คุณเป็นคนแบบไหนครับ?

posted on 24 Oct 2011 10:31 by porglon in Work

           


       

           คุณเป็นคนแบบไหนครับ พวก Reactive หรือว่า Proactive? 

            พวก Reactive ก็ประมาณว่ารอให้สภาพแวดล้อมบังคับก่อนค่อยทำ เช่น กวาดห้องเมื่อโดนแม่ด่า ล้างจานเมื่ออ่างเต็ม เอาผ้าเข้าเครื่องเย็นวันอาทิตย์ ปั่นรายงานคืนสุดท้าย อ่านหนังสือก่อนสอบไม่กี่วัน  ไปเที่ยวเพราะเพื่อนชวน(ไม่เคยชวนใคร) ทำงานเสร็จใกล้เส้นตาย ส่งนิยายประกวดตอนเที่ยงคืนวันสุดท้าย ไม่ค่อยกระตือรือร้น เก็บตัว ไม่ค่อยมั่นใจ ประหม่า ขี้กังวล คิดมาก โลเล ขี้อาย พูดไม่รู้เรื่อง ฯลฯ

            พอเห็นภาพแล้วนะครับ พวก Reactive ก็ประมาณนี้

            ส่วนพวก Proactive ก็ประมาณว่า ไม่รอให้สภาพแวดล้อมบังคับก่อนถึงทำ เช่น คิดแล้วก็ลงมือทำเลย ทำรายงานเสร็จก่อนส่งหลายวัน อยากไปเที่ยวไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ อยากขอเบอร์สาวก็ลุย อ่านหนังสือก่อนสอบตลอด มักไม่ค่อยอ่านหนังสือหน้าห้องสอบเลย ทำงานเสร็จทัน(มีเวลาเหลือ) กระตือรือร้น มั่นใจ กล้าแสดงออก ฯลฯ

            ความหมายของคน Reactive กับ Proactive ต่างกันประมาณนี้ละครับ

            แล้วคุณเป็นแบบไหนล่ะครับ?

            ส่วนผมในฐานะที่หนักไปทาง Reactive มาตั้งแต่เด็ก ยอมรับว่า นักฝันที่เป็นจริงบนโลก มักเป็นคน Proactive ครับ ยิ่งฝันใหญ่มากเท่าไร ยิ่ง Proactive มากเท่านั้น อย่าง อย่าง สตีฟ จ๊อบส์,มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก, บิลเกต และวอล ดิสนีย์ พวกนี้ Proactive ขนาดทำงานไม่หลับไม่นอน

            อ้าว เกิดคำถามขึ้นมาแล้วสิว่าถ้าเกิดมาเป็นพวก Reactive 100% โดยกำเนิดก็หมดสิทธิ์ประสบความสำเร็จนะสิ

            ถูกต้องล่ะครับ เพราะถ้าใคร Reactive 100% ก็จะไม่ทำมาหากินแล้ว มือเท้าครบ 32 ประการแต่จะชอบนั่งเล่นแถวสะพานลอยเป็นอาชีพ*-*

            ส่วนใครที่ Reactive 50% กับ Proactive 50% ชีวิตก็จะขึ้นๆ ลงๆ ตามค่า Reactive ที่ไม่แน่นอนนั่นเอง

            แต่อยากบอกว่าโชคดีมากที่ค่าความ Reactive มันไม่ได้ติดตัวมาแต่กำเนิดล่ะ (ดีใจกันได้เลย) เพราะมันถูกหล่อหลอมมาจากระบบครอบครัวและระบบการศึกษาไทยนี่เอง ที่ตั้งแต่เด็กเราถูกกำหนดมาตลอดว่า ต้องทำไอ้นู้น ต้องทำไอ้นี่ ต้องทำไอ้นั่น(ด้วยความเป็นห่วง-ถ้าฝ่าฝืนบ้านอาจแตกได้) หรือที่โรงเรียนก็ต้องไว้ผมทรงนักเรียน ต้องตัดผมสั้นเท่าติ๋งหู ต้องสวมยูนิฟอร์ม(ฝรั่งไม่เห็นมีเลย) ต้องเรียนตามตารางสอน ต้องส่งการบ้านตามที่ครูกำหนด ต้องสอบวันนั้นวันนี้ ต้องเอนทรานซ์คณะที่พ่อแม่เลือกให้ ต้องนู้นนี่นั่นอีกมากมายเต็มไปหมด

            21  ปีเลยทีเดียวที่เด็กไทยส่วนใหญ่ถูกสอนให้เป็นฝ่ายรอตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมอยู่ตลอด น้อยมากที่จะได้กำหนดอะไรเอง (เลือกเรียนก็ตอนปี 3 ปี 4 เท่านั้น) เหตุนี้เราจึงถูกโปรแกรมว่า ให้รอสภาพแวดล้อมสั่งการก่อนค่อยตอบสนองตาม เด็กไทยส่วนใหญ่จึงบ่มเพาะความ Reactive ไว้มากโดยไม่รู้ตัว ยิ่งพอทำบ่อยๆ ก็กลายเป็นนิสัยฝังรากลึกอยู่ในใจ

