“ปีหน้าฉันจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง” เป็นปณิธานที่เรามักใช้ในวันปีใหม่ จดใส่สมุดบันทึกบ้าง เขียนแปะข้างฝาบ้าง จดใส่ปฏิทินบ้าง สัญญากับตัวเองว่าเราจะทำสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับชีวิต ทั้งในเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่  เช่น

“ฉันจะลดน้ำหนักให้ได้”

“ฉันจะตั้งใจเรียนมากขึ้น”

“ฉันจะขยันทำงาน”

“ฉันจะเล่นเกมน้อยลง”

“ฉันจะเขียนบันทึกทุกวัน”

“ฉันจะจดบัญชีรายรับ-จ่าย

“ฉันจะไม่โกรธหรือหงุดหงิดง่ายอีกต่อไป”

“ฉันจะไม่เอาแต่ใจ”             

“ฉันจะเก็บเงินจริงจัง”

“ฉันจะทำฝันให้เป็นจริง”

“ฉันจะเขียนหนังสือสักเล่ม”

“ฉันจะเปลี่ยนงานใหม่”

“ฉันจะมีแฟนสักคน”

“ฉันจะไปเที่ยวต่างประเทศ”

“ฉันจะวาดการ์ตูนให้จบสักเรื่อง”

“ฉันจะเรียนต่อปริญญาโท”

“ฉันจะยิ้มบ่อยๆ”

“ฉันจะอารมณ์ดีมากขึ้น”

“ฉันจะไปวิ่งทุกเสาร์อาทิตย์”

“ฉันจะเลิกบุหรี่”

“ฉันจะเลิกจับผิดคนอื่น”

“ฉันจะมองโลกในแง่ดี”

“ฉันจะ... ฉันจะ... และฉันจะ....”

 

เชื่อไหมครับว่าเราเขียนสิ่งนี้กันมาทุกปี ตั้งใจจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในชีวิต แต่สุดท้ายแล้วไม่เคยสำเร็จเลย เพราะทำไปได้แค่ 3 วัน 7 วัน หรือ 15 วันก็มีอันต้องล้มเลิกไปก่อน แถมปลอบใจตัวเองด้วยว่า “ไม่เป็นไรหรอกนา ปีหน้าค่อยเอาใหม่” ทว่าปีหน้าก็เข้าสูตรเดิมอีก คือ ตั้งปนิธารอย่างแรงกล้าในวันสิ้นปี แต่ลงมือทำไปได้แค่ 3 วันแล้วก็ล้มเลิก เป็นอย่างนี้กันทุกปี

บางคนอายุยังน้อยก็พอบอกกับตัวเองได้ว่ายังมีเวลาเหลือเฟือ

แต่สำหรับบางคน (โดยเฉพาะคนที่อายุ 29 ปีขึ้นไป) เราใช้ข้ออ้างเหล่านั้นไม่ได้อีกต่อไปแล้วนะครับ เพราะสิบปีที่ผ่านมา การปลอบใจตัวเองว่ายังมีเวลาเหลือเฟือไม่เคยช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย และหากยังเป็นแบบนี้ต่อไป อีกสิบปีข้างหน้าก็คงไม่ต่างไปจากเดิม

แต่ช่วงเวลาแห่งความล้มเหลวมักสอนอะไรดีๆ ให้เราเสมอ เพราะคนที่ประสบความสำเร็จหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ช่วงเวลาแห่งความล้มเหลว เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด

และนี่คือ 8 หัวข้อที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงตัวเองในวันปีใหม่ไม่สำเร็จครับ

 

1)      เยอะเกินไป

เป้าหมายปีใหม่ของบางคนเยอะจนจดใส่กระดาษเอสี่ไม่หมด เขียนยาวยิ่งกว่าสารบัญหนังสืออีก ทั้งที่เยอะขนาดนั้นน่าจะจัดให้เป็นเป้าหมายชีวิตในระยะยาวมากกว่า ดังนั้นเป้าหมายปีใหม่ควรคัดเลือกเน้นๆ ระหว่าง 1-3 ข้อ ถ้าใครยิ่งมีน้อย โอกาสทำได้จริงก็สูงมาก เพราะได้โฟกัสเป็นข้อๆ มากกว่า

