ตัดมาจาก http://www.nanmeebooks.com/reader/news_inside.php?newsid=741  ครับ

เห็นว่ามีประโยชน์และครอบคลุมมากเลยเอามาแปะให้อ่านกันซะเลย หุหุ

 

การเสนอต้นฉบับงานเขียนให้สำนักพิมพ์


เริ่มต้นเขียน


          ก่อนอื่น คุณควรมีต้นฉบับ  เมื่อเขียนเสร็จแล้ว ค่อยหาสำนักพิมพ์ก็ยังไม่สาย  ถ้าสำนักพิมพ์นี้ปฏิเสธ คุณก็ยังเอาไปส่งที่อื่นได้  งานที่คุณเขียนออกมาแล้ว ไม่มีทางสูญเปล่า  ดังนั้นอย่าลังเลที่จะเริ่มเขียน โปรดจำไว้ว่า สำนักพิมพ์ไม่สามารถตัดสินใจได้จากแค่โครงเรื่อง หรือเรื่องย่อของคุณ  ไม่ว่ายังไงก็ต้องขออ่านเรื่อง

1.ในขั้นเริ่มต้น ควรเขียนทุกสิ่งที่คุณอยากเขียน ตามใจฝันของคุณ
2.อย่าหยุดอยู่ที่เรื่องเดียว เขียนเรื่อยๆ เพื่อฝึกฝีมือ อย่ากังวลอยู่กับการได้ตีพิมพ์หรือไม่ได้
3.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่จะเขียนให้ดี ให้เรื่องมีความสมจริง อย่าเขียนแบบนั่งเทียน หรืออาศัยแต่จินตนาการ
4.ศึกษากลุ่มผู้อ่านของคุณ เขียนหนังสือให้เหมาะกับเขา อย่าให้มั่วจนไม่รู้ว่าใครจะอ่านกันแน่
       • เด็กเล็ก
       • เด็กโต
       • ผู้หญิง -------- แต่ละแนว
       • ผู้ชาย --------- แต่ละแนว
5.ศึกษาตลาด
       • ดูว่าคนอื่นเขาเขียนกันยังไง
       • ดูว่าเรื่องในแนวของคุณมีคนเขียนเยอะหรือไม่
       • ดูว่าเรื่องในแนวของคุณมีคนอ่านเยอะหรือไม่
       • ดูว่ามีสำนักพิมพ์ไหนบ้างที่พิมพ์เรื่องแนวของคุณ
6.นำข้อมูลมาพิจารณาว่าคุณจะแทรกเข้าไปในส่วนไหนในตลาดได้ นั่นหมายถึงว่า
       • เรื่องของคุณต้องมีจุดขาย  (สนุกมาก, มีเนื้อหาแปลก, จับประเด็นที่คนกำลังสนใจ, ตัวนักเขียนน่าสนใจ ฯลฯ)
       • เรื่องของคุณต้องมีความแตกต่างจากหนังสือแนวเดียวกัน
7.เขียนเสร็จแล้ว ลองให้คนอื่นอ่านด้วย
       • พยายามหาคนที่เป็น Target Group ของหนังสือคุณ
       • หาคนอื่นที่ไม่ใช่ญาติ คนที่จะพูดกับคุณตรงๆ โดยไม่มีอคติ
       • ลองให้อ่านหลายๆ คน