            ฟังแล้วเหมือนหมดหวังนะครับ(เล่นลงโปรแกรมกันมาตั้ง 21 ปีเลย)

             แต่ว่าโชคดีที่นิสัยบางอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้ (ถ้ารู้สาเหตุและที่มาที่ไป)

            ดังนั้น วันนี้ถ้ารู้แล้วมาโยนความ Reactive ทิ้งไปกันเถอะครับ

 

 

            ข้อคิดเพิ่มเติมแบบมึนๆ

            -สาเหตุนี่เองที่ทำให้ไอดอลเจ๋งๆ ในบ้านเราล้วนเป็นเด็กดื้อกันทั้งนั้น เมื่อพวกพี่ๆ เหล่านั้นดื้อในเรื่องที่ถูกที่ควรก็เลยไม่ถูกกรอบกำหนดไว้

            -เด็กเล็กทุกคนจะมีความ Proactive สูงมาก ก็เลยทำอะไรตามใจตัวเองเป็นอย่างยิ่ง แต่เพราะความเป็นห่วงของพ่อแม่ก็จะห้ามกันทุกเรื่อง ซึ่งมันรวมไปถึงการห้ามถาม ห้ามสงสัย ห้ามมีความคิดสร้างสรรค์ แล้วพอเข้าเรียนก็เจอระบบที่ทุกคนก็รู้กันว่าเป็นยังไง- -*

            -จึงไม่แปลกที่เวลาเด็กไทยถูกถามว่ามีอะไรสงสัยไหม ต้องเงียบ

            -ในออฟฟิศเวลาประชุม คนที่ความ Proactive จะพูดเมื่อมีข้อสงสัยหรือไอเดียเสนอ แต่คนที่มีความ Reactive จะนิ่ง แล้วเก็บไอเดียไว้คุยกันนอกห้องประชุม ข้อเสนอแนะเจ๋งๆ จะออกมาตอนนั้น(มีประโยชน์ไหมล่ะเนี่ย?) วิธีแก้ความ Reactive คือ หัดเสนอไอเดียบ้าง แม้เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม ฝึกวันละนิด เดี๋ยวเก่งเอง

            -คนที่กล้าบอกคนที่แอบชอบ ว่าชอบนะเฟ้ย เป็นพวกมี Proactive สูง ส่วนพวกปอดแหกนั้นมี Reactive สูง (สมัยก่อนผมก็เป็น ฮ่าๆ)

            -อันที่จริง Proactive เกินไปก็ไม่ดี (เพราะบางทีก็แสดงออกถึงความก้าวร้าว) แต่คน Reactive เกินไปก็ไม่ดีเช่นกัน

            -ทางสายกลางของพระพุทธเจ้าจึงมาวิน

            -และคน Proactive นั้นจะขยายวงกลมของความกล้า การเลือกที่จะทำเอง และเป็นคนกำหนดชีวิตตัวเอง แพร่ออกไปจากตัว ทำให้คนรอบข้างกล้าและ Proactive ตามไปด้วย(ประหนึ่งเพิ่มออร่าให้เพื่อนร่วมทีมใน Dot A)

            -ส่วนคนที่ Reactive จะหดวงกลมของความกล้า การเลือกที่จะทำเอง และการกำหนดชีวิตตัวเอง เล็กเข้ามาเรื่อยๆ จนเหลือเป็นศูนย์ และรอคอยให้สิ่งแวดล้อมเป็นคนกำหนดชีวิต ปล่อยชีวิตไหลไปตามกระแส บางคนเรียกมันว่าดวง บางคนเรียกมันว่าชะตากรรม

            -และเท่าที่เห็น คน Proactive ส่วนใหญ่มักยอมรับผิด เพราะรู้ว่าความผิดพลาดมันเกิดขึ้นเพราะการกระทำของเขา  (จึงนำไปสู่การแก้ไขให้ดีขึ้น)

            -ส่วนคน Reactive มักไม่ยอมรับผิด แถมมีข้ออ้างมากมาย โทษสิ่งต่างๆ ไปเรื่อย(บางคนเหตุผลดีมากจนน่าเดินไปตบกะโหลก) เพราะอยากหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากการกระทำของตัวเอง (จึงไม่นำไปสู่การแก้ไขอะไรให้ดีขึ้น)

            -และการแก้ปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้นั้นเป็นแบบ Reactive หรือว่า Proactive คำตอบน่าจะอยู่ในใจคุณแล้วครับ  

 

 

             //////////////////////////////////////////////////////////////////

            ปล. ผมเริ่มงานที่สำนักพิมพ์ใหม่แล้วสนุกดีครับ:) ขอบคุณที่เป็นห่วง ขออภัยที่เขียนเอนทรี่ที่แล้วไม่เคลียร์*-* 

            ปล.2 ภาพเฮีย บิลเกตส์จาก http://www.sarut-homesite.net 

 

Comment

Comment:

Tweet

เรา สองอย่าง แล้วแต่สถานการณ์ แต่ก็ โอเค ชอบหมดbig smile
ขอบคุณสำหรับสาระดีๆครับ

#20 By Ddy (49.49.139.20) on 2011-12-14 07:33

nice post

#19 By inder (14.98.229.19) on 2011-11-02 13:11

ผมมันแนวขึ้นๆลงๆครับ sad smile sad smile Hot!

