ค่า(หา)เรื่อง!

posted on 18 Apr 2012 01:41 by porglon in Books directory Entertainment, Knowledge, Idea


            สำนักพิมพ์ในเมืองไทยนั้นมีหลายไซส์ทั้งเล็กและใหญ่ไม่ต่างจากเบอร์เสื้อ เนื่องจากการตั้งสำนักพิมพ์ไม่ต้องขออนุญาตจากใคร ขอแค่มีเงินทุนจำนวนหนึ่งก็สามารถเปิดสำนักพิมพ์ได้แล้ว

             บางสนพ. ที่ตั้งมานานอาจจะใหญ่มากและมีสำนักพิมพ์ย่อยในเครือหลายสนพ. จนมีบรรณาธิการ ผู้ช่วยฯ กองศิลปกรรม ฝ่ายลิขสิทธิ์ พิสูจน์อักษร และแม่บ้าน ถึง 100-150 คน บางสนพ.อาจจะแค่ขนาดกลางมีทีมงานทั้งหมดประมาณ 30-50 คน ขณะที่บางสนพ.ก็ขนาดเล็กมีทีมงานไม่เกิน 10

            และในยุคนี้ที่งานฟรีแลนซ์ได้รับความนิยม บางสนพ. อาจจะไม่มีออฟฟิศเลยก็ได้ แต่ใช้การจ้าง บก. กราฟิกดีไซน์ และพิสูจน์อักษรฟรีแลนซ์เป็นเล่มๆ ไป

            ดังนั้นการออกหนังสือสักเล่มกับ สนพ. ใดสนพ. หนึ่งจึงแทบไม่เหมือนกันเลย ทั้งระบบจัดการ การโปรโมต ค่าต้นฉบับ การดูแลนักเขียน การจัดงานเปิดตัว การแจกลายเซ็น การปั้น โอกาสในการเขียนเล่มต่อ และอื่นๆ อีกมากมาย

             และเพื่อช่วยให้นักเขียนรุ่นใหม่รู้เท่าทัน สนพ. ก่อนจรดปากกาเซ็นสัญญา 5 ปีก็ควรจะรู้จักขนาดสโมสรที่กำลังจะลงไปวาดลวดลายด้วย จะได้ต่อรองค่าเหนื่อยได้สมน้ำสมเนื้อ ไม่ถูกเอาเปรียบ เพราะถ้าคิดว่าได้ค่าเรื่องเท่ากันทุกทีละก็ คิดผิดมากกก! (เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด จริงๆ!)

 

ซึ่งสำนักพิมพ์ในเมืองไทยแบ่งดิวิชั่นได้คร่าวๆ ดังนี้ครับ

 

1. สำนักพิมพ์ระดับพรีเมียร์ลีก (A)

            สนพ. ระดับนี้ส่วนใหญ่ก่อตั้งมานาน 10-20 ปี มีชื่อเสียง บูทในงานหนังสือใหญ่กว่าชาวบ้าน คนแน่น หนังสือเยอะ แต่ทว่าบางแห่งอาจจะบูทเล็ก แต่ถ้าแฟนคลับเบียดกันจะเป็นจะตายก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ค่าเรื่องตามมาตราฐานที่จ่ายคือ 10% ของราคาปก x จำนวนพิมพ์(ครั้งแรก) 4,000 เล่ม

            คิดง่ายๆ ว่าถ้าหนังสือราคา 200 บาท นักเขียนจะได้ค่าเรื่องเท่ากับ 10%x200x 4,000 = 80,000 บาท

            จุดเด่นของ สนพ. เหล่านี้คือ หนังสือจะมีคำว่า พิมพ์ซ้ำครั้งที่... อยู่บนหน้าปก บางทีก็พิมพ์ซ้ำ 3 ครั้ง หรือ 5 ครั้ง ก็ว่ากันไป ซึ่งทุกครั้งที่พิมพ์ซ้ำ นักเขียนจะได้ค่าเรื่องเพิ่มตามจำนวนเล่มที่พิมพ์เพิ่ม และถ้าหนังสือเจ๋งจริง เขียนเก่ง อ่านสนุก โอกาสพิมพ์ซ้ำ 10,000 เล่มก็สูง เซ็นสัญญากันประมาณห้าปี