มองหา-ติดต่อสำนักพิมพ์
1.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสำนักพิมพ์ต่างๆ  ดูว่าต้นฉบับของคุณเหมาะกับสำนักพิมพ์ไหน  เลือกดูสำนักพิมพ์ที่เคยพิมพ์แนวนี้
       • ดูจากหนังสือในร้าน หรือในร้านหนังสือออนไลน์
       • ดูจากเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์โดยตรง
       • ติดต่อไปที่สำนักพิมพ์แบบสุ่มๆ เลย ถามเขาว่าสนใจหนังสือแนวของคุณหรือไม่
2.เลือกสำนักพิมพ์ที่คิดว่าถูกจริตกับคุณ ที่จะทำงานร่วมกันได้ มีภาพลักษณ์ใกล้เคียงกัน มองเห็นภาพอนาคตร่วมกัน
3.เมื่อเลือกสำนักพิมพ์ได้แล้ว หาวิธีติดต่อ เพื่อขอส่งต้นฉบับไปให้
       • ที่อยู่-เบอร์โทรของสำนักพิมพ์ มักจะมีอยู่ในหนังสือทุกเล่ม ให้ดูตรงส่วนที่เขียนว่า “ผู้จัดพิมพ์”
       • ค้นหาที่อยู่-เบอร์โทร-เว็บไซต์ ของสำนักพิมพ์จาก google
       • ในเว็บไซต์ของบางสำนักพิมพ์ จะมีบอกวิธีส่งต้นฉบับให้พิจารณา  ให้ทำตามนั้นได้เลย
       • เพื่อความมั่นใจ ควรถามสำนักพิมพ์ก่อน ว่าจะให้คุณส่งต้นฉบับไปด้วยวิธีใด และส่งถึงใคร
4.การโทรหาสำนักพิมพ์
      • โทรไปขอพูดกับ “บรรณาธิการบริหาร” หรือ “บรรณาธิการผู้ดูแลหนังสือแนว...(แนวที่คุณเขียน)”  หรือ  “ฝ่ายพิจารณาต้นฉบับ”
      • ไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อบรรณาธิการ  บางครั้งบ.ก.คนที่มีชื่ออยู่ในหนังสือ อาจเปลี่ยนไปทำหนังสือแนวอื่นแล้ว หรืออาจลาออกแล้วก็ได้  แต่ตำแหน่งของเขายังคงอยู่เสมอ
      • อย่า โทรไปฝ่ายบุคคลของบริษัท
      • อย่า เสนอเรื่องกับโอเปอเรเตอร์หรือคนที่รับโทรศัพท์โดยตรง เพราะเขาอาจไม่รู้เรื่อง แล้วก็จะคุยกันไม่รู้เรื่อง
        ทำให้คุณพลาดโอกาสในการได้คุยกับ บ.ก.
      • อย่า โทรไปตอนเที่ยง หรือก่อน 8.00 น. หรือหลัง 17.00 น. หรือเสาร์อาทิตย์
      • ไม่ควร โทรไปช่วงใกล้งานหนังสือ หรือระหว่างงานหนังสือ เพราะจะเป็นช่วงที่สำนักพิมพ์ยุ่งมาก
5.ส่งอีเมลถึงสำนักพิมพ์
     • ส่วนใหญ่ email address ที่สำนักพิมพ์บอกไว้ มักจะเป็นของส่วนกลาง ดังนั้น คุณต้องระบุสิ่งต่อไปนี้ให้ชัดเจนในอีเมลของคุณ
       อีเมลนี้เป็นเรื่องอะไร (ส่งต้นฉบับเพื่อพิจารณา หรือ สอบถามเรื่องการส่งต้นฉบับเพื่อพิจารณา ก็ได้)
       ส่งถึงใคร (“บรรณาธิการบริหาร” หรือ “บรรณาธิการผู้ดูแลหนังสือแนว...(แนวที่คุณเขียน)”  หรือ  “ฝ่ายพิจารณาต้นฉบับ”)
       ผู้ส่งคือใคร (ลงชื่อ+เบอร์ติดต่อกลับเสมอ)
     • เขียนอีเมลให้ชัดเจน เข้าใจง่าย  สร้างความประทับใจแรกให้บ.ก.
     • บางสำนักพิมพ์จะรับต้นฉบับพิจารณาทางอีเมลเลย แต่บางสำนักพิมพ์จะไม่รับ ควรตรวจสอบให้ดีก่อน
6.หากไม่สะดวกจะโทรหรือส่งอีเมลไป ก็ส่งต้นฉบับไปทางไปรษณีย์ได้เลย
    • จ่าหน้าซองถึง “บรรณาธิการบริหาร” หรือ “บรรณาธิการผู้ดูแลหนังสือแนว...(แนวที่คุณเขียน)”  หรือ  “ฝ่ายพิจารณาต้นฉบับ”  พร้อมวงเล็บระบุว่า “ส่งต้นฉบับเพื่อพิจารณา”
     • ควรมีจดหมายนำสั้นๆ ปะหน้าไปด้วย
7.การเดินเข้าไปส่งต้นฉบับเองเลย สามารถทำได้ แต่หากคุณต้องการพบบ.ก.ด้วย ควรโทรนัดก่อน
8.ต้นฉบับหนึ่งเรื่อง ควรส่งครั้งละสำนักพิมพ์ อย่าส่งหว่าน