#18 By 40reborn on 2011-10-25 22:05

ผมมันแนวขึ้นๆลงๆครับ sad smile sad smile Hot!

#17 By 40reborn on 2011-10-25 22:00

ผมมันแนวขึ้นๆลงๆครับ sad smile sad smile Hot!

#16 By 40reborn on 2011-10-25 21:52

posasa - ระเบิดพลังที่เก็บกักไว้ออกมาโล้ดเลยครับ

givgiw -ลองนำไปใช้ดูครับ

aliceribbon - เป็นการสะกิดตัวเองเหมือนกันครับ

พลทหารชั้นสอง -ปรับสเตตัสที่เหมาะสมกับตัวเองครับ

นิพันธ์ ทารีมุกข์ -ดีแล้วครับ

North face winter coats -ดีใจที่ชอบครับ ขอบคุณที่แวะมาอ่านbig smile

ป้าแอ๊นจ้า - เป็นทั้งคู่ดีกว่าเป็นด้านเดียวฮะ

MEISANMUI™ -คุณมุ่ยโปรแอ๊คทีฟละครับ

น้ำอุ่น - มาโดนแทงใจดำด้วยกันครับพี่เม่น

Clepsydra::-ต้องควบคุมลมปราณให้ดีครับ

บาบิโลน - ขอให้กลับลำแล้วแล่นไปข้างหน้าครับ

อิสระรำพัน-ครึ่งๆ ก็โอเคครับ

sky -_- -คิดงานไปเสนอก็เป้นวิธีที่ดีครับ

Blue Bird Planet Shop-ขอบคุณที่แวะมาอ่านครับ

ขอบคุณค่ะ Hot! Hot! Hot!

#14 By Blue Bird Planet on 2011-10-25 08:40

อ่านอย่างตั้งใจจริงจัง มาหลุดขำเอาตอนประโยคปิดท้ายเรื่องน้ำท่วมนี่ล่ะครับ sad smile sad smile sad smile

ถ้าอยากก้าวหน้าในโลกของการทำงานต้อง proactive ครับ อย่ารอให้นายสั่งงาน คิดงานไปเสนอนายเลยดีกว่า double wink

#13 By sky -_- on 2011-10-25 05:07

ผมก็ครึ่ง ครึ่ง-ครึ่ง


ผลัดรับผลัดสู้


big smile

#12 By อิสระรำพัน on 2011-10-25 04:37

Hot! Hot! Hot!
ดีที่ตอนนี้กลับลำทัน ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีดีค่ะsurprised smile

#11 By บาบิโลน on 2011-10-25 02:11

ทางสายกลางครับ ผมเป็นคน Reactive และ procative อย่างละครึ่ง แต่ก็มีบางอารมณ์ที่ Proactive โดดเด้ง และก็มีบางครั้งที่ Reactive นำลิ่วbig smile

#10 By Clepsydra:: on 2011-10-25 01:27

แหม . . มันแทงใจดำ cry

#9 By น้ำอุ่น on 2011-10-24 22:05

สนุกดีค่ะเอนทรี่นี้ จริงนะคะ ถ้าอยากสำเร็จต้องโปรแอคทีฟHot!

#8 By MEISANMUI™ on 2011-10-24 22:01

ป้าเป็นทั้งคู่เลย ฮ่าาาsad smile มึน

#7 By ป้าแอ๊นจ้า on 2011-10-24 18:24

wonderful!I like this so much~~big smile

#6 By North face winter coats (221.131.60.217) on 2011-10-24 16:26

Hot! Hot! Hot!

ผมรู้สึกว่าตนเองเป็ฯ Proactive แบบพอเพียงครับ^^

big smile big smile big smile sad smile
รู้สึกว่าตัวเองก้ำกึ่งระหว่างรีแอคทีฟกับโปรแอคทีฟ แต่อาจจะหนักไปทางรีแอคทีฟมากกว่ามั้ง

Hot! Hot!
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับ "การสะกิด" ให้รู้สึกตัว big smile

#3 By aliceribbon on 2011-10-24 13:59

ขอบคุรค่ะ สำหรับเนื้อหาดี เอาไว้ปลุกไฟในตัว Hot! Hot!

#2 By givgiw on 2011-10-24 11:28

อ๊ากกก!!! ข้ามัน Reactive แบบ 150% ว๊ากกกกกกกกกก
change change just do it
ขอบคุณครับ
พลังเต็มตัว ไฟลุกท่วมหัวเรียบร้อยแล้ว

ย๊ากก!!! Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By posasa on 2011-10-24 11:23