            (หมายเหตุ: เท่าที่รู้มาที่ญี่ปุ่นจะพิมพ์ครั้งแรกที่ 10,000-30,000 เล่ม เนื่องจากฐานผู้อ่านกว้างกว่าครับ)

 

2. สำนักพิมพ์ระดับดิวิชั่นหนึ่ง (B)

            สนพ. ระดับนี้จะจ่ายค่าเรื่อง มาตราฐานคือ 8-10% ของราคาปก x จำนวนพิมพ์(ครั้งแรก) 3,000 เล่ม

            สมมติหนังสือราคา 200 บาท นักเขียนจะได้ค่าเรื่องเท่ากับ 8%x200x 3,000 = 48,000 บาท เรื่องเปอร์เซนต์นั้นจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหลายอย่างที่สำนักพิมพ์กำหนดไว้ เช่น อาจจะให้โอกาสเขียนเป็นซีรีย์ ทำเล่มต่อ หรือจะช่วยปั้น บลาฯ ดังนั้นการเรียกร้องเปอร์เซนต์จึงอยู่ที่นักเขียนว่าจะตกลงกันยังไง แต่ข้อสังเกตุคือจะเห็นว่าหนังสือในสนพ.จะไม่ค่อยมีคำว่าพิมพ์ซ้ำครั้งที่... บนปกเลย ดังนั้นโอกาสที่เราจะได้พิมพ์ซ้ำก็มีน้อยมากตามไปด้วย

            (ข้อคิดที่อยากฝากไว้ คือ แจ็ก แคนฟิล นักเขียนชื่อดังชาวอเมริกันและคุณบัณฑิต อึ้งรังษี บอกไว้ว่า สัญญาหรือข้อกำหนดทุกอย่างบนโลกเกิดจากคนกำหนดขึ้น(ทุกวงการ) ดังนั้นจำไว้ว่ามันเปลี่ยนแปลงได้ ขนาดกฎหมายเค้ายังแก้กันได้เลย ดังนั้นถ้ามั่นใจว่าตัวเองมีของดีจริง ไม่พอใจ และไม่โอเค ให้เรียกร้องสิทธิได้ครับ)

 

3. สำนักพิมพ์ระดับดิวิชั่น 2 (C )

            สนพ. ระดับนี้จะจ่ายค่าเรื่อง มาตราฐานคือ 5-8% ของราคาปก x จำนวนพิมพ์(ครั้งแรก) 3,000 เล่ม

            สมมติหนังสือราคา 200 บาท นักเขียนจะได้ค่าเรื่องเท่ากับ 5%x200x 3,000 = 30,000 บาท เรื่องเปอร์เซนต์นั้นจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหลายอย่างเช่นเดิม

            หรือเค้าอาจจะกำหนดสัญญาให้มันยุ่งยากขึ้น เช่น จ่ายก่อนเฉพาะ 1,000 เล่มที่พิมพ์ ค่าเรื่องต่อจากนี้คิดจากยอดขายที่ขายได้     

           

4. สำนักพิมพ์ระดับดิวิชั่น 3 (D)

            สนพ. ระดับนี้จะจ่ายค่าเรื่องแบบเหมาจ่าย แล้วแต่เคสประมาณ 10,000-20,000 บาท เรื่องเหมาจ่ายนี้ให้ระวังในสัญญาอาจจะระบุว่าซื้อขาดด้วย ปีนี้แม้จะ 2555 แล้วแต่ผู้ใหญ่บางคนยังใช้ทัศนคติเมื่อปี 2510 อยู่

 

5. สำนักพิมพ์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกส์ (S)