แต่ถ้าใครเ ขียนแค่ 1-3 ข้อไม่ได้จริงๆ เพราะเป็นสายเยอะ ทำอะไรต้องเยอะตลอด แนะนำให้คัดไว้ 10 ข้อ โดยแบ่งเป็น  ง่าย  3 กลาง 3 ยาก 3 โคตรยาก 1 ครับ

 

2)      ยากเกินไป

เป้าหมายปีใหม่บางคนใหญ่ระดับเดียวกับความฝันชิ้นเอก ที่บางครั้งต้องใช้เวลาบ่มเพาะเหมือนปลูกมะม่วงที่ 10 ปีถึงให้ผล ดังนั้นต้องระวังให้ดี ต้องจัดหมวดหมู่ให้ถูก ที่จริงเป้าหมายปีใหม่ควรมีขนาดกำลังดี ไม่ยากเกินไป สามารถทำได้จริงระยะสั้นเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ชีวิตครับ

 

3)      ทำต่อเนื่องน้อยเกินไป

เมื่อเราเขียนเป้าหมายที่จะทำได้แล้วประมาณสัก 1-3 ข้อ ด่านต่อไปที่ต้องผ่านให้ได้คือ หลังปีใหม่จะทำได้สักกี่วัน? เช่น จะจดบัญชีรายรับ-จ่ายได้กี่วัน? จะวิ่งได้กี่วัน? จะลดชั่วโมงเล่นเกมได้กี่วัน? ด่านนี้คนส่วนใหญ่จะทำได้ประมาณ 3-15 วัน ก็จะเริ่มแพ้ภัยตัวเอง เพราะด้านมืดในตัวมันจะมากระซิบข้างหูว่า “เลิกเถอะ” “เลิกดีกว่า” “ทำไปเดี๋ยวก็ล้มเหลวเหมือนเดิม” “เลิกตอนนี้เลยดีกว่าไม่ต้องอดทนไปอีกเป็นเดือนๆ หรอก” ฯลฯ

แต่ถ้าใครทำเป้าหมายต่อเนื่องมาถึงจุดนี้ได้ อันดับแรกอยากบอกว่า ยินดีด้วยครับ คุณเดินทางมาถึงประตูด่านสุดท้ายแล้ว แม้คุณจะคิดว่าเร็วเกินไปและมองไม่เห็นความต่างว่ามาถึงเมื่อไหร่ แต่นี่คือด่านสุดท้ายจริงๆ ครับ ถ้าคุณยอมแพ้และล้มเลิกทุกอย่างก็จะเหมือนเดิม และคุณจะจินตนาการไปเองว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล แต่ถ้าคุณอดทนทำต่ออีกสักหน่อยโดยไม่ฟังเสียงกระซิบไร้ที่มานั้นจะพบว่า ด่านสุดท้ายอยู่ตรงนี้เอง แค่มีอะไรบางอย่างมาบังตาไว้ไม่ให้เรารู้ว่าเราเดินมาสุดทางแล้ว แถมพอมาถึงกลับมีเสียงกระซิบชักชวนให้เราไม่ไปต่ออีก

ตำราฝรั่งจึงบอกว่าให้อดทนทำไปให้ครบ 21 วัน (จากกฎ 21 วัน) เพราะผลการวิจัยบอกว่า การที่คนๆ หนึ่งทำสิ่งเดิมซ้ำๆ กัน 21 วันมันจะกลายเป็นนิสัยใหม่ที่ติดตัวไปตลอด แต่เท่าที่สังเกตุดู ผมว่าถ้าทำต่อเนื่องกัน 30 วันจะดีที่สุด ชัวร์กว่า ดังนั้นถ้าต้องการผ่านด่านนี้ไม่มีอะไรมากครับ นอกจากอดทนทำให้ครบ 30 วัน ถ้าข้ามผ่านมาได้รับรองว่า วันที่ 31 พอไม่ทำ ร่างกายมันจะงงๆ แล้วเราจะรู้สึกว่าลืมทำอะไรสักอย่างไป

 

