สัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสฟังสนทนาแชร์ประสบการณ์งานเขียนของพี่หนุ่มโตมร (บก.นิตยสาร GM) กับ พี่ต้น อนุสรณ์ ติปยานนท์ (มูราคามิเมืองไทย) ร่วมกับคนหนุ่มสาวอีกประมาณ 50-60 คน การพูดคุยเป็นกันเองตั้งแต่แรก มีแนวคิด มุมมอง และประสบการณ์ที่น่าสนใจหลายอย่าง…

 

            พี่หนุ่มกับพี่ต้น พูดเรื่องคนหนุ่มสาวที่อยากเป็นนักเขียนที่ได้พบเจอบ่อยๆ คือ หนึ่ง ประเภทที่มั่นใจเกินไป กับ สอง ประเภทที่ไม่มั่นใจเลย

            กลุ่มแรกนั้นมั่นใจในตัวเองเกินกว่าผลงาน ไม่รับฟังคำติชมใดๆ แม้ผลงานจะต้องปรับปรุงก็คิดว่าดีแล้ว

            ส่วนกลุ่มที่สองนั้นตรงข้าม คือ ไม่มั่นใจอะไรเลย  เขียนงานดีหรือไม่ดีก็ไม่มั่นใจ วิจารณ์นิดเดียวก็อาจหมดกำลังใจได้

            เรียกว่าเป็นคนสุดโต่งไปคนละด้าน อยากจะให้กลุ่มแรกหัดตั้งคำถามและสงสัยในงานตัวเองบ้าง อย่ามั่นใจในตัวเองเกินไป ส่วนกลุ่มที่สองฝึกมั่นใจในตัวเองหน่อย

            หาทางสายกลางให้เจอ

 

            พี่หนุ่มพูดเสริมเรื่องข้อดีและข้อเสียของคนหนุ่มสาว ข้อดีคือ คนหนุ่มสาวมีพลังจนล้นปรี่ แต่ข้อเสียคืออาจจะเมามันส์กับการเขียน และการใช้ภาษามากเกินไป ไม่รู้จักจักเลือกเฉพาะสิ่งที่สำคัญจริงๆ

            นักเขียนระดับโลกนั้นเวลาเขียนเสร็จ 100% จะตัดทิ้ง 30% คงเหลือไว้ 70% เพื่อให้งานกระชับกลมกล่อมขึ้น ยกตัวอย่างนักเขียนไทยรุ่นใหญ่อย่างคุณอาจินต์ ปัญจพรรค์ จะเลือกใช้คำเรียบง่าย สื่อความหมาย สั้นและกระชับ

            พี่หนุ่มเสนอว่านักเขียนที่ดีต้องหาสมดุลตรงนี้ให้เจอ

 

            จุดนี้ทำให้ผมนึกถึงคริสเตียนโน่ โรนัลโด้ ตอนย้ายมาอยู่แมนยูสองปีแรก เขาจะห่วงบอล เลี้ยงและสับขาหลอกอยู่คนเดียวจนทำให้ทีมไม่ได้จบสกอร์สักที เพราะผู้เล่นฝั่งตรงข้ามมีเวลาลงมารับแบบสบายๆ แต่หลังจากที่เขาเลิกเล่นเพื่อตัวเอง หันมาเล่นเพื่อทีม แมนยูก็กลับมาน่ากลัวอีกครั้ง

 

            ห้านาทีของการบรรยายผ่านไป ผมหันไปมองน้องป่านกราฟิกรุ่นน้องที่นั่งข้างๆ กำลังจดข้อความลงสมุดยิก ผมนึกไม่ออกเลยว่าประสบการณ์เขียน 10-20 ปีของทั้งคู่ ที่จะบอกเล่าในอีก 1 ชั่วโมง 55 นาทีข้างหน้า จะยอดเยี่ยมขนาดไหน

 

 

 

 

บันทึก: การอ่านหนังสือและการฟังเป็นการเรียนรู้ที่ดีจริงๆ นะ

          : ภาพพี่หนุ่ม โตมรจาก http://www.bangkokvoice.com/2011/07/20/onward/

             ภาพี่ต้น จาก http://www.praphansarn.com/new/c_talk/detail.asp?id=186

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot!

#28 By แสงจันทร์ on 2012-07-19 23:20

มีเนื้อหาคล้าย the 11th line แต่เข้าลึกถึงการเขียน
(อ่านแค่เอนทรีเดียวน่ะ อิอิ)
สวัสดีครับ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

#27 By Live a Live on 2012-06-25 22:00

Hot! Hot! Hot! big smile

#26 By คนไทเลย on 2012-06-23 11:21

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#25 By asia on 2012-06-21 19:30

Hot! Hot! Hot!  มีประโยชน์มากค่ะ เห็นภาพเลยแฮะbig smile

#24 By Dhammapanja on 2012-06-18 17:20

อยากเขียนเก่งบ้าง แต่เวลามานั่งเขียน จะเิอื่อยมาก ไม่รู้จะเอาอะำำไีรมาเขียนดีค่ะ มันเห็นอยู่ทุกวัน แล้วมีึคำพูดอยู่ในหัวมากมาย จนไม่รู้จะเอามุมไหนมาเล่าดี  อ่านก็เยอะแบบผสมกันไปหมด จนไม่รู้ว่าอันไหน จริงอันไหนจิตนาการ หรือแค่ความคิด ที่สำคัญ อยากเขียนให้คนไทยอ่าน แต่ไม่รู้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ชอบมุมไหน แนวไหน ณ.ตอนนี้ sad smile สรุป ยากจังค่ะ ไ่ม่มั่นใจว่าเอาดีทางนี้ได้ด้วย เพราะเป็นคน ไม่ค่ิอย สุงสิง อ่านอย่างเดียว
nokmeister

#23 By Travel in Paris style Au-Pair on 2012-06-18 17:03

ไม่เยิ่นเย้อ กระชับ ได้ใจความ big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot!

#22 By บุรุษนิรนาม on 2012-06-18 05:44

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆครับ confused smile ddcry b Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
เป็นคนประเภทที่สองค่ะ TT
แต่งๆก็กลัวไปตลอดไม่เคยมั่นใจเลย
เป็นเอนทรีที่มีประโยชน์มากเลยค่ะconfused smile confused smile confused smile

#20 By Guin (103.7.57.18|101.109.217.7) on 2012-06-17 12:04

เจ๋งค่ะ เก็บไปคิดต่อได้อีก Hot!

#19 By แอ้ on 2012-06-17 09:32

มีประโยชน์เหลือหลายHot! Hot! Hot! Hot! Hot! big smile

#18 By Lil'BoX on 2012-06-17 04:06

อดคิดไม่ได้ว่า
เพราะการยึดตัวของตัวเอง
 ที่ไม่ตรงประเด็นbig smile
ค่อนข้างเห็นด้วยค่ะ แต่เสียดายที่เป็นการอบรมที่คนนั่งฟังส่วนใหญ่ดันเป็นกองบก.เสียนี่ - -"  
แอบอยากให้เป็นการสัมนาที่ให้นักเขียนรุ่นใหม่ๆ ได้เข้าฟังมากกว่า พี่ต้นให้ความคิดดีๆ และคำคมที่นักเขียนรุ่นใหม่น่าจะได้มาฟังเยอะเชียวค่ะ

#16 By Black Rabbit on 2012-06-16 23:52

คุณโตมร นี่ก็สุดยอดจริงๆ นะ
ผลงานเค้าโอเคเลย ^^
ส่วนอีกคนผมไม่เคยอ่านผลงานเค้าอ่ะ TT
เสียใจ...
Hot! Hot! Hot!

#15 By Boymang*~ on 2012-06-16 23:04

Hot! Hot! Hot! big smile

#14 By iamdozenist on 2012-06-16 22:46

อืม... อ่านแล้วนึกภาพออกจริงๆเลยค่ะ
ในแทบจะทุกๆวงการโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับศิลปะจะมีคนสองแบบนี้อยู่เยอะๆจริงๆ
บางคนแกก็มั่นจัดๆ จนกระทั่งเวลามีคนมาติชมผลงานบางทีก็ถึงขั้นต่อว่ากลับก็มี หรือบอกว่าถ้าทำไม่ได้อย่างตัวเองก็ริอย่ามาวิจารณ์มั่งล่ะ...
(แต่ศิลปินประเภทนี้ถ้าลดอีโก้ลงได้และรับฟังคนอื่นมากขึ้นผลงานดีๆมีออกมาก็เยอะนะ และข้อดีอย่างนึงคืองานมักจะทำจนเสร็จได้ ถึงผลออกมาอาจจะดีหรือไม่ดีก็เถอะ) 
ส่วนประเภทสองนี่ก็มักจะทำให้ตัวเองลำบากเอา บางทีทำงานไปครึ่งๆกลางๆมีคนมาตินู่นนิดนี่หน่อยก็เสียกำลังใจรื้อมาทำใหม่หมด หรือล้มเลิกไปกลางคันก็มี บางคนถึงคนอื่นจะบอกว่าดีแล้วก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจอยู่ดี... 
(คนประเภทนี้ถ้าเกิดว่าได้รับความช่วยเหลือจากผู้ที่หวังดีจริงๆก็คงจะเดินต่อไปจนประสบความสำเร็จได้แน่ แต่อาจจะเสียเซลฟ์จนเลิกไปกลางคันก่อนซะเนี่ยสิ...)
ส่วนตัวชอบเป็นสุดโต่งไม่แบบแรกก็แบบที่สองเป็นพักๆค่ะ sad smile (น่าจะเป็นแบบที่แย่กว่ารึเปล่าเนี่ย) หาความพอดีไม่ได้...
อยากให้คนที่มีฝันได้อ่านเอนทรี่ย์นี้อีกหลายๆคนจังค่ะ double wink  
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#13 By lilith wong on 2012-06-16 22:09

เรื่องเขียน 100 ตัด 30 เหลือ 70 นี่ผมเข้าใจดีเลย เพราะหลังจากผมเขียนต้นฉบับแบบดิบ ๆ เสร็จ (เป็นตัวหนังสือในสมุด) ก็ต้องมาคอยนั่งเกลาลงคอม พอเกลาลงคอมเสร็จก็ต้องมานั่งเกลาอีกรอบว่าตรงไหนมันเยิ่นเย้อไป
เหมือนคอมเม้นท์ที่หนึ่งเลย
ตอนแรกอ่านเป็นว่า
พูดคุยเรื่องสาวประเภทสอง
สอง ฮ่าๆๆ
big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot! Hot!

#11 By Nirankas on 2012-06-16 20:59

เป็นแบบที่สองนิดๆ นะ แต่พอปรับอารมณ์ตัวเองได้ค่ะ big smile
อยากหาคนอ่านงานและวิจารณ์ ให้คำปรึกษาแบบจริงๆ จังๆ สักที เพราะรู้สึกเหมือนคำวิจารณ์จาก สนพ. ที่ปฏิเสธกลับมามันไม่พอ แถมยังรอนานด้วย 

Hot! big smile

#10 By ตรีพันธ์ on 2012-06-16 20:04

ความฝันของเราที่เกี่ยววงการหนังสือ สื่อ สิ่งพิมพ์คือ อยากเป็นเจ้าของ/ ควบกิจการ / ถือหุ้น สนพ. สน.ข่าว magazine ดังๆ ...พอเป็นได้แล้วว่างๆ เกิดของขึ้นเล็กๆ จะเปิด คอลัม "สนทนา" กับมารีนาแก้เซ็ง แปลไปซํก 3 ภาษา หาที่ปรึกษา รีไรเตอร์ เก่งๆมืออาชีพมาช่วย โปรโมตทำการตลาดแบบยั่งยืนสร้างจุดขายของ brand หนังสือในเครือ (แม้ว่าฝีมือการเขียน จะงั้นๆsad smile และ เราอ่านงานเขียนของคนดังทั้งก็.... ไม่ได้ขายดีเพราะเขียนดี เขียนเก่งภาษาดีอะไร..แต่มีปัจจัยวดล้อมมากมายหนังสือถึงขายดีbig smile ) ...มอง วงการพิมพ์ จากสายตาของนักลงทุน ยังไง ก็ win winsurprised smile  
การจะเป็นนักเขียนที่ดี นอกจาก "สร้าง" เป็นแล้ว ยังต้อง "สรร" เป็นด้วยสินะคะ
big smile big smile

#8 By polaris (103.7.57.18|110.49.224.212) on 2012-06-16 18:52

ลืมค่ะ confused smile

Hot! Hot! Hot!

#7 By fahmai on 2012-06-16 15:53

ไฟที่โหมแรงบางครั้งมันก็ดับเอาซะง่ายๆนี่สิ

ใส่ฟืนต่อไป ทาเคชิ ฮา

#6 By fahmai on 2012-06-16 15:52

Hot! Hot!

#5 By keaaaa on 2012-06-16 15:46

นักเขียนระดับโลกนั้นเวลาเขียนเสร็จ 100%
จะตัดทิ้ง 30% คงเหลือไว้ 70%
เพื่อให้งานกระชับกลมกล่อมขึ้น
หาทางสายกลางให้เจอ
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
เป็นประโยชน์กับ นักฝึกเขียน มากๆครับ
ขอบคุณคคร้าบบ big smile

#4 By Sandos | ซานดอส on 2012-06-16 15:00

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

อยากให้หลายๆคนมาอ่านครับ^^

มีประโยชน์์มากๆเลย..

confused smile confused smile confused smile
ขออภัยที่ตอนแรกอ่านเป็น "พี่หนุ่มกับพี่ต้น พูดเรื่องคนสาวประเภทสองที่อยากเป็นนักเขียนที่ได้พบเจอบ่อยๆ"sad smile  
ผมเป็นประเภทที่สองง่ะครับ(แต่ไม่สาวประเภทสองนะ แอร๊ยยยยย)