            สนพ. ระดับนี้เรียกว่าเป็นแรไอเท็มก็ได้ เลยเอามาไว้หลังสุด และมันขึ้นอยู่กับหนังสือบางแนวที่ได้รับความนิยมมากๆ ด้วย หรือเฉพาะนักเขียนบางคนเป็นหลัก ซึ่งสำนักพิมพ์เกรด A และ B เค้าก็สร้างงานระดับนี้ได้เหมือนกัน แต่ไม่บ่อยมากเลยต้องแยกออกมา

            สนพ. เกรดนี้จะจ่ายค่าเรื่อง มาตราฐานคือ 10% ของราคาปก x จำนวนพิมพ์(ครั้งแรก) 10,000 เล่ม สมมติหนังสือราคา 150 บาท (ไม่ใช่ราคา 200 แล้วเพราะกรณีพิมพ์หลักหมื่น ราคาปกจะถูกลงตามระบบอุตสาหกรรม) นักเขียนจะได้ค่าเรื่องเท่ากับ 10%x150x 10,000 = 150,000 บาท!

            ซึ่งในเมืองไทยน่าจะมีนักเขียนระดับนี้อยู่เกิน 30 คน และแต่ละคนก็เขียนงานกันเกิน 20 เรื่องทั้งนั้น ถ้าเอาไปคำนวณคร่าวๆ ก็จะพบว่าเขียนหนังสืออย่างเดียวได้ค่าขนม 3,000,000 บาท ซึ่งเห็นตัวเลขนี้แล้วนักเขียนไทยก็ไม่ไส้แห้งเท่าไหร่นะ

 

6. สำนักพิมพ์ไม่มีผล นักเขียนทำเอง (sssss)

            นี่คือ แรไอเท็มของจริง การจะมาถึงจุดนี้ได้อาศัยหลายอย่างครับเพราะวัฒนธรรมการอ่านของประเทศไทยไม่แข็งแรงและปราบเซียนสุดๆ แล้ว ดังนั้นการจะทำให้ยอดขายทะลุ  100,000-200,000 เล่มนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหนังสือแปลต่างประเทศดังๆ อย่าง แฮรี่ พอตเตอร์ และเดอะซีเคร็ด ยังทำได้เพียงเท่านี้เหมือนกัน  สำหรับนักเขียนไทยที่ขึ้นสู่จุดนี้ได้ก็มีดังนี้ครับ

          ทันตแพทย์ สม สุจิรา (ไอน์สไตน์พบพระพุทธเจ้าเห็น) -งานเขียนเล่มแรกในชีวิต

          ท่าน ว.วชิรเมธี

          คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา

          พี่ ว. แหวน (เป็นอะไรไปความรัก) –งานเขียนเล่มแรกในชีวิต

          คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง (เข็มทิศชีวิต) –งานเขียนเล่มแรกในชีวิต

          คุณดังตฤณ (เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน)

 

          ซึ่งผมก็หวังเหลือเกินว่าภายใน 10 ปีนี้จะมีนักเขียนไทยสักคนที่สร้างสถิติยอดขาย 1,000,000 เล่มแบบที่ญี่ปุ่นหรือเกาหลีได้บ้าง          

          ซึ่งบางทีคนๆ นั้นอาจจะเป็นคุณก็ได้ -ขอให้โชคดีครับ!

 

 

ปล. ตัวเลขต่างๆ คงคลาดเคลื่อนบ้าง แต่น่าจะใกล้เคียงสุดแล้วครับ 

ปล. 2 จะเห็นว่า หนังสือของหมอสมฯ พี่ว.แหวน และคุณฐิตินาท เป็นงานเขียนเล่มแรกในชีวิตของทั้งสามคนครับ

 

Comment

Comment:

Tweet

confused smile

#45 By (49.230.183.237|49.230.183.237) on 2014-08-17 19:26

ผมอยากทำให้ได้ครับยอดขายเกิน1,000,000เล่ม

#44 By tyb. kjun (171.101.45.11|171.101.45.11) on 2014-05-30 19:48

คงต้องลองสู้ดูจริงๆค่ะ พรสวรรค์ไม่มีก็เอาพรแสวงสู้
ไม่ไหวจริงๆถึงจะถอยออกมา ฮ่าๆๆ
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#43 By DESTINYee on 2012-12-24 18:57

ขอบคุณครับ
เพิ่งรู้เหมือนกัน

#42 By ThankJob on 2012-04-26 19:11

ขอบคุณเรื่องราวดีๆนะครับ

#41 By ลมูล on 2012-04-22 01:02

big smile ขอบคุณครับHot!