เตรียมต้นฉบับส่งสำนักพิมพ์
1.ควรพิมพ์ต้นฉบับ อย่าเขียน และควรพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ เพราะเมื่อถึงที่สุดแล้ว สำนักพิมพ์ต้องใช้ไฟล์ในการทำงาน
2.ควรทำเป็นต้นฉบับกระดาษเตรียมไว้เสมอ แม้ว่าบางสำนักพิมพ์จะรับพิจารณาต้นฉบับที่เป็นไฟล์ก็ตาม 
   และหากสำนักพิมพ์ไม่ขอ ก็ไม่ควรส่งไฟล์งานไปให้
3.ทำสำเนาต้นฉบับไว้เสมอ  อย่าคิดจะขอต้นฉบับคืนจากสำนักพิมพ์
4.พิมพ์ตัวอักษรขนาดใหญ่พอประมาณ เลือกฟอนต์ให้อ่านง่าย  อย่าพิมพ์ตัวหนังสือเล็กไปหรือใหญ่ไป
   เพราะจะทำให้สำนักพิมพ์คำนวณไม่ถูก ว่าต้นฉบับของคุณจะทำออกมาเป็นหนังสือได้กี่หน้า
5.ไม่จำเป็นต้องจัดหน้าให้อลังการ  ควรเน้นให้อ่านง่ายสบายตา  แบ่งฉาก แบ่งย่อหน้าให้เห็นชัดเจน 
    อย่าเขียนหนังสือโดยไม่มีย่อหน้า
6.หากมีความสามารถและทุนทรัพย์เพียงพอ คุณจะจัดทำต้นฉบับให้สวยงามเพียงใดก็ได้ตามสะดวก 
   แต่ความสวยงามของต้นฉบับ ไม่ใช่สิ่งที่สำนักพิมพ์ใช้พิจารณา
   • ไม่จำเป็นต้องทำรูปเล่มให้เหมือนหนังสือจริง แต่ควรเย็บเล่มเข้าปกให้เรียบร้อย
   • สำหรับนวนิยาย หรือวรรณกรรมเยาวชน ไม่จำเป็นต้องใส่ภาพประกอบ หรือออกแบบปกไปให้
     เพราะเวลาทำงานจริง สำนักพิมพ์จะดูแลเรื่องเหล่านี้เอง  (ยกเว้นคุณจะทำภาพประกอบได้สวยมาก ก็ใส่ไปให้สำนักพิมพ์ดูด้วย)
   • หากเป็นนิทานภาพ การ์ตูน หรือหนังสืออื่นที่คุณอยากให้มีรูปเล่มแบบพิเศษ ก็ให้ทำ mock up ไปด้วย (รูปเล่มเสมือนจริง)
7.ควรแนบสิ่งเหล่านี้ไปกับต้นฉบับด้วย
  • ประวัติของคุณ  อย่าอายที่จะโฆษณาตัวเอง บอกถึงผลงานที่เคยทำ เคยเขียน โดยเฉพาะเรื่องที่เคยตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์
     อื่นมาแล้ว
  • บอกนามปากกา ชื่อจริง ที่อยู่ส่งเอกสาร เบอร์โทร เบอร์อีเมล
  • ข้อมูลคร่าวๆ ของต้นฉบับ บอกจุดเด่น จุดขาย กลุ่มผู้อ่าน แนวหนังสือ เรื่องย่อ ฯลฯ

