“ถ้าคุณอยากเข้าใจปัจจุบัน คุณต้องค้นหาวันวาน”

เพิร์ล เอส.บั๊ก 

  

การค้นหาตัวเองเป็นสิ่งที่ไอดอลทั่วโลกเน้นย้ำในเรื่องนี้อยู่เสมอ สิ่งแรกที่ควรทำในการค้นหาตัวเองให้เจอคือการอยู่เงียบๆ เพื่อพูดคุยกับตัวเอง สำรวจว่าเราเป็นใคร มาจากไหน และต้องการจะไปที่ใด รวมถึงต้องการอะไรในชีวิต มองย้อนกลับไปในตัวตนว่าเราชอบ รัก หรือสนใจอะไรเป็นพิเศษ อยากอยู่กับการงานและวิถีชีวิตแบบไหนไปตลอดชีวิต ชอบพบปะผู้คน ชอบค้าขาย ชอบบัญชี ชอบตรวจสอบ ชอบเจรจา ชอบวาดรูป ชอบเขียนหนังสือ ชอบวางแผน หรือชอบอะไรสักอย่างที่คิดว่าใช่ ให้ลองถามตัวเองอย่างซื่อตรงโดยไม่มีข้อแม้

ซึ่งหลายครั้งสิ่งที่เราอยากทำมากที่สุดในชีวิตมักจะเป็นความรู้สึกประทับใจเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก เช่น การกินขนมอร่อยๆ บางชิ้นในวัยเยาว์แล้วรู้สึกตัวเบา การอ่านหนังสือการ์ตูนที่ทำให้หัวเราะหรือร้องไห้ ภาพวาดเล็กๆ บนผนังที่เห็นแล้วอิ่มใจ เพลงจากวิทยุที่มีเนื้อหาลึกซึ้ง หนังบางเรื่องที่กระตุ้นต่อมจินตนาการและให้ข้อคิด ฯลฯ เป็นความรู้สึกประทับใจเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต เพียงแต่ว่าเราหลงลืมมันไป ถูกค่านิยมของสังคมและความเป็นผู้ใหญ่ซ่อนไว้จนหาไม่เจอ

ผมคิดว่าการค้นหาตัวเองให้เจอผ่านวัยเยาว์นี้น่าจะอธิบายผ่านการ์ตูนวันพีชได้ดีที่สุด เพราะตัวละครเก้าตัวบนเรือโกอิ้งแมรี่ (ปัจจุบันคือ เทาวน์ซันซันนี่) ต่างใช้วัยเยาว์ของตัวเองเป็นเชื้อเพลิงในการเติบโตและผลักดันตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้า

ลูฟี่ กัปตันเรือที่อยากแข็งแกร่ง เพราะคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ต้องเสียแขนไปในวันที่เขาอ่อนแอ

โซโล รองกัปตันเรือที่อยากเป็นนักดาบที่เก่งที่สุดเพราะสัญญากับเพื่อนสาวที่ตายไปไว้

 ซันจิ พ่อครัวที่อยากตามหาออลบลู แหล่งรวมพันธ์ปลาในตำนานแทนผู้มีพระคุณ

ชอปเปอร์ แพทย์ประจำเรือที่อยากเป็นหมอเพราะต้องการสืบทอดปณิธารของคนที่เคยเลี้ยงเขา

นามิ ต้นหนที่ต้องการเก็บเงินซื้อเกาะของคุณเบลเมลคืนจากเหล่าอันธพาลเงือก และอยากเขียนแผนที่โลกให้สำเร็จ

อุซุป พลแม่นปืนผู้ขี้ขลาดแต่อยากเป็นโจรสลัดที่เก่งแบบพ่อเพื่อเอาชนะใจตนเอง

นิโคโรบิน ลูกเรือที่อยากเป็นนักโบราณคดีเช่นเดียวกับแม่เพื่อตามหาประวัติศาสตร์ที่แท้จริง

บรู๊คโครงกระดูกเอฟโร่ผู้ไม่ยอมตายเพราะสัญญาไว้ว่าจะกลับไปหาปลาวาฬลาบูนที่ทิ้งไว้ที่ทางเข้าแกรนไลน์

และแฟรงกี้ช่างต่อเรือสุดเกรียนที่อยากสร้างเรือที่ไปได้ทุกที่

ทุกคนต่างรู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไรและอยากไปที่ไหน พวกเขาทั้งเก้าคนเริ่มต้นจากระดับธรรมดา เผชิญหน้ากับอุปสรรคครั้งแล้วครั้งเล่า ต่อสู้กับปัญหาที่ใหญ่เกินตัว เจอกับผู้ยิ่งใหญ่ที่บอกปฏิเสธและไล่ให้กลับหลังไปเสมอ หลายครั้งพ่ายแพ้ หลายครั้งร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม เจ็บปวดจนลุกไม่ขึ้น ทว่าเศษเสี้ยวแห่งความคิดที่บอกว่าเป้าหมายยังอยู่อีกไกลจะยอมตายที่นี่ไม่ได้ ทำให้ใจที่อยากหยุด อยากจะหนี อยากจะล้มเลิก ค่อยๆ ลุกขึ้นจากบ่อโคลนแห่งความผิดหวัง แล้ววิ่งเข้าใส่ปัญหาตรงหน้าด้วยร่างกายที่บอบช้ำครั้งแล้วครั้งเล่า มีใจที่ไม่เคยท้อเป็นเพื่อน จนในที่สุดก็ใช้สติปัญญาและการฝึกฝนที่มากพอ ก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้นได้สำเร็จ

เรื่องราวเต็มไปด้วยการเดินทางตามหาความฝันโดยไม่อินังขังขอบต่อสิ่งใดของตัวละคร ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านได้มากมาย มันช่วยดึงความเชื่อ สัญชาตญาณ และศักยภาพอันเต็มเปี่ยมที่ซ่อนอยู่ในตัวเราออกมา บอกเราว่าทุกสิ่งเป็นไปได้ ทุกครั้งที่ผมอ่านการ์ตูนเล่มนี้จึงเข้าใจได้ดีว่า ทำไมมันถึงสร้างยอดขายถล่มทลายที่ญี่ปุ่นได้สำเร็จ

ทว่าผมคิดว่าคงมีผู้ใหญ่หลายคนอาจแย้งว่า “โธ่เอ๊ย มันก็แค่การ์ตูนไร้สาระจะเขียนอะไรก็ได้ ให้เอามาใช้ในชีวิตจริงคงไม่ได้หรอก”

สำหรับคำถามนี้ผมตอบได้ไม่ยากครับ สำหรับวันพีชที่ อ.เออิจโร่ โอดะ เขียน ผมถือว่าเป็นตัวแทนทัศนคติและการทำงานของเขา ถ้าอยากเรียนรู้ก็ให้เรียนรู้ผ่านชีวิตของเขาที่อยากเป็นนักวาดการ์ตูนเหมือนเด็กญี่ปุ่นอีกเป็นล้านคน อ. โอดะ ในวัย 19 ปีได้มาสมัครทำงานเป็นผู้ช่วยของผู้เขียนซามูไรพเนจร ระหว่างนั้นก็เขียนผลงานส่งเข้าประกวดด้วยหลายเรื่อง (หนังสือแปลไทยชื่อ WANTED) ทว่าหลายเรื่องที่วาดก็ไม่โดนนัก จนเมื่อจุดหนึ่งที่แกหยิบเรื่องราวของโจรสลัดที่ตัวเองชอบมาเขียนดู ก็กลายเป็นต้นฉบับร่างแรกของวันพีชขึ้นมาจนได้

จะเห็นว่าการที่อ.โอดะ ค้นหาวัยเยาว์ของตัวเองเจอได้เป็นก้าวแรกสู่ความฝันที่ยิ่งใหญ่ของเขา ไม่นับในช่วงเวลานั้นที่แกฝึกฝนฝีมือตัวเองทุกวันผ่านการทำงานเป็นผู้ช่วย ซึ่งกินเวลาทั้งหมดในชีวิตไปอยู่แล้ว ทว่าก็ยังเอาวันพักผ่อนมาเขียนการ์ตูนของตัวเองอีก ซึ่งคงจะมีเพียงความรักในสิ่งที่ตัวเองรักจริงๆ เท่านั้น ที่จะมอบพลังที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ให้เกิดขึ้นได้

และผมเชื่อว่าเวลา 14 ปีในการเขียนการ์ตูนเรื่องเดียวทุกสัปดาห์โดยไม่หายไป พิสูจน์สิ่งที่ อ.โอดะ เขียนไว้ในวันพีชได้เป็นอย่างดี ถึงเรื่องการต่อสู้ การฝ่าฟันอุปสรรค และความพยายาม เพราะในระหว่าง 14 ปีของการเขียนผมเชื่อว่า อ.โอดะ เจออุปสรรคหลายครั้งหลายครา โดยเฉพาะหลังจบศึกสุดมันส์กับครอกโคไดน์ที่อลาบัสต้าแล้วเดินทางไปยังเกาะบนท้องฟ้า นักอ่านที่มีประสบการณ์หลายคนต่างเชื่อว่า อ.ได้ออกทะเลไปอย่างกู่ไม่กลับแล้ว เพราะขึ้นไปสู้กับเทพเอเนลูนานมากกก (ประมาณเกือบสองปีในชีวิตจริง) แถมช่วงนั้นเรื่องเริ่มยืด และรวมเล่มประมาณ 30 เล่มในเวลานั้นมักจะเป็นจุดจบของการ์ตูนดังของรุ่นพี่หลายๆ เรื่อง เพื่อนผมถึงขนาดเอาวันพีชมาทิ้งให้อ่านที่คณะยกชุด และในเวลานั้นที่ร้านมือสองเราจะเห็นวันพีชวางกองเป็นตับ

ทว่าหลังจากที่กลุ่มโจรสลัดหมวกฟางกลับลงสู่ทะเลแล้วเข้าสู่แก่นหลักของเรื่องได้ ณ เมืองวอร์เตอเซเว่น / การต่อสู้กับ CP9 / เฉลยปมหลักของนิโคโรบิน และการบอกลาครั้งสุดท้ายของเรือแมรี่ก็ทำให้นักอ่านส่วนใหญ่เสียน้ำตากันเป็นลิตร ส่วนตัวผมคิดว่าถึงแม้ส่วนใหญ่จะร้องไห้เพราะอินกับเนื้อเรื่อง ทว่าเชื่อเหลือเกินว่า สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการร้องไห้ของนักอ่านจำนวน 52 ล้านคนที่ญี่ปุ่น และอีกกว่าแสนคนที่ไทย เพราะนักอ่านสัมผัสได้ถึงพลังใจ ความพยายาม ความทุ่มเท ความรัก ของอ.โอดะ ที่หลั่งไหลออกมาจากหนังสือทุกหน้า

จากเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่อยากเป็นนักวาดการ์ตูนเหมือนคนอื่นๆ ทั่วไป พออายุ 19 ปีก็มาสมัครเป็นผู้ช่วยนักวาดการ์ตูน โดยไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ลงมือวาดการ์ตูนของตัวเองหลังเลิกงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า ค้นหาตัวเองจนเจอเป็นครั้งที่สอง(ในเรื่องความชอบเกี่ยวกับโจรสลัด) แล้วก็ทำงานอย่างตั้งใจ วางโครงเรื่องเป็นอย่างดี ใส่รายละเอียดมากมายลงไปในงาน ฝ่าฝันทุกอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต และยังคงทำงานที่รักต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุดพัก แม้วันนี้จะกลายเป็นนักเขียนการ์ตูนอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นแล้วก็ตาม

ผมคิดว่าชีวิตของ อ.โอดะในตอนแรก ก็คงเป็นเหมือนลูฟี่ในตอนแรกที่ไม่มีใครรู้จักเช่นกัน ครั้งนั้นเด็กหนุ่มไม่มีค่าหัว มีความสามารถที่ดูน่าตลกคือร่างกายเป็นยางยืด ต้องต่อสู้ ฝ่าฟันอุปสรรค และพิสูจน์ตัวเอง จนค่อยๆ มีค่าหัวเพิ่มขึ้น จาก 0 เป็น 15 ล้าน  จาก 30 ล้านเป็น 100 ล้าน และสูงถึง 300 ล้านตามลำดับ เช่นเดียวกับการโด่งดังของ อ.โอดะ ที่เริ่มจากศูนย์(เหมือนการ์ตูนใหม่เรื่องอื่นๆ) และค่อยๆ เพิ่มขึ้นทุกปี ยอดขาย 52 ล้านเล่มที่ญี่ปุ่นในปีล่าสุดนั้นมันไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากความรัก ความสามารถ ความเพียรพยายาม ความสม่ำเสมอ และการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง(วันพีชมีความหลากหลายของศาสตร์หลายแขนง) รวมถึงความมั่นใจ และความศรัทธาในเส้นทางที่ตัวเองเลือกเดิน

ซึ่งบางทีการค้นหาตัวเองจนเจอก็ตอบแทนสิ่งดีๆ กลับมาเหมือนกัน

 

Comment

Comment:

Tweet

เขียนได้ดีจริงๆเลยค่ะ แทงใจคนชอบวันพีชจังๆเลย

#25 By Fai (171.7.63.204|171.7.63.204) on 2014-01-11 12:38

วันพีขอย่าเพิ่งจบน่ะคร่ะ 
ชอบมากเลยวันพีชอ่ะconfused smile

#24 By พลอย (103.7.57.18|183.89.79.132) on 2012-11-09 17:32

น้ำตาไหลค่ะ รู้สึกว่าตัวเองยังมีความพยายามไม่เพียงพอจริงๆ

#23 By BlackTea on 2012-08-28 18:47

อืม ชอบๆครับ

#22 By panee on 2012-07-19 23:51

สุดยอดครับ

#21 By siriwat (103.7.57.18|119.46.184.44) on 2012-07-03 16:06

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! ขอบคุณสำหรับเอนทรี่ดีๆที่มีให้อ่านอยูเนืองๆค้าบ^^

#20 By herepad on 2012-06-01 12:12

เป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้สู้ชีวิตและฝ่าฝันต่ออุปสรรคและขวากหนามได้ดีทีเดียวครับ big smile Hot! Hot! Hot!

#19 By บุรุษนิรนาม on 2012-05-28 01:52

Hot! Hot! Hot!
อีกเรื่องที่ผมอยากแนะนำเลย SPACE BROTHERS สนพ. VBK ครับ เรื่องนี้เองก็เล่าถึงความฝันและความพยายามไว้อย่างดีเหมือนกันครับ
อยากให้ทุกๆคนได้ทำในสิ่งที่ชอบและรักทั้งในชีวิตส่วนตัวและในชีวิตการงาน อยากให้ทุกคนมีความสุขจริงๆเลยครับ confused smile
สู้ๆ เราก็สู้ด้วยเช่นกัน big smile Hot!

#17 By ตรีพันธ์ on 2012-05-23 21:19

อ่านแล้วทำให้นึกถึงหน้าของอ.ตอนกำลังวาด แล้วก็ฉากต่างๆในการ์ตูน เกือบน้ำตาไหลเลย Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#16 By omega on 2012-05-23 16:40

*14
คุณ Pakatuen เอาไปลงได้ตามสบายเลยครับbig smile
ขออนุญาตนำ บทความไปลงในเพจ ได้มั๊ยค่ะ (จะลงเครติด ท้ายบทความด้วย)

#14 By Pakatuen (103.7.57.18|223.205.126.3) on 2012-05-22 15:02

รักอ.โอดะ และวันพีซมากค่ะ สุดยอดด!!!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#13 By Deciso on 2012-05-22 10:10

เพิ่งรู้ว่าอาจารย์โอดะแกเริ่มวาดการ์ตูนตอนอายุสิบเก้า แม้จะเริ่มจากการเป็นผู้ช่วยก็เถอะ
การ์ตูณที่ผมชอบที่สุดเลยครับสำหรับเรื่องนี้
ไม่เคยเบื่อจริงๆ
(: Hot! Hot! Hot! Hot!

#11 By 9'Ped on 2012-05-21 21:16

ผมรักการ์ตูนเรื่องนี้มากครับ มันสอนผมหลายอย่างมากมายนัก ติดตามมาโดยตลอด หัวเราะร้องไห้กับเนื้อเรื่องที่ดำเนินไป ได้สิ่งดีดีมาปรับใช้ได้เยอะเลย โดยเฉพาะเรื่องการกำหนดเป้าหมายHot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#10 By iclever1986 on 2012-05-21 18:39

ไม่เคยอ่านเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ เคยดูบางตอน แต่ก็เข้าใจ(คิดว่านะ ฮ่า)สิ่งที่ต้องการจะสื่อ

เพราะรู้สึกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือเป้าหมายที่ตัวเองต้องการจริงๆ ถ้าไม่มี หาไม่เจอหรือเป้าหมายถูกบิดเบือนจากสิ่งต่างๆแล้ว ถึงจะเก่งยังไงมันก็อาจจะไปผิดทางได้ สุดท้ายก็ไม่มีความสุข เท่ากับที่ทำมาทั้งหมดอาจจะไร้ความหมายสำหรับตัวเอง
ซึ่งการจะหาเป้าหมายให้เจอส่วนหนึ่งคือต้องเข้าใจตัวเอง อย่างที่บอกในเอนทรี่เลยค่ะ ต้องเข้าใจว่าเราเป็นยังไง ต้องการอะไร จากนั้นถึงจะเริ่มได้ว่าจะไปให้ถึงตรงนั้นยังไง และการจะเข้าใจได้ก็คือต้องใช้เวลาอยู่กับตัวเอง...

แต่ถึงเข้าใจหลักการนั้น มันก็ไม่ได้ทำง่ายอย่างว่า ทุกวันนี้ก็ยังต้องงมหากันต่อไป กันไม่ให้อนาคตเราออกทะเลค่ะ!

#9 By fahmai on 2012-05-21 17:10

อาจารย์โอดะสุดยอด T^T
Hot! Hot! Hot! Hot!

#8 By GOD on 2012-05-21 15:52

ไปบวชมั้ยท่าน มาสเตอรพอกลอน

#7 By Kapongpang on 2012-05-21 14:47

ไม่เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ แล้วก็สงสัยมาตลอดว่าทำไมมันดังได้ดังดี วันนี้ได้คำตอบแล้วคะbig smile Hot! Hot! Hot!

#6 By Bluemood Manga and CG on 2012-05-21 11:39

การ์ตูนเรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เราหลายๆ อย่างนะ
ทั้งเรื่องความมุ่งมั่นสู่ฝัน แล้วก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เราชอบทะเลมาตั้งแต่เด็กๆ
สาเหตุที่เลือกเรียนวิทย์ทะเลก็เพราะชอบวันพีซนี่แหละopen-mounthed smile

#5 By ผีถั่วพเนจร on 2012-05-21 10:56

ค้นหาตัวเองให้เจอ
มองไปรอบๆ
สู้ต่อไป
สอง ฮ่าๆๆ
big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot! Hot!

#4 By Nirankas on 2012-05-21 08:30

Hot! Hot! Hot!

การกำเนิดของวันพีช..

อาจมีเหตุผลอีกหลายอย่างที่คาดไม่ถึง..

ราวกับแขนที่ยืดยาว..

ที่ไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดลง ณ ที่แห่งใดconfused smile confused smile
เค้าก็ชอบอยู่กับตัวเองเหมือนกัน ตอนอาบน้ำแม่ชอบบอกว่าอย่าพูดคนเดียวในห้องน้ำsad smile มันเหมือนคนนบ้า
เค้าชอบอยู่กับเพื่อนๆ แฟนembarrassed question พี่แม่พี่น้อง หมาแมวครอบครัวด้วยเหมือนกัน ..มันดีคนละแบบbig smile
;
เอ๊ะ e นี่ยังไงเนี่ยembarrassed sad smile
พูดไม่ออก
big smile big smile Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By ฺBANK500 on 2012-05-20 23:49