#40 By Thongmarine on 2012-04-21 15:02

ถึงความจริงจะไม่สวยงามเหมือนที่ฝันไว้

แต่คนมีฝันก็ไม่มีล้มหรอกจริงม่ะ

#39 By ภาพแต่งบ้าน on 2012-04-20 22:51

อยากรู้จังสนพ.ไหนอยู่ระดับไหนบ้าง ที่พอนึกออกแน่ๆคือพวกระดับ A เอง open-mounthed smile

#38 By [ Sai ];charot on 2012-04-19 22:05

ข้อมูลดีจังครับ ยิ่งทำให้อยากเขียนให้ดีขึ้นเรื่อยๆHot!

#37 By GUMBEAR on 2012-04-19 19:12

เปิดร้านหนังสือเองนี่ยากไหมคะ อยากเปิดบ้างจัง

#36 By perfume on 2012-04-19 09:42

อ่านแล้วเห็นใจนักเขียนที่อยู่ในสำนักพิมพ์ระดับดิวิชั่น 3 จังค่ะ sad smile

ว่าแต่ แฮร์รี่พอตเตอร์ฉบับแปลไทย ขายได้เท่าไหร่คะ embarrassed
เจ็บปวดดีจริง ๆ

#34 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2012-04-19 06:51

อ่านแล้วท้อเหมือนกันนิ

#33 By เจ้าชายน้อย on 2012-04-19 01:46

ถ้ามีพรสวรรค์เป็นทุนอยู่แล้ว บวกความอึดถึกควาย ความสำเร็จก็จะได้มา ผมคิดว่าแบบนี้นะ big smile big smile

#32 By calm space on 2012-04-19 01:10

Hot! Hot! ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ

#31 By จ่าไก่ on 2012-04-18 23:48

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#30 By Pupha on 2012-04-18 21:16

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ มีประโยชน์มากๆ เลย
Hot! Hot! Hot!

#29 By ตรีพันธ์ on 2012-04-18 21:09

ขอบคุณมากค่ะ ไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้มาก่อนเลยจริงๆ โดนส่วนตัวมีเพื่อนที่เคยตีพิมพ์หนังสือกับสำนักพิมพ์เล็กๆ 2 เล่ม เห็นเพื่อนคิดหนักก่อนตีพิมพ์ก็ไม่รู้จะแนะนำยังไง ตอนนี้พอรู้บ้างแล้ว ฮี่ๆ :)

#28 By @khaifak on 2012-04-18 20:39

ช่างเปรียบเทียบสำนักพิมพ์กับฟุตบอลลีก
สอง ฮ่าๆๆ
Hot! Hot! Hot!

#27 By Nirankas on 2012-04-18 20:03

ผลตอบแทนที่ได้ก็ถือว่าไม่ใช่น้อยๆเลยทีเดียว
แต่ในขณะเดียว งานเขียนก็ต้องมีคุณภาพด้วย จึงจะสามารถครองใจผู้อ่านได้

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#26 By K ToKa on 2012-04-18 20:02

ญี่ปุ่นเค้าอ่านหนังสือกันจริงจังจริงๆ และหนังสือเค้าก็เยอะจริงๆคะ ราคาพ๊อตเกตบุ๊คมันไม่แพงด้วยท่าเทียบกับค่าครองชีพแล้ว เพราะงั้นมันเลยซื้อได้บ่อยๆ ตอนนี้ก็ดีใจที่หนังสือไทยหลากหลายขึ้นและคนไทยก็อ่านหนังสือกันมากขึ้นเยอะนะคะ big smile Hot! Hot! Hot!