4)      เนี๊ยบเกินไป

จากข้อสาม บางครั้งมันก็พลาดได้ครับ อาจลืมทำไปสักวันสองวันเพราะมีเรื่องฉุกละหุก เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้ แนะนำว่า อย่าคิดว่ามันต้องเพอร์เฟค หากพลาดเพราะสุดวิสัยจริงๆ ต้องกลับมาให้ได้ครับ ขอเพียงแค่เริ่มทำใหม่อีกครั้ง ไอ้ที่สะสมไว้มันไม่หายไปไหนหรอก ต่อมันให้ติด หลายคนจะล้มเลิกเพราะคิดว่าถ้าไม่เพอร์เฟคแล้วจะล้มเหลว อันนี้ไม่จริงครับ

 

5)      เตะตาน้อยเกินไป

บางทีแค่จดใส่สมุดมันไม่พอ ต้องเขียนเป้าหมายสีแดงตัวโตๆ แปะฝาห้อง ให้ตื่นมาเจอทุกๆ เช้า แบบในการ์ตูน มุ่งหน้าสู่โคชิเอ็ง หรืออินเตอร์ไฮก็ว่ากันไป

 

6)      มารผจญเยอะเกินไป

นอกจากเสียงกระซิบภายในตัวเองที่จะคอยขัดขวางไม่ให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว เท่าที่สังเกตมาเวลาตั้งใจทำอะไรดีๆ มักจะมีอุปสรรคเข้ามาเป็นระลอก ทำให้สิ่งที่มุ่งหวังไปไม่ถึงไหนสักที ทั้งจากคนในครอบครัวที่จะต้องมีงานด่วนเข้ามาให้ทำ ทั้องจากเพื่อนที่จะชวนไปเที่ยว ทั้งจากแฟนที่มาทะเลาะกันในช่วงนี้ ทั้งจากปัญหาเก่าที่ย้อนมาให้สะสาง ฯลฯ อยากให้ทำใจไว้เลยครับว่าพวกเขามาแน่ๆ มาเป็นระลอก ยังไงถ้าพี่อุปสรรคเค้ามาให้ยิ้มรับและบอกเค้าไปเลยว่า “อันแน่ รู้นะว่าพี่จะมา”

 

7)      เหงาเกินไป

หลายกิจกรรมในโลกคนเยอะยิ่งสนุกครับ ยกตัวอย่างเช่น ผับไหนยิ่งแน่นคนยิ่งไป บล็อคไหนคนอ่านเยอะคนยิ่งเข้า คนเราเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่โคตรเหงาครับ ดังนั้น ถ้าตั้งปณิธานคนเดียวมันเหงาไป แนะนำให้หาเพื่อนร่วมปณิธาน แต่ถ้าไม่รู้จะไปตะโกนบอกใครว่าปีหน้าฉันจะเปลี่ยนแปลงอะไร กล่องสี่เหลี่ยมด้านล่างของบล็อกนี้ตะโกนได้เต็มที่ครับ แล้วปีหน้ากลับมาดูกันอีกทีว่าทำได้ไหม ถ้าตั้งเป้าหมายสิบข้อ ทำได้สักครึ่งหนึ่งก็น่ายินดีแล้วครับ

 

8)      แบ่งเวลาให้มันน้อยไป

วันหนึ่งๆ เราใช้เวลาเพื่อเรียน ทำงาน เดินทาง เล่น ให้เพื่อน คนรัก ทีวี เฟซบุ๊คส์ โทรศัพท์ กันวันละหลายชั่วโมง จะมีสักชั่วโมงไหมที่เราแบ่งมาให้ตัวเอง จัดสรรเวลาเพียงวันละ 1 ชั่วโมงเพื่อมาทำในสิ่งที่อยากทำ เพียงแค่วันละ 1 ชั่วโมงสั้นๆ เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่เราจะได้ไม่เป็นคนอายุ 30 ที่เสียดายช่วงอายุ 20 หรือคนอายุ 40 ที่เสียดายช่วงอายุ 30 ครับ

 

ยังไงก็ขอให้ทุกคนเปลี่ยนแปลงตัวเองได้สำเร็จตามที่หวังนะครับ เป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้

สวัสดีปีใหม่ สุขสันต์ปีที่ตลกที่สุด สองฮ่าฮ่าฮ่า ครับ:)

Comment

Comment:

Tweet

โดน..นนนค่ะsad smile question

#17 By Zuni on 2012-04-18 11:29

ตั้งแต่จำความได้ ไม่เคยตั้งเป้าว่าจะทำอะไร

ทุกอย่างมันเกิดตามสถาณะการณ์

confused smile confused smile

#16 By ปิยะ99 on 2012-01-07 19:18

สวัสดีปีใหม่ครับพี่!!! ผมก็เปลี่ยนไม่ได้เกือบๆทุกเรื่องเหมือนกัน - -' (เช่น จะทำการบ้านให้มากขึ้น)


ปล.ที่ว่าถ้าผมวาดเก็บผลงานไว้เยอะๆจะได้ตีพิมม์แน่นอนนี่จริงมั้ยครับ!? ผมตกใจมากเลยอ่ะที่พี่บก.มาเม้นต์ในบล็อกผม!!! ตอนนี้พี่ไม่ต้องตอบว่าจริงไม่จริงนะครับ เพราะผมจะพยายามวาดเก็บไว้เยอะๆก่อน พอถึงเวลาที่โอเคแล้วพี่ช่วยแนะนำผมด้วยนะครับ!!!open-mounthed smile

#15 By นางสาวแจ๊ค on 2012-01-06 18:32

ปีหน้าฉันจะ แต่งหนังสือ

ปีหน้าฉันจะแต่้งกวี

ปีหน้าฉันจะแต่งบ้าน

ปีหน้ัาฉันจะัแต่งงาน

^______^

#14 By หนวดหวานเอง on 2012-01-05 08:56

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ..

ขอให้เปลี่ยนแปลงตัวเองสำเร็จเช่นกันนะคะ...

big smile
สวัสดีปีใหม่ ขอให้สุขสดใสครับ (^__^)Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#11 By KAI DYLAN on 2011-12-31 16:21

มีปัญหาอยู่ตรงการจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายน่ะค่ะ ชั่งใจไม่ถูกว่าจะเอาข้อไหนก่อนดี sad smile

งั้นขอตั้งใจว่าจะเป็นคนที่ตัดสินใจเด็ดขาดกว่านี้แล้วกันค่ะ big smile
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#9 By kae on 2011-12-31 01:08

ข้อสุดท้ายของจริงสุด
ไม่มีเวลา

ไม่ขออะไรแล้วครับ
ขอให้เป็นปีที่จะได้ใช้ชีวิตก็พอใจ

Hot!

#8 By iamdozenist on 2011-12-31 00:35

อ่านแล้วรู้สึกว่าตนเองยังขาดความต่อเนื่องในการทำงาน และให้เวลากับสิ่งๆนั้นน้อยเกินไปจริงๆ แต่สิ่งที่สกัดจุดมากที่สุดก็คงเป็นมารผจญนี่ล่ะค่ะsad smile

ขอบคุณสำหรับเอนทรี่ดีดีมีสาระนะคะ cry
Hot! Hot! Hot! Hot!

#7 By บาบิโลน on 2011-12-31 00:06

Hot! เป็นบทความที่ดีมากๆ เลยครับ ขอแค่เริ่มเปลี่ยนแปลงแม้เพียงนิดเดียว แต่องศาของการเปลี่ยนแปลงนั้น เมื่อลากต่อออกไป จะทำให้มีช่วงกว้างที่ห่างออกไปได้ไกลยิ่งขึ้นครับ
จะขยันกว่าเดิมค่ะ แบ่งเวลามาเขียนมาอ่านมากขึ้น ไม่เอาแต่ดูการ์ตูน big smile

#5 By ตรีพันธ์ on 2011-12-30 22:23

ปีหน้าจะไปโคชิเอ็งมั่งเฟ้ย open-mounthed smile

#4 By omega on 2011-12-30 22:13

ไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรไว้มากมาย แต่คิดว่าจะตั้งแบบที่ทำได้แน่ ๆ สักอย่างก็พอเหมือนกัน
Hot! Hot! Hot!

ความคิดเปลี่ยน..

ชีวิตก็เปลี่ยน..

เปลี่ยนเป็นเรื่องดี ๆ ต้อนรับปีใหม่นะครับbig smile big smile
ปีหน้าจะขอกลับไปเป็นคนที่สดใส ร่าเริง เหมือนเดิมอีกครั้งค่ะ big smile สวัสดีปีใหม่นะคะdouble wink

#1 By imagine on 2011-12-30 17:43