เกณฑ์การพิจารณาของสนพ.นานมีบุ๊คส์(อ่านเป็นแนวทางไว้ก็ดีครับ)
1.รับพิจารณาต้นฉบับหนังสือหลากหลายแนว เช่น
   • นิทาน-หนังสือสำหรับเด็กปฐมวัย
   • วรรณกรรมเยาวชนทุกแนว
   • นวนิยายผู้ใหญ่ทุกแนว (นวนิยายรัก, นวนิยายชีวิต, นวนิยายสืบสวนสอบสวน, นวนิยายอิงประวัติศาสตร์)
   • รวมเรื่องสั้น
   • สารคดีสำหรับเยาวชนทุกแนว
   • สารคดีผู้ใหญ่ทุกแนว
2.นิทาน การ์ตูน สามารถส่งแต่เนื้อเรื่อง สำนักพิมพ์จะจัดหาผู้วาดภาพประกอบให้เองหากตกลงทำจริง
3.จำนวนหน้าของต้นฉบับ ไม่ใช่สิ่งที่สำนักพิมพ์ใช้พิจารณาเป็นหลัก  ผู้เขียนควรดูตามความเหมาะสม
   ว่าเนื้อหาของเรื่องควรยาวเท่าใด
4.นวนิยาย-วรรณกรรมเยาวชน แบบไหนที่สำนักพิมพ์จะสนใจ
   • เรื่องที่อ่านสนุก วางไม่ลง น่าติดตามตลอดทั้งเล่ม
   • มีเนื้อหาแปลกใหม่ น่าสนใจ แตกต่างจากเล่มอื่นๆ ในท้องตลาด
   • ไม่ใช่เรื่องที่ลอกเลียน ดัดแปลง หรือมีเนื้อหาใกล้เคียงกับเรื่องของคนอื่นมาก
   • เจาะกลุ่มเป้าหมายชัดเจน มองเห็นได้ง่ายว่าจะขายให้ใครอ่าน
   • เขียนด้วยภาษาที่สละสลวย อ่านสบาย ไม่ติดขัด
   • เป็นงานเขียนที่มีคุณค่าทางวรรณกรรม  จรรโลงใจผู้อ่าน  ไม่ทำร้ายสังคม
   • เป็นเรื่องที่เห็นแนวโน้มว่าจะพัฒนา แก้ไข ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นได้
5.เรื่องที่จะไม่ผ่านการพิจารณา
   • เรื่องที่ลอกเลียน หรือดัดแปลง หรือแปลมา
   • เรื่องที่ไม่สนุก ไม่สมจริง
   • อ่านไม่รู้เรื่อง ภาษาไทยแย่มาก
   • เรื่องที่ไม่รู้จะให้ใครอ่าน มีเนื้อเรื่องและภาษาที่ไม่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย
   • มีเนื้อหาซ้ำซาก ไม่ต่างจากของคนอื่น มองไม่เห็นโอกาสที่จะโดนใจลูกค้า
   • เรื่องที่เฉพาะกลุ่มเกินไป เช่น มีแต่คนเขียนและครอบครัวเท่านั้นที่จะอ่านสนุก
   • เรื่องที่ล้าสมัยไปแล้ว หรือมีเนื้อหาล้าสมัยได้ง่าย
   • เรื่องที่สุดจะเยียวยา เกินความสามารถของบ.ก.จะช่วยเหลือได้
6.ระยะเวลาในการพิจารณา:  ประมาณ 2-6 เดือน
7.รับพิจารณาต้นฉบับทางไปรษณีย์เท่านั้น ไม่รับพิจารณาต้นฉบับทางอีเมล์ แฟกซ์ หรือสื่ออื่นๆ 
8.เมื่อพิจารณาเสร็จแล้ว จะแจ้งผลกลับทางโทรศัพท์  ดังนั้นโปรดระบุหมายเลขและชื่อผู้ติดต่อมาให้ชัดเจน
9.สำนักพิมพ์จะไม่ส่งต้นฉบับคืนให้แก่นักเขียน ดังนั้น กรุณาส่งสำเนามาเสมอ

เมื่อต้นฉบับผ่านการพิจารณาแล้ว สำนักพิมพ์จะเริ่มคุยเรื่องต่อไปนี้
• ค่าลิขสิทธิ์  •สัญญาลิขสิทธิ์  •กำหนดออกหนังสือ  •รูปแบบหนังสือ  •การตรวจแก้ต้นฉบับ  •จัดทำรูปเล่ม  •ออกแบบปก •ตั้งชื่อ  •ขั้นตอนการทำหนังสือ  •แผนการตลาด  •การขาย  •การประชาสัมพันธ์  •กิจกรรมส่งเสริมการขาย