#25 By Bluemood Manga and CG on 2012-04-18 19:48

ขอบคุณมากครับ

ของผมคงต้องดิวิชั่นแบบแรร์ คือทำเอง ขายเอง 555+ Hot! Hot! Hot!
ประเทศอื่นเค้าอ่านหนังสือกันมากจริงๆ
จนเราต้องมาคิดว่า ในขณะที่เค้าอ่านกัน เรานั่งทำอะไรอยู่นะ

บางทีก็เบื่อกับชีวิตวุ่นวาย จนอยากจะหนีไปที่ไหนสักแห่ง แล้วก็เขียนๆๆๆไปเรื่อยๆ อย่างน้อยเราคนนึงละที่ได้อ่านผลงานตัวเอง

Hot! Hot! Hot! Hot!

#23 By จับฉ่าย on 2012-04-18 19:34

คุณพี่อย่าลืมประเภทเหมาจ่าย ก้อนเดียวจบด้วยนะคะ ฮ่าๆ จะว่าเศร้าก็เศร้า เหมือนเราขายบ้านทิ้งเลย แต่จะว่าคุ้มก็คุ้ม เพราะยังไงซะสนพ.ก็ไม่มีทีท่าว่าจะพิมพ์เพิ่มอยู่แล้ว (เอ่อ เศร้าหนัก)

เอามาแฉ เอ้ย เขียนเรื่องเกี่ยวกับวงการหนังสืออีกเยอะๆ นะคะ ชอบค่ะ (พยายามจะคอมเม้นหลายรอบแล้ว แต่อ่าน captcha ไม่ออก เอ่อ สงสัยจะต้องรีบไปสมัครสมาชิก exteen กับเขาเสียที)

ป.ล. อยากรู้รายได้นักเขียนแถบตะวันตกจังเลย คุณพี่พอจะทราบไหมคะ เดาเอาว่าเฉลี่ยนเบาๆ น่าจะหลักแสนอยู่นา (แสนบาทน้า ไม่ใช่แสนUS Dollar ฮ่าๆ)

ป.ล.2 อยากให้คนไทยอ่านหนังสือกันเยอะกว่านี้อีก หนังสือที่ว่าขายดีมากๆ แล้วยังขายได้หลักแสนเล่ม ลองคิดดูอัตราส่วนต่อประชากรไทยแล้วช่างน่าเศร้านัก (ลองคิดว่ายืมกันอ่านเฉลี่ยแล้วก็น่าจะสักเอาเลข2-3คูณ...) แปลว่าประเทศนี้มีอัตราการอ่านหนังสือออกน้อย หรือว่าคุณภาพชีวิตไม่ดีพอที่จะมีเวลาอ่านหนังสือ หรือ ไม่ชอบอ่านหนังสือกันจริงๆ กันแน่น้า

#22 By ความลับ :) (58.9.253.232) on 2012-04-18 19:04

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ Hot!

#21 By PunPrai on 2012-04-18 14:28

ขอบคุณครับ

ฝันไม่ไกลแค่

30 ใน 70ล้านbig smile

#20 By ของชำร่วย (101.51.12.139) on 2012-04-18 14:22

นอกจากจะเขียนให้สนุกแล้ว
ต้องหาข้อมูลให้มันถูกต้องด้วย
แถมยังต้องมีความรู้เรื่องสัญญามากๆ
เป็นนักเขียนนี่ลำบากไม่ใช่น้อย =w=
Hot! Hot! Hot! Hot!

#19 By GOD on 2012-04-18 13:59

สุดยอดครับ open-mounthed smile confused smile Hot! Hot! Hot!
อ่านแล้วได้ความรู้ในวงการนี้อีกเยอะเลยครับ

ผมคงต้องมาอ่านบล็อกนี้บ่อยๆ เพื่อเติมเชื้อไฟ
เดี๋ยวกลับไปอ่านเอ็นทรี่เก่าๆด้วยครับ


ขอบคุณครับที่เอาความรู้ดีๆมาลงให้อ่านเสมอๆ surprised smile

#18 By บุรุษนิรนาม on 2012-04-18 12:27

เข้าใจเปรียบเทียบมากๆ เลยครับ cry Hot!

