บันทึกสิ่งมีชีวิตในสำนักพิมพ์ (2)

เอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชา อยากเป็นนักเขียนต้องรู้อะไรบ้าง

 .......................................................................................................................

 ตอน  สิ่งที่นักอยากเขียนยุคนี้ไม่รู้

 

            -ประมาณ 40-50 ปีที่แล้วในยุคที่ยังไม่มีทีวี มีแต่ละครวิทยุ หนังสือหรือนิตยสารก็เป็นสื่อหลักอีกสื่อหนึ่งที่คนไทยชนชั้นกลางมีโอกาสบริโภคกันอย่างแพร่หลาย แต่ในขณะเดียวกันความรุนแรงทางด้านการเมืองทำให้หนังสือหลายประเภทถูกรัฐบาลทหารสั่งแบน สั่งปิด สั่งยึด จะขอหัวเปิดนิตยสารกันทียากลำบากมาก นิตยสารขวัญเรือนยังต้องซื้อหัวหนังสือกีฬาปิงปองมาเลย แล้วท้ายเล่มจะมีเรื่องเกี่ยวกับปิงปิองอยู่ (ตลกไหม)

            -เหตุผลนี่เองที่ทำให้หนังสือแนวผี นิยายกำลังภายใน และนิยายรัก หลุดรอดจากรัฐบาลเผด็จการ เพราะพวกเขาไม่สนใจ แต่ถ้าเป็นงานเขียนเชิงวิชาการ บทความ หรือข้อเขียนปลุกระดมด้านการเมืองจะถูกไล่เบี้ยอย่างหนัก ส่วนหนึ่งไปเขียนสะท้อนซ่อนไว้ในเรื่องสั้น แต่ก็ไม่ได้รับการเผยแพร่ในวงกว้างเพราะถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่แนวนิยายรักเองก็มีนิยายที่โด่งดังเป็นพลุแตกในช่วงปี 2511 ก็คือ คู่กรรม ที่สร้างกระแสเกรียวกราว สร้างเป็นละคร สร้างเป็นหนังกันอย่างสนุกสนาน

            -ขณะที่งานอีกรูปแบบหนึ่งที่โด่งดังเหมือนกันก็คือ เพชรพระอุมา งานแฟนตาซี (แฝงความรักพ่อแง่แม่งอน+อีโรติก) อีกชิ้นที่ตีพิมพ์รายสัปดาห์(คนรออ่านมากมาย) ก็ถือว่าเป็นงานแฟนตาซีชิ้นเดียวของเมืองไทยตอนนั้น

           -หลังจากความนิ่งทางการเมืองตั้งแต่หลังปี 2520 ที่ดูเหมือนโอกาสของหนังสือประเภทอื่นจะได้ลืมตาอ้าปากบ้าง ทว่าการเดินทางมาถึงและได้รับความนิยมอย่างสูงสุดของทีวีขาวดำและทีวีสี ทำให้ละครวิทยุที่คนติดเต็มบ้านเต็มเมืองถึงกับอึ้ง(และต้องปิดตัวในเวลาต่อมา) นับประสาอะไรกับหนังสือแนวอื่นที่ยังไม่ได้ตั้งไข่กันล่ะ

            - จากการวางรากฐาน สร้างแฟนคลับต่อยอดมา 40-50ปี  จึงไม่น่าแปลกที่ทุกวันนี้นิยายรักจะตั้งเสา ปูหินอ่อน ก่ออิฐ มุงหลังคา สร้างกำแพงล้อมรั้ว ขยายโครงการมาได้อย่างดีเยี่ยม มีการสร้างฐานแฟนคลับมากมายจากความต่อเนื่องทางการผลิต การเขียนเป็นตอนๆ ในขวัญเรือน กุลสตรี ฯลฯ  ในขณะที่หนังสือแนวอื่นไม่ได้วางรากฐานอะไรกันมาเลย (ความจริงที่ต้องยอมรับ)

            - และหลังจากปี 2545 ในหมวดนิยายรัก จากการกำเนิดของ สนพ. แจ่มใส ที่มาพร้อมกับนิยายของคนรุ่นใหม่ในชุด สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก เอ้ย ความรู้สึกดีๆ ที่เรียกกว่ารัก ที่ทำการตลาดบนเว็บไซต์ แถมทำราคาขายเหลือแค่ราว 135 บาทเมื่อเทียบกับนิยายรักรุ่นก่อนที่ราคาจะอยู่ที่ 250 บาทขึ้นไป ทำให้วงการสั่นสะเทือน เพราะนักอ่านรุ่นใหม่ก็มุ่งไปหางานราคาถูกกว่าที่มีคุณภาพไม่แพ้กัน แถมบางฉากบางตอนยังอินได้ง่ายกว่าเพราะคนเขียนอายุใกล้ๆ กัน ถึงขนาดที่ สนพ. ใหญ่ 3 เจ้าในเวลานั้นต้อง ทำหนังสือปกสีขาว แล้วเอาของขวัญมาวางเลียนแบบบนปกจนต้องอดขำไม่ได้

            - ขณะเดียวกัน ความโด่งดังเป็นพลุแตกของนิยายบนอินเตอร์เน็ตที่เกาหลีเรื่อง สาวใสหนุ่มซ่าตามล่าหารัก ที่โดนใจวัยรุ่นมากมายที่กลายเป็นหนัง(แต่ไม่ได้เข้าฉายในประเทศไทยเพราะตอนนั้นกระแสยังไม่มา ผมต้องไปซื้อที่จตุจักร ลำบากมากกว่าจะหาเจอ)  ทำให้ สนพ. แจ่มใสหยิบนิยายเรื่องดังกล่าวมาแปล ทำให้นักอ่านรุ่นใหม่ในขณะนั้นอย่าง สแตมเบอร์รี่ ลงมือเขียนนิยายเรื่องแรกบนอินเตอร์เน็ต และหลังจากนั้น แจ่มใสเลิฟซีรี่ย์ก็ถือกำเนิดขึ้นพร้อมนักเขียนรุ่นใหม่ตัวหลักๆ เจ็ดคนที่ปัจจุบันมีงานกันคนละเกิน 20 เล่ม และกลายเป็นนิยายที่น่าจะขายดีที่สุดเท่าที่น่าจะเคยมีมาในเมืองไทย

            - ขณะที่งานแฟนตาซีไทยยุคที่ถัดจากเพชรพระอุมาเองก็ถือว่าเงียบหายไปเกือบ 30-40 ปี และไม่มีการสร้างรากฐานอะไรต่อเนื่องมาเลย แต่ไม่รู้ว่าฟลุ๊กหรืออะไรที่ได้มีโอากาสกลับมาอีกครั้งจากกระแสของแฮรรี่ พอตเตอร์ นิยายแฟนตาซีรูปแบบโรงเรียนเวทมนต์ที่ได้รับแรงบันดาลใจสายตรงจากแฮรี่ และไฟนอล 8 จึงถือกำเนิดขึ้นในบ้านเรา และก็ได้ความฮือฮาขึ้นมาช่วงหนึ่ง จนเกิดอาการฟองสบู่ในแบบที่ว่าเพียงแค่เขียนนิยายแนวโรงเรียนเวทมนต์ที่พออ่านได้ ก็ได้รับการตีพิมพ์แล้ว (ซึ่งนักเขียนส่วนใหญ่อายุน้อยมาก) และนี่คือผลเสียอย่างร้ายแรงที่ทำให้คนอ่านงานแฟนตาซีไทยไม่ได้รับความสนุกสนานและมันส์อย่างแท้จริง อย่างที่เพชรพระอุมาเคยวางรากฐานมาให้แล้ว ซึ่งหากลองให้เพชรพระอุมาได้ 10 คะแนน นิยายแฟนตาซีไทยที่ดีที่สุดในตอนนั้นคงได้เพียงแค่ 4-5 แต้มเท่านั้นเอง

            - และเนื่องด้วยพื้นที่หน้ากระดาษหมดลงแล้ว ยังมีงานเขียนอีกหลายประเภทที่ผมยังไม่ได้พูดถึงการวางรากฐานมา ว่าเป็นยังไง เพราะนี่เพิ่งจะพูดถึงแค่นิยายรัก+แฟนตาซีเอง ยังมีแนวกราฟิกฟิกชั่น เรื่องสั้น บทความ วรรณกรรมเดินทาง หนังสือดารา และอีกมากมายที่ต้องเขียนถึงในเอนทรี่ต่อไป

            แต่สำหรับเอนทรี่นี้อยากสรุปในเบื้องต้นว่า

             สิ่งที่นักอยากเขียน(ที่ไม่อยากเสี่ยงโชคเพื่อที่จะเป็นนักเขียนมืออาชีพ)ต้องรู้ไว้ก็คือ ประวัติศาสตร์ ความเป็นมา รากฐานของแนวทางที่ตนเขียนอยู่ ยกตัวอย่าง ถ้าตอนนี้ถ้าเขียนนิยายรักก็ต้องยอมรับว่า การวางรากฐานมา 40-50 ปีช่วยให้คุณทำงานง่ายขึ้น มีตลาดรองรับค่อนข้างแน่นอน เอาไปทำละครได้อีก ส่งออกลาว ไปเขมร ไปจีน ทำละครเวที  แต่ถ้าจะเขียนแนวอื่นที่ยังไม่เคยมีใครทำอะไรมาให้ก่อน มันก็หมายความว่าคุณต้องถางทางเอง

            สรุปก็คือ จะเขียนแนวตลาดก็ไม่ผิดครับ

            จะเขียนแนวไม่ตลาดก็ไม่ผิดครับ

            แค่ขอให้เขียนอย่างมีความสุขก็แล้วกัน


           

เขียนเพิ่มเติม - เอนทรี่นี้ยังไม่ได้พูดถึงยุคทองของเฮียกังฟูและหนังสือปกขาว/ ยุคบางลำพูสแควร์/ ยุคสายลมแสงแดด/ ยุครุ่งเรื่องของหนังสือแปลโดยไม่ต้องขอลิขสิทธิ์ /ยุคกลอนของใยไหม /และยุคการ์ตูนผีไทยเล่มละบาทครับ (เอนทรี่นี้โฟกัสนิยายรัก เพราะเป็นงานแนวเดียวที่วางรากฐานมาได้ต่อเนื่อง ไม่หายไปแบบแนวอื่นๆ)

 .........................................................................................................................

ปล. หวังว่านักอยากเขียนทุกคนจะอร่อยดีและมีประโยชน์ : )

ปล.2 ทำไมนิยายรักโรแมนติกเค้าทำบุญมาดีจังหนอ อยากเขียนให้ได้แบบเฮียนิโคลัส สปาร์ก สักเล่มจัง

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
เป็นคนชอบอ่านนิยายมากกกๆๆๆค่ะ big smile  เราว่าประเทศไทยเน้นออกหนังสือตามตลาด อย่างช่วงนี้นิยายแนวแฟนตาซีดัง ตั้งแต่ Harry ยัน Twilight คราวนี้วงการนิยายแปล ก็จะเอาแต่แนว Vampire Werewolf Magic มาแปลเพียบเลย ถ้าพูดถึงนิยายแปลโดยเฉพาะนิยายวัยรุ่น ไทยยังไม่กว้างและหลากหลายเท่าไหร่น่ะค่ะ เช่นกันกับนิยายไทย ถ้าเป็นแนวรักโรแมนติกก็จะมีเยอะมากๆ สำนักพิมพ์จะรับพิมพ์แนวนี้เยอะ แนวที่แปลกๆเช่น ผี ลึกลับ หรือที่พล็อตหนักๆ สำนักพิมพ์ก็ไม่ค่อยรับ ทำให้พลาดงานสนุกๆดีๆหลายๆเรื่อง ต้องไปตามอ่านที่นักเขียนลงในเว็บ เราว่าตลาดหนังสือเมืองไทยใหญ่ก็จริง แต่แนวไม่ค่อยหลากหลายเท่าไหร่ค่ะ open-mounthed smile

#35 By T-M.Pang on 2012-08-23 15:09

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
สุดยอดมากๆเลยคะ

#34 By Kuroneko on 2012-04-07 18:21

"จนเกิดอาการฟองสบู่ในแบบที่ว่าเพียงแค่เขียนนิยายแนวโรงเรียนเวทมนต์ที่พออ่านได้ ก็ได้รับการตีพิมพ์แล้ว" โอ๊บ ประโยคนี้มันโดนจริงๆ

เกิดไม่ทันจำความยุคแจ่มใสบูม แต่ในความทรงจำมันก็ดังแล้ว

#33 By [ Sai ];charot on 2011-06-26 14:54

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่นิยายกำลังภายในขายดีมาก ขนาดเขียนนิยายตามเลยล่ะค่ะ แต่ตอนนั้นเป็นยุคที่ยังไม่มีเน็ตเลยแค่อ่านกันในกลุ่มเท่านั้น

นิยายรักคนเข้าถึงได้ง่าย และส่วนใหญ่จะเป็นความฝันของสาวๆที่อยากชนะใจหนุ่มหล่อรวย(ถึงจะถ่อยเถื่อนก็เถอะ)

ส่วนแนตาซีนี่ยอมรับเลยว่าล่มเพราะการรับงานแบบไม่ดูคุณภาพจริงๆ น่าเสียดายงานดีๆของหลายคนที่ไม่ได้รับการตีพิมพ์

#32 By moonyforever on 2011-06-10 13:12

*30
ขอบคุณที่มาแก้ให้คับ
ผมกะแล้วว่าจำผิดชัวร์
เป็นความรู้ที่ดีครับ big smile big smile Hot! Hot!

เอ่อขวัญเรือนซื้อหัวหนังสือ ยูโดนะครับ และก็มีคอลัมน์ยูโดในหนังสือช่วงแรกๆ เป็นคอลัมน์ช่วยสอนผู้หญิงป้องกันตัวครับ open-mounthed smile

#30 By ผิวปาก on 2011-05-09 22:38

Hot! Hot! Hot! Hot!
เราเองก็เป็นแฟนหนังสือของแจ่มใส สั่งซื้อตลอดเลย
แต่จะไม่อ่านแนวเกาหลี จะอ่านชุดความรู้สึกดีที่เรียกว่ารัก..เนื้อหาน่ารักดีอ่านแล้วก็แอบอืนตามไปตามด้วยbig smile big smile big smile
---------------

#29 By YiM-YiiM on 2011-05-07 01:11

ความเป็นมาน่าสนใจครับ big smile

#28 By 40reborn on 2011-05-02 02:52

นิยายรักห่วยๆก็มีเยอะ...เยอะมาก สร้างความลำบากให้กับผู้บริโภค

ซื้อนิยายเหมือนซื้อหวย รับประกันความสนุกยากมาก angry smile

#27 By ใครถามยะ on 2011-04-30 12:14

นิยายรักห่วยๆก็มีเยอะ...เยอะมาก สร้างความลำบากให้กับผู้บริโภค

ซื้อนิยายเหมือนซื้อหวย รับประกันความสนุกยากมาก angry smile

#26 By ใครถามยะ on 2011-04-30 12:13

ครับ
โดยส่วนตัวเป็นพวกหวังจะทำเป็นอาชีพ

#25 By dream_magic on 2011-04-30 10:59

ขอบคุณสำหรับความรู้มากเลยค่ะ มีอะไรหลายๆอย่างที่นักอยากเขียนที่เป็นเด็กๆแบบเรา ไม่รู้ก็มากเหมือนกัน แต่ตัวเองดันไม่ชอบเขียนนิยายโรแมนติค ชอบนิยายแฟนตาซีมากกว่า ซึ่งก็ต้องยอมรับแหละค่ะว่าภาษาแนวนี้ยังไม่สวยงามเท่าไหร่นัก sad smile

#24 By kolonel on 2011-04-30 00:44

ไม่ค่อยชอบเขียน
(แต่ชอบฟังเรื่องคนอื่นแล้วเอามาพูด หะๆ แย่จัง big smile)

ชอบอ่านมากๆๆๆๆๆ
แล้วก็ไม่ขอบวิจาร์ณหนังสือแหละนักเขียนนนนน

เวลาอ่านหนังสือสักเล่มหนึ่ง
ชอบที่จะหาสิ่งที่ผู้เขียนพยายามบอกเรามากกว่าคะ

รักการอ่านที่สูดดดดดดดด เลย หะๆ
Hot! Hot! Hot!

#23 By domifemty on 2011-04-29 18:29

#19 ไม่ต้องเขียนถึงหนังสือประเภทนี้ก็ได้ครับ

เดี๋ยวจะเดือดร้อนกันถ้วนหน้า 55 confused smile

#22 By DurianGuan ป่วนรัก on 2011-04-29 17:43

ขอบคุณสำหรับสาระดีๆที่มีมาฝากครับ

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ขอหาหนทางใหม่ให้กับประเทศไทยดูซักตั้งละกัน
ถ้าต้องทำเหมือนคนอื่น คงน่าเบื่อแย่เลยอะครับ big smile
(ถ้ามีงานเขียนเรื่องดีๆมีสาระสอนใจดังกับเขาได้บ้างก็คงจะดีไม่น้อยเลยนะครับ)

#21 By Mozaic on 2011-04-29 16:23

แจ่มใสไร้สิว และอร่อยดีมีประโยชน์จังค่ะ big smile

เรื่องเก่าที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะนี่ big smile Hot! Hot! Hot!
DurianGuan - 55 เฮียทันด้วยเหรอครับ (ผมไม่ทันเท่าไหร่นะ แต่พอไ้ด้ยินมาบ้าง) จะให้ผมพูดถึงหนังสือปกขาวจริงๆ เหรอ

แต่ผมก็ยัุงไม่ได้พูดถึงหนังสือแปลยุคที่พิมพ์โดยไม่ขอลิขสิทธิ์เลยครับ ก่อนปี 37 แล้วก็ยุคบางลำพูสแควร์ สายลมแสงแดด ยุคกลอนใยไหม ฯลฯ โอ้ย เยอะแยะครับ
ข้ามยุคทองของ "คุณอากังฟู" ไปหรือเปล่าครับ เหอเหอ confused smile

#18 By DurianGuan ป่วนรัก on 2011-04-29 13:21

ขำแจ่มใสไร้สิว

#17 By omega on 2011-04-29 13:05

Hot! Hot! Hot! Hot!

แนวโรแมนติกผมว่า ถ้าประสบการณ์ไม่ถึงเขียนให้ออกมาดียากนะ

เรื่องบางเรื่องในนี้พอรู้ๆ มาบ้าง แต่บางอันไม่รู้เลย
มีประโยชน์มากครับbig smile

#16 By วิหคสีคราม on 2011-04-29 12:26

Buffy_buffalo
ตอบเสริมครับ
แจ่มใสวางฐานราก ตั้งเสา ก่อผนัง มุงหลังคาเมนทัลชีทเรียบร้อยแล้วครับ ล่าสุดเปิดบ้านเสาร์-อาทิตย์ให้แฟนคลับไปเที่ยวได้ และเป็นสนพ. แรกที่มีโฆษณาที่รถสถานีไฟฟ้าสยาม (อันนี้ผมชอบมากที่เขาช่วยต่อสู้กับสื่ออื่นๆ ให้วงการหนังสือในองค์รวม) ต่อไปก็คงเข้าตลาดหุ้นแน่นอนครับ ถ้านโยบายยังโฟกัสสิ่งที่ตัวเองเป็นแบบนี้ ไม่ไปทำแนวอื่นที่ตัวเองไม่ถนัด มีแต่ขึ้น ขึ้น และก็ขึ้นครับ ซึ่งเค้าก็ช่วยทำให้คนรุ่นใหม่มาอ่านหนังสือมากขึ้นครับ
GOD - เคยเห็นเหมือนกันเหรอครับ 55
Cotton - ไม่ต้องสะสางหรอกครับ ทำงานไปด้วยก็สามารถเขียนไปด้วยได้เลย
aliceribbon - ดีใจที่เข้ามาเช็กชื่อคับ เพชรพระอุมาสนุกดีครับ
พี่เส่ง - ปีที่ 11 แล้วครับ เกิดพร้อมอะเดย์
Buffy_buffalo - สิ่งที่ สนพ. อื่นทำตามไ่ม่ได้คือ นักเขียนและพล๊อตครับ พล๊อตสู้แจ่มใสไม่ได้ แม้แต่แจ่มใสด้วยกันเองผมว่ายังไม่มีใครคว่ำน้องแสตมป์เบอร์รี่ได้เลยครับ น้องแสตมเบอฯ ก็ประมาณพี่นิ้วกลมฝ่ายหญิงเนี่ยล่ะ
keaaaa - ข้อสามหายจริงๆ ครับ
นางสาวความสุข - ตอนแจ่มใสเกิดผมเพิ่งอยู่ปี 1 เองคับ 55
i' FY - อ่านเล่นๆ ได้เลยครับ
ดีพี - เอนทรี่นี้ไม่มีหมวดการ์ตูนนะ
พี่ทิว - ดีแล้วครับ เขียนแล้วหนุกๆ
แมลงปอ อากิระ - อ่านเอาเพลินครับ

ผมมีความสุข ที่ได้ขีดๆ เขียนๆ big smile

#13 By ทิว แอด ไฟน์ on 2011-04-29 00:52

Good to hearbig smile
เข้าเรียนสายหน่อย
แต่ตั้งใจเรียนนะคะ ^^
Hot!

#11 By i'FY on 2011-04-28 22:02

Hot! Hot! Hot! Hot!

#10 By dp on 2011-04-28 20:58

เป็นคนชอบอ่านนิยายค่ะ และไม่อยากบอกเลยค่ะว่าเป็นแฟนพันธ์แท้แจ่มใสมานาน อ่านจนรู้ว่านักเขียนคนไหนเอาฉากของคนไหนมาใส่บ้าง มันคล้ายๆ กัน เพียงแต่วิธีเล่าต่างกันก็หยวนๆ ไป เพราะอ่านแล้วสนุก อิน ชื่อ rome ก็มาจากชื่อพระเอกของนิยายแจ่มใส ฮ่าๆ

อ้อ! entry นี้บ่งบอกว่าเจ้าของพื้นที่นี้ว่ามีอายุเท่าไหร่เชียวนะคะ question
เอ่อ ผมอ่านตกหรือเปล่า

ข้อ 3. ไปไหนครับ ? sad smile

#8 By keaaaa on 2011-04-28 19:23

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#7 By SOSTimer on 2011-04-28 18:35

*เหนียวแน่น พิมพ์ผิด ความหมายเพี้ยนเลย

อ้อ ลืมดาวค่ะ Hot!

#6 By Buffy_buffalo on 2011-04-28 18:03

ตอนนี้รออะไรมาโค่นพลังของแจ่มใสอยู่ค่ะ ว่ากันตามตรงแล้ว นิยายแนวเดียวกัน แต่ตีพิมพ์กับที่อื่นที่ไม่ใช่แจ่มใสนี่ขายยากมากเลยนะคะ อาจจะเป็นเรื่องของ brand loyalityหรืออะไรก็ไม่รู้ล่ะ บางทีแจ่มใสอาจจะใส่กัญชาลงไปในหน้าหนังสือก็ได้ถึงได้มีลูกค้าเหียวแน่นไม่เปลี่ยนแปลงขนาดนี้ ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้มีใครสักคนสามารถดึงส่วนแบ่งการตลาดลงมาให้สมดุลๆ ได้บ้าง แจ่มใสจะรวยเกินไปแล้วจริงๆ

#5 By Buffy_buffalo on 2011-04-28 18:02

แจ่มใส10ปีแล้วเหรอเนี่ย..confused smile

#4 By wesong on 2011-04-28 16:59


เข้ามานั่งเรียนค่ะ big smile
บางเรื่องก็ยังไม่เคยทราบมาก่อนเลยค่ะ

ตัวเองเขียนนิยายแนวแฟนตาซีอยู่ค่ะ
แต่รู้เลยว่ายังต้องพัฒนาอีกมาก

คงต้องไปเสาะหานิยายแฟนตาซีรุ่นเก่ามาศึกษาแล้วล่ะค่ะ big smile

บทความมีประโยชน์อย่างนี้ ขอปาดดาวก่อนไปค่ะ ~~

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By aliceribbon on 2011-04-28 16:55

อยากเป็นนักเขียนไวๆ แต่ต้องสะสางงานที่ตัวเองทำให้หมดก่อน Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By Cotton on 2011-04-28 16:35

สนพ. ตอนนั้นที่ทำหนังสือปกสีขาว
แล้วเอาของขวัญมาวางเลียนแบบเนี่ย
เคยเจอฮาๆในห้องสมุด เพราะอาจารย์นึกว่าเป็นเรื่องเดียวกัน เลยเอามาวางเรียงกันเลย (ทั้งๆที่คงละเรื่องแท้ๆ)

Hot! Hot!

#1 By GOD on 2011-04-28 15:51