ข้อแนะนำจาก บ.ก.
- ตั้งใจทำงานเขียนของคุณให้ดีที่สุด นั่นคือหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของนักเขียน
- นำเสนอตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อให้สำนักพิมพ์สนใจ
- ต้องมีเรื่องให้สำนักพิมพ์อ่าน ไม่ใช่มีแค่ชื่อเรื่องหรือพล็อตเรื่อง  อย่ากลัวสำนักพิมพ์จะลอกไอเดียคุณ
- ก่อนจะเริ่มเขียน หรือก่อนจะขายต้นฉบับได้ อย่ากังวลเรื่องต่อไปนี้
o ความยาวของหนังสือ  (ไม่ต้องถามสำนักพิมพ์ว่าควรเขียนกี่หน้า เพราะคนที่ควรรู้เรื่องนี้ดีที่สุดคือนักเขียน)
o รูปเล่ม รูปประกอบ หน้าปก
o ค่าลิขสิทธิ์
o การขายลิขสิทธิ์ไปต่างประเทศ
o การเดินสาย book tour หรือทำสื่อประชาสัมพันธ์อื่นๆ
- เปิดใจรับฟังความเห็นของคนอ่านและสำนักพิมพ์
- นำคำแนะนำที่ได้รับไปปรับปรุงงานของตัวเอง
- อย่ารอให้ต้นฉบับเรื่องแรกได้ตีพิมพ์ แล้วค่อยเขียนเรื่องที่สอง  เพราะคุณอาจไม่มีวันได้เขียนอีกเลย
- อย่าเสียดายต้นฉบับ ถ้าบ.ก.บอกว่าต้องแก้ไขหรือรื้อทิ้ง ก็ควรจะทำ หรือเก็บเรื่องนี้ไปก่อน แล้วเขียนเรื่องใหม่แทน
- ลองเปลี่ยนแนวเรื่องที่เขียน บางทีคุณอาจจะเขียนเรื่องแนวอื่นได้ดีกว่าแนวนี้  ฟังคำแนะนำจากคนอ่านประกอบการตัดสินใจ

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณค่ะ เป็นประโยชน์มากๆ 
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#40 By MISSALIEN on 2015-03-20 00:32

มีประโยชน์อย่างมากเลยคะ แนะนำได้ละเอียด และเข้าใจดี

#39 By PetShall (103.7.57.18|1.2.154.124) on 2013-05-10 23:17

อ่านแล้วมีประโยชน์อย่างยิ่ง ขอบคุณนะคะbig smile

#38 By ฅนแปลกหน้า on 2011-07-24 02:55

ประโยชน์เต็มๆ ครับ

ขอบคุณมาก Hot! Hot! Hot!

ถ้าว่างๆ รบกวนช่วยไปเยี่ยมเยียนที่บลอคผมบ้างนะครับ

เพิ่งเสร็จใหม่ๆ กำลังอุ่นๆเลย big smile big smile

#37 By Sea on 2011-07-20 10:37

ขอบคุณค่ะ ดีมากๆเลย
big smile

#36 By *หมีน้อย on 2011-07-15 11:42

thank จ้า~double wink

#35 By kihae55+ (124.121.100.185) on 2011-07-15 11:22

มีประโยชน์จริงๆ ขอบคุณขอรับ(ครับ)

#34 By HRM on 2011-07-14 23:22

Hot! มาเยี่ยมกอล์ฟหน่อยbig smile big smile

#33 By tongg on 2011-07-14 21:17

surprised smile เป็นความรู้เบื้องต้นสำหรับคนที่ต้องการทำอย่างจริงจังมากเลยค่ะHot!

#32 By เจ้นุช on 2011-07-14 13:30

ต้องขอบคุณ บก. ของนานมีบุ๊คส์ด้วยครับ
ที่เขียนไว้ได้ครอบคลุมมากbig smile
อย่าลืมเอาไปใช้ และอย่าลืมส่งให้เพื่อนที่อยากเป็นนักเขียนนะครับbig smile confused smile
Hot! Hot!

#30 By เหอ on 2011-07-14 10:28

ขอบคุณครับ

สักวันผมต้องได้ใช้แน่ๆ

Hot!

#29 By อิสระรำพัน on 2011-07-14 01:24

Hot! Hot! Hot! ขอบคุณครับ

#28 By Lil'BoX on 2011-07-14 00:45

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ ครับผมbig smile
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ขอบคุณจริงๆนะคะ เพราะเราก็เป้นคนนึงที่ ฝันจะเดินเส้นทางนี้ค่ะ cry

#26 By ★'BeRry SaMa'★ on 2011-07-13 22:47

Hot! ขอบคุณมากค่ะ

#25 By herberry on 2011-07-13 21:41

Hot!

#24 By Jota comic D on 2011-07-13 21:01

Hot! Hot!


อ่านแล้วยิ่งอยากทำ confused smile

#23 By GUMBEAR on 2011-07-13 18:56

ขอบคุณมากนะ :D

#22 By SoulMakers on 2011-07-13 18:14

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ประโยชน์อย่างแรง

#21 By OaeWalliya on 2011-07-13 13:44

Hot! Hot! Hot! ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆที่มีประโยชน์แบบนี้ค่ะ big smile

#20 By eeddy(อี๊ด) on 2011-07-13 13:26

Hot! Hot! Hot!

เซฟๆๆๆๆๆ ความรู้ดีๆ มีประโยชน์จริงๆๆ

#19 By Boymang*~ on 2011-07-13 13:24

Hot! Hot! Hot! Hot! big smile มีประโยชน์ครับ

#18 By วิหคสีคราม on 2011-07-13 13:22

Hot! Hot! Hot!

#17 By ไอ้แป้น : i-phan on 2011-07-13 13:17



ขอบคุณครับ big smile

#16 By ทิว แอด ไฟน์ on 2011-07-13 13:14

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#15 By Cotton on 2011-07-13 12:46

ขอบคุณที่แชร์ครับกอล์ฟ Hot!

#14 By slackaholics on 2011-07-13 09:55

Hot! Hot!

ขอบคุณครับ

#13 By FRiEND on 2011-07-13 08:10

Hot! open-mounthed smile มากด้วยความรู้

#12 By แทณนี่แหละ on 2011-07-13 06:59

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! ฮึด ฮึด ฮึด

#11 By Matt-sorR on 2011-07-13 04:19

มีประโยชน์มากๆ เลยค่ะ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

อย่ารอให้ต้นฉบับเรื่องแรกได้ตีพิมพ์ แล้วค่อยเขียนเรื่องที่สอง เพราะคุณอาจไม่มีวันได้เขียนอีกเลย << คมค่ะ 555+

#10 By A r c h i r a on 2011-07-12 23:48

โอ ละเอียด ชัดเจน

ยิ่งตอน "ติดต่อสำนักพิมพ์" นี่ คาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์มาก

#9 By [ Sai ];charot on 2011-07-12 23:40


ขอบคุณมากนะคะ
เป็นแนวทางที่ดีมากเลยค่ะ big smile

Hot! Hot! Hot!

#8 By aliceribbon on 2011-07-12 21:32

Hot! Hot!

#7 By kohdrowing on 2011-07-12 21:22

ขอบคุณมากค่ะ มีประโยชน์มากๆHot! confused smile

#6 By MEISANMUI™ on 2011-07-12 20:29

Hot!

#5 By D-faxtory on 2011-07-12 19:29

Hot! Hot!

#4 By Art Jeeno on 2011-07-12 19:27

Hot! ขอบคุณครับ

#3 By TabO on 2011-07-12 17:30

ละเอียดดีนะครับ

แต่ก็จุดไฟมิใช่น้อย Hot!

#2 By kae on 2011-07-12 17:05

มีประโยชน์ดีครับ ขอบคุณครับ big smile Hot!

#1 By 40reborn on 2011-07-12 16:58