#17 By CGshelf on 2012-04-18 12:18

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ

#16 By BeNbEn on 2012-04-18 11:55

Hot! Hot! Hot!
ไม่ว่าอาชีพไหน เงินก็หาไม่ง่ายเหมือนกันเลยนะคะ!
ตอนแรกคิดว่า น่าจะได้ครึ่งๆ กับราคาหนังสือเสียอีก sad smile

#15 By กุ๊กๆๆ_____,,* on 2012-04-18 11:48

โอ้เป็นความรู้ใหม่ที่ดีมากๆเลยค่า
เป็นกำลังใจให้คนทำหนังสือทุกคนนะคะ
ขอให้ทำหนังสือเจ๋งๆออกมาได้เยอะๆ
คนไทยจะได้อ่านหนังสือกันมากขึ้นด้วย
Hot! Hot!
เป็นเช่นนี้นี่เองงงง ...
Hot! Hot! Hot! หนุก หนุก

#12 By วิชัย... on 2012-04-18 11:00

โอ้ว กระจ่างเลย เคยสงสัยมานานว่าเค้าได้กันเท่าไรกัน ขอบคุณมากค่าคุณกอล์ฟ double wink Hot! Hot! Hot!

#11 By ..KaTeLaDa.. on 2012-04-18 10:56

Hot! เป็นประโยชน์ครับ
โอ วงการหนังสือเค้าคิดค่าเรื่องกันอย่างนี้เอง

Hot! Hot! Hot!

#9 By lunatic_girl on 2012-04-18 10:42

ขอบคุณนะครับ สำหรับข้อมูลดี ๆ อย่างนี้

จะได้แฟร์ ๆ ทั้งนักเขียนและ สนพ เนอะ Hot!

#7 By นายอุ๊ย!! on 2012-04-18 10:24

เป็นข้อมูลความรู้ที่น่าสนใจ
และควรจะรู้มากๆ เลย
ขอบคุณนะคะพี่กอล์ฟbig smile
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#6 By : : p l o y d : : on 2012-04-18 10:19

Hot! Hot! Hot! Hot!

#5 By herepad on 2012-04-18 10:17

Hot! Hot! Hot!

#4 By หนวดหวานเอง on 2012-04-18 10:06

Hot!เรื่องต้องรู้สำหรับนักเขียน Hot!

#3 By wesong on 2012-04-18 08:51

คนญี่ปุ่นมี เป็นร้อยล้านคนด้วยแหละ

คิดยังไงก็ ...นะวงการนี้ ถ้าไม่เจ๋งจริงๆ เมพมากๆ
ไม่มีเจ๊ดัน ป๋าดัน
รอ ลูกเดียว ระหว่างรอ ต้องกินข้าวด้วยหนิsad smile

สู้ๆละกันนะใครอยากเป็นนักเขียน เราขอบายquestion ไม่มีฝีมือ ไม่มีพรแสวง ไม่ความพยาม ไม่มีความอดทน ไม่มีความมุ่งมั่น ไม่มีวิสัยทัศน์ในด้านนี้เจงๆ สาดดด
กับค่าเรื่องที่นับเป็นเปอร์เซ็นต์ บางทีมันก็ดูน้อยจริงๆ ต่อหนังสือหนึ่งเล่มที่คนเขียนลงทุนทำอย่างหนัก บางเล่มบางเรื่องดูแล้วกว่าจะรวบรวมข้อมูลมาเขียนได้ สาหัสเหมือนกันครับ
อยากให้มีฐานคนอ่านเพิ่มขึ้นจัง
แล้วก็อยากให้มีนักเขียนที่รักงานเขียนหน้าใหม่โผล่มาผลิตงานชั้นดีให้อ่านอีก
เดี๋ยวผมเริ่มเขียนบ้างละ เผื่เป็นหนึ่งในนักเขียนระดับท๊อปquestion
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By บีชบอย on 2012-04-18 02:56