Manga

REAL              

       สิ่งหนึ่งที่เราน่าจะได้เรียนรู้จาก   อ.ทาเคฮิโกะ อิโนอุเอะ ( Takehiko Inoue)  ก็คือ   เราจะนำเรื่องราวพื้นๆมาสร้างสรรค์เป็นการ์ตูนที่ดีได้อย่างไร   ตัวอย่างใน SLAMDUNK   ผลงานสร้างชื่อชิ้นแรกก็เป็นกรณีศึกษาที่ดี   โดย อ.ทาเคฮิโกะ   ได้เล่าถึง   ซากุรางิ ฮานามิจิ   เด็กหนุ่ม ธรรมดาคนหนึ่งที่ผิดหวังด้านความรักจากเด็กสาวคนแล้วคนเล่ามาตลอด   แต่เมื่อได้มาพบกับ  อาคางิ ฮารุกะ   เด็กสาวผู้น่ารักที่ชักชวนเขามาเข้าชมรมบาสเก็ตบอล ม. ปลาย   ทั้งๆที่ส่วนตัวไม่เคยสนใจกีฬาชนิดนี้มาก่อนเลยในชีวิต   สิ่งต่างๆจึงได้เริ่มต้นขึ้น      เรื่องราวทั้งหมดมีอยู่แค่นั้นเอง   แต่รายละเอียดสารพัดก็ถูกใส่ลงไป   จนทำให้มันกลายเป็นการ์ตูนที่น่าประทับใจ   ถึงขนาดที่ถูกจัดเป็นงานชิ้นเอกเกี่ยวกับวงการบาสเก็ตบอลระดับมัธยมปลายของญี่ปุ่นไปโดยปริยาย          

        เช่นเดียวกับ REAL ผลงานชิ้นล่าสุดของเขา (ยกเว้น Vagabond เพราะวาดขึ้นจากบทประพันธ์เรื่อง มิยาโมโตะ มุซาชิ โดย เอจิ โยชิกาว่า)   เรื่องราวหลักๆของมันไม่ได้หนีไปไกลจากแค่ประเด็นการมีชีวิตของเด็กหนุ่มที่แตกต่างกัน 3 คน   คือ  โนมิยะ  โทโมมิ   นักเรียนชั้น ม. 6 ที่ถูกไล่ออกจากโรงเรียนกลางคัน , โทงาว่า   คิโยฮารุ  นักกีฬาวิลแชร์บาสฯสมัครเล่น   ที่ทำงานประจำในร้านเช่าภาพยนตร์ติดเรท   และ  ทาคาฮาชิ  ฮิซาโนบุ  กัปตันชมรมบาสเก็ตบอลดาวเด่นประจำโรงเรียน   ผู้ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนน  ซึ่งถือเป็นเนื้อเรื่องปกติที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันในสังคม   แต่ อ. ทาเคฮิโกะ ก็ยังอุตส่าห์ทำให้มันเป็นมากกว่าการ์ตูน  Coming of Age-Drama  ธรรมดาทั่วไป   เริ่มต้นด้วยการเล่าถึงช่วงชีวิตปัจจุบันของแต่ละคน   และพาผู้อ่านย้อนกลับไปรับรู้ถึงที่มาที่ไปของเหตุการณ์ในอดีตของคนทั้งสาม   โดยมี 3 สภาวะของช่วงชีวิตที่ทั้งตกต่ำ   ทั้งเฉยเมยเฉื่อยชา   และพุ่งทะยานก้าวไปข้างหน้า   สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปให้เห็น   แน่นอนว่าสิ่งเล็กน้อยต่างๆที่เกิดขึ้นนี้   ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล       

        REAL ( ความเป็นจริง  )   มีตัวละครหลักๆอยู่ไม่กี่ตัว   แต่ทุกตัวล้วนเชื่อมโยงกันด้วยเหตุการณ์ต่างๆด้วยสายสัมพันธ์บางๆที่แนบแน่น   นี้ยังไม่นับถึง “ลูกบาสเก็ตบอล”   ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่มีบทบาทอย่างยิ่งและทำให้เรา “เชื่อ” ว่า   สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในหน้ากระดาษนั้น   “เป็นความจริง”   เพราะหลายๆครั้งลูกบาสฯจะทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ที่มีความหมายในการส่งผ่านเรื่องราว   จนชวนให้เกิดอาการตะลึงงันและพิศวงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน(เช่นในฉากหนึ่งที่ลูกบาสฯถูกปล่อยทิ้งไว้เฉยๆแล้วไม่เกิดประโยชน์อะไร   แต่เมื่อถูกใครสักคนหยิบมาเล่นคุณประโยชน์ก็เริ่มต้นขึ้น   เช่นเดียวกับคนพิการที่ถ้ามัวแต่หมกมุ่นหยุดนิ่งอยู่กับเฉยก็ไม่ต่างจากสิ่งของไร้ค่า   แต่หากเมื่อเริ่มเคลื่อนไหวด้วยตัวเองหรือการชักชวนจากคนอื่นแล้ว   คุณค่าในตัวเองก็จะหวนกลับมาอีกครั้งไม่ต่างจากตอนที่ยังปกติอยู่)   อ. ทาเคฮิโกะ  ยังคงใช้เทคนิคการววาดแบบเหมือนจริงตามหลักกายวิภาคอันเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวในเรื่องนี้   ความถูกต้องทุกสัดส่วนของภาพจึงสร้างมิติของ   “ความเป็นจริง” ให้สมบูรณ์พร้อมมากขึ้น   ประกอบกับคำพูด   บทสนทนา   และห้วงคิดคำนึงของตัวละคร   ที่แต่ละประโยคล้วนมีความแข็งแรงของความหมายมากพอที่จะดึงดูดผู้อ่านทุกคนเข้าสู่โลกของ REAL ได้ไม่ยาก   การใช้เทคนิคการขูดสกรีนโทนแบบดั่งเดิมยังช่วยลดทอนความหนักแน่นของเรื่องให้อ่อนโยนลง   ดูเบาสบายแต่ไม่เบาบาง   ที่สำคัญ  คือการลงสีน้ำด้วยมือที่สื่ออารมณ์จริงจังแต่นุ่มนวลได้อย่างผสมกลมกลืนก็สร้างพลังได้อย่างล้นเหลือ    หากลองสรุปประมวลสิ่งต่างๆที่ประกอบกันขึ้นมาใน REAL นี้   จึงดูคล้ายว่า  อ. ทาเคฮิโกะ   กำลังพยายามบอกกับพวกเราว่า   บางครั้ง   การก้าวข้ามผ่านอุปสรรคในชีวิต   ก็ต้องการ   การเดินย้อนกลับไปเพื่อยอมรับอดีตอันเลวร้ายก่อน   จากนั้นถนนแห่งวันพรุ่งนี้ถึงจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง...