรักครั้งใหม่แล้วก็ตาม

       ขอบคุณการ์ตูนเรื่อง คุณพ่อขายาว ที่เป็นแรงบันดาลใจให้รักการเขียนตั้งแต่เด็กจนโต

       และขอบคุณ ‘เขา’ ที่ทำให้ฉันรู้จักกับคำว่า ‘รักครั้งแรก’

 

 

 

      ตัดมาจากหนังสือ รักครั้งแรก (First Love)



    ปล. เมื่อวานนี้ไปเดินที่เมเจอร์รัชโยธิน ที่ร้านหนังสือตรงชั้น 3 เห็นมันวางแผงแล้วนะครับ

Comment

Comment:

Tweet

เข้ากับชีวิตผมเลย

#15 By ก้อง (202.91.18.201) on 2011-02-19 22:08

บอกไม่ถูก
มือสั่น
หัวใจเต้นแรง
จะไปสอยมาอ่านให้ได้ครับ big smile

#13 By l3astards™ on 2011-02-01 14:05

อ่านแล้วลุ้น
ตืนเต้นตามกับการรอคอยโทรศัพท์
ประทับใจจังเลยค่ะ!!!

ป.ล. เป็นคนนึงที่ชอบคุณพ่อขายาวเหมือนกันค่ะ Hot! Hot!

#12 By : : p l o y d : : on 2011-02-01 11:46

Hot! Hot! big smile

#11 By dp on 2011-02-01 10:57

โอ้ยยยย♥Hot! Hot!

#10 By HineyHelsinki on 2011-02-01 10:54

วางแผงแล้วสินะครับ

เข้าร้านหนังสือเมื่อไรซื้อแน่นอน ผมสัญญา big smile

#9 By kae on 2011-02-01 10:35

อ่านแล้วขนลุกเลย... เป็นเหมือนกับคำโปรยที่ปกหลังเลยครับ :)

#8 By Shanghai Expat... on 2011-02-01 10:07

อ่านแล้วประทับดีจัง
เห็นมั้ยละคะว่าคนเราต้องมีความกล้าหาญที่จะบอกรักไป
เพราะเราไม่มีทางรู้หรอกว่า อีกฝ่ายเค้าก็อาจจะมีใจให้เราก็เป็นไปได้ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
รักครั้งแรกช่างหวานบริสุทธิ์
มีความสุขอะไรเช่นนี้
มีความสุขแบบไม่สุด
สุดสุขตลอดไป

#6 By หัวโบราณ on 2011-02-01 00:42

จะไปไปเด็ดมาเดี๋ยวนี้แหละครับ

#5 By หัวโบราณ on 2011-02-01 00:34

เด๋วจะไปตามล่าเล่มนี้มาไว้ในครอบครองopen-mounthed smile Hot!

#4 By Art Jeeno on 2011-02-01 00:26

ชอบตั้งแต่เรื่อง ความรักอยากได้อะไร แล้วครับ

#3 By แทณนี่แหละ on 2011-01-31 23:21

โรแมนติกซะ

#2 By ป้าแอ๊นจ้า on 2011-01-31 21:57

เราชอบการ์ตูนเรื่องคุณพ่อขายาวมาก
ชอบหนังสือเรื่องนี้เป็นที่สุดด้วย
ระลึกถึงเลยทีเดียว เมื่ออ่านหน้านี้จบ

#1 By ตินกานต์ on 2011-01-31 19:06